ย้ายเรือน #5
ย้ายเรือน #5
ตอนที่ 2 ย้ายเรือน
ไม่นาน เวินไท่เฟยพระมารดาของจูจั้นเหิงก็เข้ามาพร้อมนางกำนัล นางเดินตรงไปหาเฉียวหลันจือ ไม่ทันรับการคำนับจากลูกสะใภ้จนจบด้วยซ้ำ สีหน้าที่เคยเคร่งครัดอ่อนลงอย่างที่อวี้หนานแทบไม่เคยเห็นตลอดสองปี
เฉียวหลันจือถูกประคองกลับไปที่เตียง เวินไท่เฟยตามไปนั่งลงบนขอบเตียง
“เด็กโง่ เหตุใดจึงปล่อยให้ตนลำบากอยู่ภายนอกตั้งสามปี” เวินไท่เฟยลูบเส้นผมข้างขมับของหลันจือ “กลับมาแล้วก็พักให้ดี ที่นี่ไม่มีผู้ใดกล้ารังแกเจ้า”
หลันจือร้องไห้ซบมือนาง “หม่อมฉันคิดว่าจะไม่ได้ถวายพระพรไท่เฟยอีกแล้วเพคะ”
“ไม่เอา อย่าได้กล่าวคำพูดไม่เป็นมงคลเช่นนั้น เจ้าอยู่ตรงนี้แล้ว” ปลอบคนแล้วเวินไท่เฟยก็หันไปถามเรื่องยาและอาการจากอวิ๋นเชวี่ย ครั้นได้ยินว่าเรือนชิงหลัวปิดมาสามปี ผนังด้านตะวันออกยังมีความชื้น แม้จุดเตาแล้วก็อุ่นไม่ทั่ว สีหน้าของนางพลันเปลี่ยนเป็นไม่พอใจ “ผู้ใดเลือกให้พักที่นี่”
เฉียนกว่างที่ตามเข้ามาภายหลังคุกเข่าลง “เมื่อคืนเหตุเร่งด่วน ท่านอ๋องจึงให้เปิดเรือนชิงหลัวก่อนพ่ะย่ะค่ะ”
เวินไท่เฟยมองไปรอบห้อง “เรือนนี้เต็มไปด้วยความชื้น คนป่วยจะพักฟื้นได้อย่างไร เรือนฉางเยว่รับแดดตั้งแต่เช้า มีห้องอุ่นอีกทั้งยังอยู่ใกล้ประตูด้านใน หมอเข้าออกสะดวกกว่า ให้หลันจือย้ายไปที่นั่นเถิด”
เฉียวหลันจือได้ชื่อว่าเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตเวินไท่เฟย ในวันที่พระนางหน้ามืดเป็นลมตกจากสะพาน วันนั้นเป็นเฉียวหลันจืออยู่ใกล้แล้วจับแขนของพระนางไว้ กว่าที่นางกำนัลจะตามมาพบเฉียวหลันจือเกือบจะหมดแรงพากันล่วงลงไป เพราะเช่นนี้ เวินไท่เฟยถึงได้รักและเอ็นดูนางไม่ต่างจากบุตรสาวแท้ ๆ
เยี่ยนหลีพลั้งปาก “ไท่เฟยเพคะ แต่เรือนฉางเยว่เป็นเรือนของหวางเฟยนะเพคะ”
คำพูดหลุดออกไปแล้ว นางจึงรีบคุกเข่า ศีรษะแทบแตะพื้น
เวินไท่เฟยปรายตามอง
นางกำนัลอาวุโสข้างกายตวาด “ใครให้ความกล้ากับเจ้า บ่าวไพร่อย่างเจ้าถึงได้กล้ามาสอดปาก!”
เฉียวอวี้หนานรีบคุกเข่าลง “ขอประทานอภัยเพคะ หม่อมฉันสั่งสอนบ่าวไพร่ไม่ดี ขอเสด็จแม่ลงโทษ”
เวินไท่เฟยโบกมือให้นางกำนัล จากนั้นมองลูกสะใภ้ด้วยสายตาตำหนิ “เจ้านายเป็นเช่นไร บ่าวไพร่มักเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ถ้ามีครั้งต่อไป ข้าจะสั่งให้คนลากนางไปโบยให้ตาย!”
