เพลิงไหม้ #51
เพลิงไหม้ #51
ตอนที่ 25 เพลิงไหม้
อวี้หนานไม่พูดอะไร เพียงมองเขาออกจากลาน กระทั่งเสียงฝีเท้าม้าหายไป ซุนชิงจึงอุ้มอาอันออกมาจากครัว
เด็กไม่ได้ร้องเพราะหิว ผ้าอ้อมแห้งและตัวไม่ร้อน เขาเพียงง่วงแต่ไม่ยอมนอน อวี้หนานรับลูกมา อาอันซบอกมารดาแล้วเงียบลงในไม่กี่ลมหายใจ
“คนผู้นั้นคือบิดาคุณชายน้อยหรือเจ้าคะ” ซุนชิงถามอย่างระมัดระวัง
นางไม่ตอบ
ซุนชิงก้มหน้า “ขออภัยเจ้าค่ะนายหญิง ข้าพูดมากไป”
วันนั้นกองเรือลาดตระเวนออกจากท่าก่อนตะวันตกดิน จูจั้นเหิงไม่ได้กลับมาตามที่พูด
สามวันต่อมา ข่าวจากแนวชายฝั่งทะเลก็ถูกส่งกลับมา กลุ่มคนต้องสงสัยที่พบก่อนหน้านี้แท้จริงเป็นเพียงชาวประมงที่ถูกโจรบีบบังคับให้ลอบส่งเสบียง ทหารสามารถช่วยคนบนเรือไว้ได้ทั้งหมด ทว่าหัวหน้ากลุ่มโจรกลับหลบหนีไปทางหมู่เกาะด้านใต้ ก่อนร่องรอยจะขาดหายไป
ร้านเหอจี้เริ่มทำสินค้างวดแรกสำหรับกองทัพ
อวี้หนานซื้อข้าวโดยตรงจากชาวนาในหมู่บ้าน สั่งให้คนงานนำมาคั่ว ตากแห้ง และแบ่งห่อตามน้ำหนักที่กำหนด โดยมีเสี่ยวสือรับหน้าที่ตรวจเชือกทุกห่อ จากนั้นเหอชุนจึงว่าจ้างเรือท้องแบนขนส่งเสบียงไปคลังทหาร
ในวันส่งมอบสินค้า เฉียนกว่างมารับพร้อมเสมียนบัญชี เขาจ่ายเงินส่วนที่เหลือตามจำนวน
งวดที่สองก็ยังคงเป็นเช่นนี้
ทว่าตั้งแต่ร้านเหอจี้ทำสัญญากับกองทัพ ทหารลาดตระเวนก็เดินตรวจตราผ่านย่านนี้ถี่ขึ้น พวกเขาไม่ได้หยุดเฉพาะหน้าร้านเหอจี้ แต่ทุกโรงเก็บสินค้าละแวกใกล้ท่าเรือ ล้วนได้รับการตรวจคบไฟและถังน้ำอย่างเข้มงวด บรรดาพ่อค้าต่างพากันเอ่ยปากชมว่าแม่ทัพคนใหม่จัดเวรยามรัดกุมกว่าแต่ก่อนมาก
อวี้หนานรู้ว่าเป็นคำสั่งของจูจั้นเหิง
เขาคุ้มครองร้านของนางด้วยการกางปีกปกป้องร้านค้าทั้งย่าน ทำให้นางไม่มีเหตุผลปฏิเสธเขาได้
คืนหนึ่งหลังปิดร้าน อวี้หนานเห็นเงาม้าหยุดอยู่ปลายถนน
จูจั้นเหิงกลับจากลาดตระเวนที่ปากน้ำ บนเสื้อคลุมมีเกล็ดเกลือสีขาวเกาะอยู่ เขาไม่ได้เข้ามา เพียงหยุดม้าแล้วแหงนมองแสงตะเกียงจากหน้าต่างชั้นสองอยู่ครู่หนึ่ง
อาอันนอนหลับในเปลข้างกายมารดา เด็กน้อยพลิกตัว ส่งเสียงอ้อแอ้เบา ๆ ในลำคอ อวี้หนานก้มจัดผ้าห่มให้ ครั้นเงยหน้าขึ้นมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง เงาม้าตัวนั้นก็หายไปแล้ว
เช้าวันถัดมา นางพบของสิ่งหนึ่งตรงโต๊ะหน้าร้าน
ไม่ใช่เงินหรือเครื่องประดับล้ำค่า ทว่าเป็นถังทรายสำหรับดับไฟแบบเดียวกับที่กองทัพแจกทุกร้านในย่านนี้
ด้านข้างไม่มีตราจวนอ๋อง มีเพียงบัญชีรับของให้เหอชุนลงนามเหมือนร้านอื่น
อวี้หนานมองอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะสั่งคนยกไปวางข้างเตา นางไม่ได้ทิ้งมัน
กระทั่งก่อนรุ่งสางในวันที่ร้านเหอจี้เตรียมส่งเสบียงงวดที่สาม
เสียงฆ้องเตือนดังจากท่าน้ำ ตามด้วยเสียงตะโกนว่าโรงเก็บด้านตะวันออกถูกเผา อวี้หนานสะดุ้งตื่น เห็นแสงสีแดงสะท้อนบานหน้าต่างทั้งที่ฟ้ายังมืด
เยี่ยนหลีอุ้มอาอันเข้ามาจากห้องปีกข้าง ทารกตกใจเสียงฆ้องจนแผดเสียงร้องลั่น ซุนชิงรีบปลุกเสี่ยวสือและบุตรคนเล็ก ส่วนเหอหมัวมัวคว้าหีบสมุดบัญชีที่เตรียมไว้ใต้เตียงออกมา
“ออกทางหลังร้าน” อวี้หนานตวัดสวมเสื้อคลุมพลางร้องสั่ง “รีบไปที่เรือนของท่านผู้เฒ่าเฉิน”
เหอหมัวมัวจับแขนนางเอาไว้แน่น “นายหญิงก็ต้องไปด้วยนะเจ้าคะ!”
