LNCrawler

เพิ่งเข้าใจ #58

เมื่อหวางเฟยหมดรัก — novel.dek d.com · All chapters

เพิ่งเข้าใจ #58

“คุณหนูรอง” หลัวหมัวมัวอุทานออกมา

“ใช่” หลันจือแค่นเสียงด้วยความเจ็บช้ำ “เขาปฏิเสธที่จะแต่งงานกับข้า เพื่อไปตามหานาง คนหนึ่งทรยศคำสัญญากับข้า ส่วนอีกคนก็ลืมบุญคุณช่วยชีวิต หมัวมัว ท่านบอกข้าที ว่าข้าควรทำอย่างไรกับพวกเขาดี ฮึก!”

น้ำใสเริ่มขึ้นมาเอ่อคลอดวงตาของหลันจือ หลัวหมัวมัวรีบเข้าไปดึงนางเข้ามากอดปลอบ “ไม่ต้องจัดการอันใดทั้งนั้นเจ้าค่ะ เรื่องนี้ไท่เฟยจะจัดการเอง การแต่งงานของคุณหนูกับท่านอ๋องเป็นพระประสงค์ของไท่เฟย พระนางไม่มีวันยอมรับคุณหนูรองแน่เจ้าค่ะ”

“ข้าก็หวังให้เป็นเช่นนั้น”

หลัวหมัวมัวปลอบโยนเจ้านายอีกพักใหญ่ ก่อนจะฝากจดหมายให้ม้าเร็วควบต่อไปเมืองหลวงสองฉบับ ฉบับแรกไปจวนตระกูลเฉียว ส่วนฉบับที่สองส่งไปตำหนักเวินไท่เฟย

ตกเย็น ท่าเรือฝูโจว เมื่อตรวจตราท่าเรือทุกแห่งรวมถึงชายฝั่งเรียบร้อยแล้ว จูจั้นเหิงก็ควบม้าไปที่หมู่บ้านอีกตามเคย ชาวบ้านคุ้นชินกับการมาของเขาแล้ว จึงไม่มีใครสนใจ

บนแคร่ใต้ต้นไหว ทุกคนจะมองเห็นร่างสูงใหญ่ของเซิ่งอ๋องนั่งอยู่ทุกเย็น

อวี้หนานแง้มม่านหน้าต่างออกดูราวกับรู้เวลาโดยไม่ต้องรอให้ใครรายงาน ความทรงจำแต่เก่าก่อนเริ่มผุดขึ้นมาในหัว

รักแรกของนางเกิดเพราะถูกเขากอด แต่ระหว่างเขากับพี่ใหญ่เล่าเริ่มต้นด้วยอะไร มาถึงตอนนี้ เฉียวอวี้หนานเพิ่งจะตระหนัก ว่านางไม่เคยรู้เรื่องเส้นทางความรักของเขากับพี่สาว

นางจำได้ว่าตอนที่ตนเองอายุราวสิบสองสิบสาม ในจวนมีราชโองการสรรเสริญคุณงามความดีของพี่ใหญ่ เรื่องที่ช่วยชีวิตเวินไท่เฟย และตั้งแต่วันนั้น ท่านแม่มักพานางกับพี่สาวไปตำหนักไท่เฟยอยู่บ่อย ๆ ไม่ว่าจะมีงานเลี้ยงหรือไม่มี ส่วนพี่สาวแทบจะเรียกได้ว่าไปทุกวัน เหมือนกับเป็นบุตรสาวแท้ ๆ ของไท่เฟยก็ไม่ปาน

เพราะเช่นนี้ เมื่อท่านอ๋องอยู่สนามรบและกลัวว่าพี่ใหญ่จะเลยวัยมีคู่ สมรสพระราชทานระหว่างสองตระกูลจึงเกิดขึ้น

จนกระทั่งปีที่นางใกล้ถึงวัยปักปิ่น ถึงได้มาถูกเซิ่งอ๋องกอด ถ้าจำไม่ผิด เขาเพิ่งกลับจากชายแดน แล้วพี่ใหญ่กับเขาไปสานสัมพันธ์รักกันตอนไหน

คงเป็นเพราะนางแง้มม่านค้างนานเกินไป คนด้านนอกจึงหันมามอง ดวงตาสองคู่มองสบกัน

อวี้หนานไม่ได้หลบหน้าเหมือนก่อน

เขายังหล่อเหลาเหมือนเดิม แม้จะซูบผอมไปบ้าง แต่ก็ยังสง่างาม นางมักแอบดูเขาอยู่หลังม่านเช่นนี้เสมอ แล้วก็เพ้อฝันว่าตนเองจะได้ครองคู่กับเขา ทว่าเมื่อฝันเป็นจริง นางถึงได้รู้ว่าเขาแตกต่างจากชายหนุ่มที่ตามองไม่เห็นในเขตหวงห้ามอย่างสิ้นเชิง เซิ่งอ๋องในฐานะพระสวามี เป็นคนเย็นชา