เยี่ยนหลีไม่กล้าเงยหน้า รู้สึกผิดที่ทำให้เจ้านายต้องมาเดือดร้อน
อวี้หนานรีบโขกศีรษะ “ขอบพระทัยเสด็จแม่ที่เมตตาเพคะ”
เฉียวหลันจือดึงมือของเวินไท่เฟยไปกุม “ไท่เฟยเพคะ อย่าตำหนิหนานเอ๋อเลยเพคะ ต้องโทษหม่อมฉันอบรมน้องสาวไม่ดี”
“เด็กคนนี้นี่ ชอบรับผิดแทนคนอื่นอยู่เรื่อย” เวินไท่เฟยหันกลับมาทัดปอยผมให้นางด้วยความเอ็นดู ก่อนจะเอ่ยกับลูกสะใภ้ที่ยังคุกเข่าอยู่ “เจ้ากับเซิ่งอ๋องไม่ใช่ว่าหย่ากันแล้วหรือ เรือนหลังนั้นเป็นเรือนสำหรับพระชายา อีกไม่นานเจ้าก็ต้องย้ายออก ก็แค่ย้ายออกให้เร็วขึ้นอีกหน่อย คงไม่เป็นไรกระมัง”
เฉียวอวี้หนานรู้สึกถึงความคลื่นไส้ที่ตีขึ้นมาถึงลำคอจนต้องพยายามกลืนมันลงไป นางกดปลายลิ้นกับเพดานปาก ฝืนให้สีหน้าอยู่ในสภาพเดิม
หลันจือรีบเอ่ย “ไท่เฟยอย่าทรงทำเช่นนั้นเพคะ หม่อมฉันอยู่ที่นี่ได้ เรือนฉางเยว่เป็นเรือนหอของจั้นเหิงกับอวี้หนาน หากให้หม่อมฉันย้ายเข้าไป คนภายนอกจะพูดกันอย่างไรเพคะ”
“ผู้ใดกล้าพูดมากกัน” เวินไท่เฟยตบหลังมือนางเบา ๆ “อีกไม่นานฐานะทุกอย่างก็ต้องจัดใหม่ เจ้าพักรักษาตัวเป็นเรื่องสำคัญ”
จูจั้นเหิงมองไปยังเฉียวอวี้หนาน นางยังคุกเข่าอยู่ เขาจึงกล่าว “เจ้าลุกขึ้นเถิด”
รอให้เฉียวอวี้หนานลุกขึ้นยืนแล้ว จูจั้นเหิงค่อยหันไปสั่งพ่อบ้าน “ไปเปิดเรือนจือจู่ ให้คนทำความสะอาดและย้ายของจำเป็นของหวางเฟยไปก่อนยามโหย่ว”
เฉียนกว่างมีสีหน้าอึดอัด เขาอึกอักอยู่ครู่หนึ่งก็เอ่ยเสียงเบา “ท่านอ๋อง เรือนจือจู่อยู่ท้ายสวนด้านตะวันตก ปิดไว้นานกว่าครึ่งปี เกรงว่าวันเดียวจะจัดไม่ทันพ่ะย่ะค่ะ”
จูจั้นเหิงขมวดคิ้ว ครุ่นคิดอยู่หลายอึดใจ ก่อนจะสั่ง “เพิ่มคนเข้าไปให้มากหน่อย”
พ่อบ้านจำใจต้องรับคำ “พ่ะย่ะค่ะ”
ทั้งร่างกายและจิตใจของเฉียวอวี้หนานมาถึงขีดจำกัดแล้ว นางไม่อาจฝืนทนอยู่ในห้องนี้ได้อีกต่อไป จึงหันไปบอกกับพี่สาว “ข้าคงต้องกลับไปเก็บของก่อน พี่ใหญ่ดูแลตัวเองด้วย” พูดจบ เฉียวอวี้หนานก็หันไปยอบกายให้เวินไท่เฟยกับเซิ่งอ๋อง “หม่อมฉันทูลลาเพคะ”
หลันจือยื่นมือออกมาคล้ายอยากจะรั้งน้องสาวเอาไว้ “หนานเอ๋อ พี่ใหญ่ไม่ได้ต้องการแย่งเรือนของเจ้า”
เฉียวอวี้หนานไม่แม้แต่จะมองมือคู่นั้น เดินจากไปราวกับไม่ได้ยิน
ใช่... ผู้ที่ออกคำสั่งเป็นผู้อื่นทั้งหมด นางจะโทษพี่สาวได้อย่างไร
เฉียวอวี้หนานหมุนตัวเดินออกจากห้องด้วยฝีเท้าอันหนักอึ้ง เยี่ยนหลีกับเหอหมัวมัวตามหลัง ลั่วเฉิงโจวหลีกทางให้ตรงประตู เขามองใบหน้าของนางแล้วเหมือนจะกล่าวบางอย่าง สุดท้ายเพียงประสานมือคารวะส่ง
ระหว่างทางกลับ หลังคาเรือนฉางเยว่ปรากฏอยู่หลังแนวต้นสน ประตูวงเดือนที่นางเดินผ่านมาทุกวันยังเปิดรับผู้เป็นนาย ทว่าในลานมีบ่าวจากฝ่ายพ่อบ้านยืนรออยู่แล้วหลายคน หีบเปล่า เชือก และผ้าคลุมถูกวางเรียงใต้ชายคา คำสั่งของจูจั้นเหิงมาถึงก่อนนาง
เยี่ยนหลีเดินขึ้นระเบียงหน้าเรือนแล้วหันกลับมา น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลออกมาจนได้ “พระองค์ยังเป็นหวางเฟยอยู่ เหตุใดต้องยกเรือนหอให้ผู้อื่นด้วยเพคะ ต่อให้คุณหนูใหญ่เจ็บป่วย จวนอ๋องมีเรือนว่างตั้งมาก เหตุใดต้องเป็นที่นี่”