“บัญชีลูกหนี้กับสัญญาของกองทัพเก็บไว้ในห้องด้านหน้า หากไฟลามมา เราจะเก็บเงินไม่ได้แม้แต่อีแปะเดียว”
“แต่ชีวิตสำคัญกว่านะเจ้าคะ” เหอหมัวมัวไม่ยอมปล่อยแขนของนาง
เฉียวอวี้หนานแกะมืออีกฝ่ายออก “ข้ารู้ ข้าถึงต้องไปนำมันออกมาเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ไฟจะลามมาถึงอย่างไรเล่า!”
นางสั่งให้พาอาอันออกไป ไม่เปิดช่องให้อีกฝ่ายได้โต้เถียง ก่อนพาเหอชุนกับคนงานสองคนลงบันไดไปห้องด้านหน้า
สภาพถนนด้านนอกวุ่นวายกว่าที่คิด คนงานหลายคนกำลังแบกถังน้ำวิ่งกระหืดกระหอบไปทางโรงเก็บ ควันสีดำพุ่งขึ้นเหนือหลังคาห่างออกไปเพียงสามช่วงแถว ลมจากแม่น้ำพัดพาเอาสะเก็ดไฟปลิวว่อนมาทางตลาด
อวี้หนานเปิดตู้เก็บสมุดบัญชี เอาเฉพาะสมุดที่มีหนี้ค้าง สัญญากองทัพ และตราร้านใส่ลงในถุงผ้า
“ไหชากับเปลือกส้มไม่ต้องขน” นางร้องห้ามคนงาน “เร่งขนข้าวตากงวดกองทัพไปวางบนเรือก่อน ของอื่นหากไม่ทันก็ทิ้งไป”
เหอชุนมองควันพลางแย้ง “ไฟยังไม่ถึงเรา อาจจะพอมีเวลาขนได้มากกว่านี้”
“ถ้าทุกคนรอจนไฟถึง ทางหนีจะถูกปิด”
เพิ่งจะสิ้นเสียงของนาง เสียงระเบิดก็ดังกึกก้องออกมาจากโรงเก็บหนึ่ง อาจเป็นไหสุราหรือน้ำมัน ผู้คนบนถนนกรีดร้องแล้ววิ่งสวนกันจ้าละหวั่น สะเก็ดไฟก้อนใหญ่ปลิวมาตกบนหลังคาร้านฝั่งตรงข้าม
อวี้หนานคว้าถุงผ้าใส่บัญชีมาถือไว้ “ปิดหน้าต่าง! รีบใช้ถังทรายข้างเตาเร็วเข้า!”
ถังที่จูจั้นเหิงให้แจกถูกยกออกมาเป็นสิ่งแรก คนงานรีบสาดทรายใส่สะเก็ดไฟบนกันสาด กระดาษน้ำมันตรงห่อสินค้าติดไฟง่ายกว่าสิ่งอื่น อวี้หนานจึงสั่งฉีกส่วนที่ยังไม่ลามทิ้งลงรางน้ำไปให้หมด
ทหารลาดตระเวนเร่งรุดมาถึงพร้อมรถเข็นน้ำสองคัน นายกองตะโกนสั่งแยกคนทำแนวกันไฟ พร้อมทั้งไล่คนให้อพยพออกจากถนน
“พวกโจรบุกขึ้นท่าหรือขอรับ” เหอชุนเอ่ยถาม