อุ้มลูกครั้งแรก #53
อุ้มลูกครั้งแรก #53
ตอนที่ 26 อุ้มลูกครั้งแรก
อวี้หนานยังคงตรวจถั่วในกระจาด “อย่าไปสนใจเลย”
“แล้วจะปล่อยไปเช่นนี้หรือเจ้าคะ คนเราตายได้เพราะคำนินทานะเจ้าคะ” นางรู้เรื่องนี้ดี ไม่อย่างนั้นบรรดาตระกูลใหญ่จะกลัวข่าวลือได้อย่างไร
“เดี๋ยวพอมีเรื่องใหม่ พวกเขาก็ลืมไปเอง” อวี้หนานเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ
จูจั้นเหิงได้ยินเรื่องเดียวกันจากลั่วเฉิงโจว องครักษ์รายงานหลังประชุมทหารเสร็จ เพราะข่าวเริ่มถึงเจ้าหน้าที่คลัง บางคนเกรงว่าร้านเหอจี้ได้สัญญาเพราะความสัมพันธ์ส่วนตัว
“ตรวจราคากับคุณภาพย้อนหลังทุกงวด” จูจั้นเหิงสั่ง “ติดผลไว้หน้าคลังพร้อมร้านอื่น” เขาไม่อยากให้ใครมองนางไม่ดี
“จะให้จับคนปล่อยข่าวหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
“ไม่จำเป็น ถ้ายิ่งทำเช่นนั้น จะยิ่งทำให้ทุกคนคิดว่ามันเป็นเรื่องจริง”
ลั่วเฉิงโจวพยักหน้าเข้าใจ
จูจั้นเหิงสั่งงานแล้วไม่ได้ใส่ใจเรื่องข่าวลืออีก มองจดหมายจากเมืองหลวงบนมุมโต๊ะ ที่นั่นมีจดหมายราชการสามฉบับ รายงานจากจวนอ๋องสองฉบับ และซองจดหมายที่อวิ๋นเซวี่ยส่งในนามเฉียวหลันจือ
ซองจดหมายวางอยู่ตรงนั้นมาห้าวัน ยังไม่ถูกเปิด
ยามเย็น เสมียนคลังตรวจแหล่งผลิตข้าวตากแห้งกับเปลือกส้มตามหนังสือสัญญา ร้านเหอจี้ต้องพาเจ้าหน้าที่ไปดูสวน โรงตาก และจำนวนแรงงาน เหอชุนเป็นผู้นำทาง แต่ฝนตกทำให้สะพานไม้ข้ามลำธารชำรุด รถม้าของเจ้าหน้าที่พลิกตรงทางเนิน
ไม่มีผู้ใดเสียชีวิต มีเพียงเสมียนขาหักหนึ่งคน ของที่นำมาตรวจเสียหายทั้งหมด
เมื่อรายงานถึงค่าย จูจั้นเหิงกำลังจะออกตรวจแนวทหารชายฝั่ง จึงเปลี่ยนเส้นทางไปหมู่บ้านพร้อมหมอทหาร
เขาเคยรู้เพียงว่าอวี้หนานมีสวนอยู่นอกเมือง ไม่เคยเห็นว่าบ้านที่นางซื้อเป็นอย่างไร
รถม้าผ่านร่องน้ำที่ซ่อมใหม่ สวนชาอยู่บนเนินไม่สูงนัก ต้นยังเตี้ยและมีส่วนเว้าแหว่งจากการฟื้นฟู ลานหน้าเรือนปูหินไม่เสมอกัน ใต้ชายคาแขวนเปลือกส้มเป็นสาย ถัดไปเป็นโรงตากที่ยกพื้นด้วยเสาไม้
ไม่มีสิ่งใดเหมือนจวนอ๋อง แต่ทุกส่วนมีคนใช้งาน
ผู้เฒ่าเฉินพาคนเจ็บมานอนในเรือนข้างแล้ว อวี้หนานยืนช่วยหมอตรวจจำนวนคน พอเห็นจูจั้นเหิง นางเพียงค้อมศีรษะแล้วกลับไปต้มน้ำเพื่อใช้ล้างแผล
เขาไม่ได้เข้าไปช่วย
ระหว่างรอหมอดามขาเสมียน จูจั้นเหิงเดินไปดูรถม้าที่พลิกคว่ำพร้อมกับผู้เฒ่าเฉิน ชายชราไม่รู้ฐานะในตอนแรก คิดว่าเป็นนายทหารจากค่าย จึงเรียกให้ช่วยยกเพลาอย่างไม่เกรงใจ
ลั่วเฉิงโจวทำท่าจะบอก แต่ผู้เป็นนายถอดปลอกแขนออกแล้วยกไม้พร้อมชาวบ้านไปเสียแล้ว เขาก็เลยไม่พูดอะไร
หลังยกรถม้าพ้นโคลน ท่านผู้เฒ่าเฉินยื่นผ้าเก่าให้เช็ดมือ “คนในเมืองใช้ถนนนี้ทีไรก็คิดว่ามันแห้งเหมือนทางหิน พอฝนตกกลับเร่งม้า”
