LNCrawler

ข่าวลือ #55

เมื่อหวางเฟยหมดรัก — novel.dek d.com · All chapters

ข่าวลือ #55

ตอนที่ 27 ข่าวลือ

ลั่วเฉิงโจวตรวจของกลางทีละหีบ ตรงก้นหีบใบหนึ่งมีป้ายไม้เก่าเปื้อนดินแดง ผูกติดกับกุญแจโซ่ เส้นเชือกไม่เหมือนของชาวเรือ เขานำไปวางบนโต๊ะในเรือบัญชาการ

“คนพายคนหนึ่งบอกว่าป้ายนี้ติดมากับโซ่จากพ่อค้าทางเหนือพ่ะย่ะค่ะ โจรสลัดซื้อคนกับเครื่องมือเก่าผ่านพ่อค้าคนกลางอีกทอด”

จูจั้นเหิงพลิกป้ายดู ด้านหน้ามีรอยสลักหยาบ ๆ คล้ายภูเขาสามยอด ด้านหลังเป็นอักษรที่ถูกขูดจนอ่านไม่ได้

“ส่งให้คนตรวจของกลาง อย่าเพิ่งรวมกับบัญชีเรือ”

เขาวางป้ายลงรวมกับของกลางชิ้นอื่น แล้วกลับไปสอบเส้นทางเรือ

ตรงมุมห้อง คนพายที่ถูกช่วยขึ้นมาคนหนึ่งเห็นป้ายผ่านประตูเปิด ใบหน้าพลันถอดสี เขาก้มลงทันทีและซ่อนข้อมือที่มีรอยโซ่ไว้ใต้ชายเสื้อ ไม่มีผู้ใดสังเกต

คนพายเรือถูกแยกไปกักตัวเอาไว้ในพื้นที่หนึ่ง ส่วนพวกโจรถูกจับเข้าคุกที่ว่าการ หลังทำทุกอย่างเสร็จสิ้น เซิ่งอ๋องก็กลับไปกระโจมบัญชาการ

อีกด้านหนึ่ง ข่าวลือเรื่องเซิ่งอ๋องเลี้ยงนางบำเรอนอกจวนมาถึงเมืองหลวงจนได้

ในรายงานเขียนว่าเซิ่งอ๋องเสด็จไปตรวจร้านเสบียงแห่งหนึ่งด้วยพระองค์เองหลายครั้ง และเคยค้างคืนอยู่หมู่บ้านนอกเมืองเพราะบุตรของเจ้าของร้านป่วย คนส่งข่าวไม่กล้าสรุปว่าสตรีผู้นั้นเป็นใคร แต่ชื่อร้านเหอจี้กับคำว่าเด็กชายวัยห้าเดือนก็เพียงพอให้เฉียวหลันจือนั่งอ่านกระดาษแผ่นเดิมตลอดบ่าย

อวิ๋นเซวี่ยยืนอยู่ข้างโต๊ะ ไม่กล้าส่งเสียง

ตั้งแต่เซิ่งอ๋องปฏิเสธเรื่องแต่งงาน ซ้ำยังไม่ตอบจดหมาย คุณหนูของนางอาละวาดบ่อยครั้ง แม้ว่าคนภายนอกจะไม่เคยเห็น แต่สาวใช้ใกล้ชิดเช่นนางย่อมเห็นแทบทุกวัน

วันนี้ไม่มีเสียงของแตก หลันจือพับจดหมายเป็นสี่ส่วน สอดเข้าในซอง แล้ววางไว้ข้างตะเกียง พลางหันไปถามอวิ๋นเซวี่ย

“ท่านพ่อกลับมาหรือยัง”

“กลับมาแล้วเจ้าค่ะ” รู้อย่างนั้นเฉียวหลันจือก็ลุกขึ้นยืน ก่อนจะสาวเท้าออกจากเรือน

ในห้องโถง เฉียวเหวินเทากำลังรับแขกจากกรมพิธีการ เมื่อได้ยินว่าบุตรสาวมารอ เขาให้คนพาไปนั่งในห้องด้านข้างเกือบหนึ่งชั่วยาม กระทั่งแขกกลับไปแล้ว ถึงค่อยให้บุตรสาวเข้ามา

“เจ้าร่างกายไม่ดี เหตุใดไม่ให้บ่าวมาแจ้งเล่า หรือมีผู้ใดทำให้ไม่สบายใจอีก”

“ลูกอยากขออนุญาตเดินทางไปฝูโจวเจ้าค่ะ” หลันจือไม่อ้อมค้อม

เฉียวเหวินเทานิ่วหน้า “ไปทำอันใดไกลถึงเพียงนั้น”

“ลูกจะไปหาท่านอ๋องเจ้าค่ะ”

“แต่เซิ่งอ๋องต้องทำงาน ไม่มีเวลามาดูแลเจ้า”

“ก็เพราะอย่างนั้น ลูกถึงต้องไป ท่านอ๋องจะได้มีคนดูแลอย่างไรเล่าเจ้าคะ อีกอย่าง ไท่เฟยต้องดีพระทัยแน่ที่ลูกไป”