วันส่งตัวเข้าหอเขาทำตามพิธีปกติ ไม่เคยทำให้นางเสียหน้าหรืออับอายผู้คน แต่หลังจากนั้น เขาก็แยกเรือนนอนอย่างแนบเนียน และไม่เคยแตะต้องนาง จนกระทั่งวันที่เขาบาดเจ็บ

หลังจากเป็นสามีภรรยากันจริง ๆ แล้ว เขาดีกับนางมากก็จริง แต่ระหว่างเราก็ยังมีเงาของพี่ใหญ่ขวางอยู่ดี

ตอนนี้จิตใจนางสงบลงมากแล้ว อวี้หนานจึงเอาม่านลงแล้วลุกจากโต๊ะ

“ดูอาอันด้วย” นางหันไปสั่งเหอหมัวมัว ก่อนจะเดินออกไปข้างนอก

จูจั้นเหิงรีบลุกขึ้นยืน

อวี้หนานเดินมาหยุดยืนเบื้องหน้าเขา “ตอนนี้ข่าวลือว่าหม่อมฉันเป็นนางบำเรอลับที่ท่านอ๋องทรงเลี้ยงเอาไว้แพร่สะพัดไปทั้งเมือง ท่านอ๋องยังมานั่งเฝ้าหน้าบ้านของหม่อมฉันอีกหรือเพคะ หรือกลัวว่าข่าวลือยังดังไม่พอ”

“ไม่..ข้าไม่ได้...” จูจั้นเหิงลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปเสียสนิท ถึงอยากจะแย้ง ก็พูดไม่ออก “ข้าขอโทษ”

อวี้หนานได้ยินคำขอโทษนั้นแล้วต้องเลิกคิ้วมอง ก่อนจะส่งเสียงเยาะเย้ย “ดูเหมือนว่าพักนี้ ท่านอ๋องจะใช้คำนี้บ่อยนะเพคะ รู้หรือไม่ ว่าใช้มากไปมันจะไร้ค่า”

จูจั้นเหิงพูดไม่ออก ได้แต่พยักหน้ารัว ๆ ท่าทางเชื่อฟัง ดูไปแล้วเชื่องยิ่งกว่าลูกแมวเสียอีก เห็นเขาเป็นเช่นนี้ เฉียวอวี้หนานก็คร้านจะประชดประชันเขาอีก เพียงเอ่ยไล่ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “กลับไปเถิดเพคะ มาเฝ้าที่นี่ทุกวันก็ไร้ประโยชน์”

“ข้าแค่อยากอธิบาย” ใบหน้าของจูจั้นเหิงเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

“ถ้าหม่อมฉันยอมฟัง ท่านอ๋องจะสัญญาได้หรือไม่ว่าจะไม่มาให้หม่อมฉันเห็นหน้าอีก”

จูจั้นเหิงได้ยินพลันอึ้งงันไป สายตาของเขามองเลยไปยังบานหน้าต่างที่เหอหมัวมัวเพิ่งจะอุ้มอาอันออกมา มันเป็นการตัดสินใจที่ยากที่สุดในชีวิตของเขา

“ว่าอย่างไรเพคะ” อวี้หนานถามย้ำ น้ำเสียงยังคงราบเรียบไม่แสดงอารมณ์ใด ราวกับนางพูดคุยกับคนทั่วไปก็ไม่ปาน

จูจั้นเหิงมองใบหน้าเฉยชานั้นแล้ว ในอกวูบโหวง นี่ใช่หรือไม่ แววตาของคนที่หมดรัก ไม่ ต่อให้นางไม่สนใจไยดีเขาแล้ว เขาก็จะสร้างมันขึ้นมาใหม่ คิดได้ดังนั้นแล้ว จูจั้นเหิงจึงเลือกที่จะอธิบาย

“ข้าอยากอธิบาย”

“ได้ หม่อมฉันกำลังฟัง”

“อันที่จริง สองปีที่อยู่ด้วยกันมา ข้าเพิ่งรู้ตัวว่ารักเจ้า เป็นข้าเองที่พยายามหลีกหนีทุกทาง ตั้งแต่ที่รู้ว่าต้องแต่งกับเจ้าแทนพี่สาว ข้ากลับดีใจ ทั้งที่มันไม่ควรจะรู้สึกเช่นนั้น พอคิดว่าตนเองกำลังทรยศคำสัญญากับจือเอ๋อ ข้าก็ไม่กล้าเข้าใกล้เจ้า ข้าพยายามหักห้ามใจมาโดยตลอดจนกระทั่งคืนนั้น...” จูจั้นเหิงมองสบตานาง เขาไม่มีทางลืมคืนที่เขากับนางกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน

อวี้หนานทราบดีอยู่แล้วว่าคืนที่เขาพูดถึงหมายถึงคืนไหน และทุกถ้อยคำของเขามันทำให้ในอกของนางบีบรัด