“สะพานซ่อมมานานหรือยัง” จูจั้นเหิงกวาดมองไปรอบ ๆ
“ตั้งแต่เถ้าแก่เนี้ยซื้อที่” ท่านผู้เฒ่าพูดแล้วก็บุ้ยปากให้ดูไม้บนสะพาน “ไม้พวกนั้นเป็นของนาง ส่วนการก่อสร้างเป็นพวกชาวบ้านช่วยกัน เพราะทุกคนใช้ทางเดียวกัน”
ได้ยินอย่างนั้น จูจั้นเหิงก็ผินหน้าไปมองเรือนหลังใหญ่บนเนิน “ตอนนางมาถึง ที่นี่เป็นเช่นนี้หรือ”
“แย่กว่านี้ หลังคารั่ว สวนไม่ออกผล ร่องน้ำพัง” ท่านผู้เฒ่าเฉินส่ายหน้า “ข้าบอกอย่าซื้อ นางก็ไม่ฟัง”
“นางดื้อ”
“ไม่ใช่ดื้อ นางไม่มีเงินซื้อที่ดินที่ดีกว่านี้” คำพูดตรงไปตรงมาของชายชราทำให้จูจั้นเหิงเงียบ
ท่านผู้เฒ่ายังไม่รู้ว่ากำลังพูดกับผู้ใด เขายังพูดต่อตามประสาคนช่างพูด “มาถึงก็ท้องโตแล้ว ยังนั่งตรวจค่าแรงทุกวัน ของชุดแรกขึ้นรา คนอื่นคงปิดร้านหนีหนี้ นางกลับขุดหลุมเผาของเอง ไม่ยอมขายปนให้ชาวบ้าน”
“นางขุดเองหรือ?”
“ขุดได้สองจอบ ซุนชิงก็แย่งไป กลัวเด็กจะคลอดกลางหลุม”
ชายชราหัวเราะกับภาพในอดีต จูจั้นเหิงกลับขำไม่ออก เขาเห็นอวี้หนานในความทรงจำสวมอาภรณ์ไหม นั่งตรวจบัญชีใต้โคมของเรือนฉางเยว่ มือไม่มีแม้แต่รอยหมึก เพราะเยี่ยนหลีคอยยกน้ำล้างให้ เขาไม่เคยคิดว่ามือคู่นั้นจะต้องมาจับจอบขุดดิน
เสียงคนเรียกท่านอ๋องดังจากหน้าลาน ท่านผู้เฒ่าเฉินชะงัก ผ้าเก่าในมือแทบร่วง
“ทะ...ท่าน...”
จูจั้นเหิงส่งผ้าคืนให้ “รถต้องเปลี่ยนเพลา อย่าเพิ่งให้คนเจ็บขึ้นคันเดิม”
เขาเดินกลับไปก่อนที่ชายชราจะคุกเข่ากลางดินโคลน
หมอดามขาเสร็จแล้ว เสมียนต้องพักที่หมู่บ้านหนึ่งคืนเพราะถนนกลับเข้าเมืองไม่ปลอดภัย อวี้หนานจัดเรือนข้างให้ นางไม่เชิญจูจั้นเหิงอยู่ต่อ
ฝนกลับตกหนักขึ้น น้ำในลำธารสูงจนรถม้าผ่านไม่ได้
ผู้เฒ่าเฉินยังสับสนกับฐานะนายทหารผู้ช่วยยกรถม้า จึงรีบจัดห้องดีที่สุดในบ้านตน จูจั้นเหิงปฏิเสธและพักในโรงตากพร้อมทหาร
กลางคืน อาอันเริ่มมีไข้ เด็กงอแงตั้งแต่เย็น ทุกคนคิดว่าเพราะอากาศอบอ้าว พอหลังมือแตะหน้าผากจึงพบว่าตัวร้อน อวี้หนานอุ้มลูกไปหาหมอทหารที่ยังอยู่เรือนข้าง
หมอตรวจคอและฟังลมหายใจ “คงถูกลมชื้น ประกอบกับสูดควันเมื่อเดือนก่อน คืนนี้ต้องเฝ้า หากไข้สูงหรือหายใจถี่ให้ปลุกข้าทันที”
หมอจ่ายยาผงปริมาณน้อยสำหรับผสมน้ำอุ่น อาอันไม่ยอมกลืน บ้วนออกจนเสื้ออวี้หนานเปียก
เสียงเด็กร้องปลุกคนทั้งลาน จูจั้นเหิงยืนอยู่ใต้ชายคาโรงตาก มองเยี่ยนหลีกับซุนชิงวิ่งเข้าออก แต่ไม่ได้เข้าไปจนเหอหมัวมัวออกมาเทน้ำล้างผ้า
“เขาเป็นอย่างไรบ้าง”
หญิงชราเห็นคนถามก็ยอบกาย “มีไข้เพคะ หมอให้ยาแล้ว แต่คุณชายน้อยไม่ยอมกิน”
“ข้าขอเข้าไปได้หรือไม่”
เหอหมัวมัวมองประตูห้อง “หม่อมฉัน...หม่อมฉันต้องถามนายหญิงก่อนเพคะ”