“ที่เจ้าพูดมาก็ถูก เอาเช่นนี้ เจ้าไปเข้าเฝ้าไท่เฟย บอกกล่าวพระนางก่อน เผื่อไท่เฟยต้องการฝากสิ่งใดไปให้ท่านอ๋อง”

“เจ้าค่ะ ลูกจะไปเข้าเฝ้าวันนี้เลย”

เป็นไปตามคาด หลังจากเวินไท่เฟยทราบว่า ว่าที่ลูกสะใภ้จะตามไปก็ดีใจยกใหญ่ พระนางฝากของมากมายไปให้เซิ่งอ๋อง

วันถัดมา ขบวนสมฐานะคุณหนูใหญ่ก็เต็มลานหน้าประตู รถม้าปิดม่านสองคันสำหรับหลันจือกับสัมภาระ เกวียนสี่คันสำหรับเครื่องใช้ ยา และของฝาก องครักษ์ของจวนยี่สิบสี่คน บ่าวชายอีกแปด สาวใช้หกคน พร้อมหัวหน้าผู้คุ้มกันที่เคยเดินทางส่งสินค้าไปฝูโจวหลายครั้ง

ฟางซื่อยังไม่วางใจ หลังจากอวิ๋นเซวี่ยตรวจไปแล้ว นางยังตรวจห่อยาและเสื้อคลุมด้วยตนเองอยู่สามรอบ

หลัวหมัวมัวเข้ามาช่วยบุตรสาวพับผ้าคลุม “คุณหนูใหญ่แพ้อากาศชื้น ถุงสมุนไพรห้ามวางปนกับเสื้อผ้า”

ฟางซื่อได้ยินก็กล่าวอย่างซาบซึ้ง “หลายปีมานี้โชคดีที่มีเจ้าช่วยดูแลจือเอ๋อ เดินทางไกลครานี้ ข้าฝากจือเอ๋อด้วย”

“ฮูหยินไม่ต้องเป็นห่วงเจ้าค่ะ บ่าวจะดูแลคุณหนูอย่างดี”

หลังจากร่ำลากันอยู่พักใหญ่ ขบวนคุณหนูใหญ่ก็ออกเดินทาง

เวลาเดียวกัน ที่ว่าการอำเภอเมืองฝูโจว

วันนี้ทหารจับโจรเพิ่มได้อีกกลุ่มหนึ่ง เป็นโจรที่มีคนพายถูกล่ามโซ่เช่นกัน ตัวประกันสิบสองคนถูกแยกจากโจรเฝ้าเรือตั้งแต่ขึ้นฝั่ง

หมอทหารตรวจบาดแผลและรอยโซ่ คนของทางการคอยจดชื่อ บ้านเกิด กับเหตุที่ถูกจับมา ผู้ใดมีญาติในหัวเมืองใกล้จะส่งข่าวให้ ส่วนคนไร้บ้านต้องพักในเรือนคุ้มกันจนกว่าคดีจะสิ้นสุด

ชายที่เห็นป้ายไม้วันก่อนให้ชื่อว่าซ่งเปียว เขาอายุสามสิบเจ็ดปี บอกว่าตนเป็นช่างซ่อมเครื่องมือจากเจ้อเจียง ถูกโจรจับขณะเดินทางไปหางานเมื่อสองปีก่อน คำตอบทุกข้อราบรื่น ยกเว้นมือของช่างผู้นี้ไม่มีรอยด้านตรงนิ้วที่ใช้จับค้อน กลับมีรอยแผลเก่ารอบข้อมือกับไหล่แบบคนเคยแบกของหนัก

ลั่วเฉิงโจวให้คนตรวจชื่อในทะเบียนหัวเมือง ไม่มีช่างชื่อซ่งเปียวตามหมู่บ้านที่เขาอ้าง

จูจั้นเหิงเรียกตัวมาสอบในคืนเดียวกัน

กระโจมสอบสวนตั้งแยกจากค่ายหลัก ไม่มีเครื่องทรมาน มีเพียงโต๊ะ แผนที่ และป้ายไม้จากก้นหีบ ซ่งเปียวถูกพาเข้ามาทั้งที่ไม่ได้ใส่โซ่ เขาคุกเข่าแล้วก้มมองพื้น ไม่ชายตาไปทางป้ายแม้แต่น้อย

“เจ้าเคยเห็นสิ่งนี้” จูจั้นเหิงกล่าว

“ไม่เคยขอรับ”

“ตอนมันผ่านประตู เจ้ามองเห็นจากระยะไกลและรีบซ่อนข้อมือ” ชายคนนั้นเงียบ

ลั่วเฉิงโจววางบัญชีคำให้การข้างป้าย “บ้านเกิดที่เจ้าบอกไม่มีชื่อเจ้า หากยังโกหก เจ้าจะถูกนับรวมกับโจรบนเรือ”

“ข้าไม่ได้ฆ่าคน”

“เช่นนั้นบอกมาว่าเจ้าเป็นใคร”

ซ่งเปียวมองประตูกระโจม ทหารยืนห่างพอไม่ให้ได้ยินทุกคำ แต่เขายังลดเสียง “ถ้าข้าพูด คนที่ถูกจับเป็นตัวประกันจะตาย”

จูจั้นเหิงถาม “ผู้ใดจะฆ่า”