ธาตุแท้หลันจือ #61
ธาตุแท้หลันจือ #61
ตอนที่ 30 ธาตุแท้หลันจือ
นางได้แต่กัดฟันกลั้นสะอื้น ปล่อยให้คุณหนูใหญ่ระบายอารมณ์ โดยไม่มีใครคิดให้ความช่วยเหลือ ตั้งแต่ซิ่วอิงเข้ามาอยู่ในจวน นางก็กลายเป็นเครื่องระบายอารมณ์ของคุณหนูใหญ่โดยไม่มีใครรู้ เนื้อตัวของนางใต้ร่มผ้ามีแต่รอยเขียวช้ำทุกวัน แม้แต่มารดาอย่างหลัวหมัวมัวยังไม่คิดจะปกป้องนาง
ซิ่วอิงถูกอบรมสั่งสอนมาตั้งแต่จำความได้ว่าให้ยอมคุณหนูใหญ่ ให้ซื่อสัตย์จงรักภักดี ให้รักและบูชาคุณหนูใหญ่ นางจึงยอมเป็นเครื่องระบายอารมณ์ของเฉียวหลันจือมาตลอด เพิ่งจะมีสามปีที่เฉียวหลันจือหายไป ซิ่วอิงถึงได้รู้สึกว่าตนเองกลายเป็นมนุษย์คนหนึ่งขึ้นมา แต่หลังจากที่เฉียวหลันจือกลับมา ทุกอย่างของสาวใช้ผู้ต่ำต้อยก็พังทลาย
เป็นเพราะคำสอนของมารดาอย่างหลัวหมัวมัว ซิ่วอิงจึงไม่เคยปริปาก
เฉียวหลันจือระบายอารมณ์จนพอใจแล้วก็ตวาดไล่ “ไสหัวไปให้พ้นหน้าข้า!”
ซิ่วอิงรีบลุกออกไป ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้ามารดา หลัวหมัวมัวส่งสายตาให้อวิ๋นเซวี่ยเก็บกวาด ส่วนตัวเองเดินเข้าไปปลอบผู้เป็นนาย
ทางด้านซิ่วอิงถูกทุบตีจนมึนงง นางเดินไปผิดทาง บังเอิญเจอเซิ่งอ๋องพอดี
ซิ่วอิงเห็นเขาก็รีบคุกเข่า นางมึนงงจนแม้แต่คำพูดทำความเคารพยังนึกไม่ออก
จูจั้นเหิงเองก็ไม่คิดจะให้นางถวายคำนับอยู่แล้ว เขามองสภาพนางด้วยความสงสัย “ใครทำร้ายเจ้า”
ครั้นได้ยิน ทั้งร่างของซิ่วอิงพลันสั่นเทา “ไม่มี ไม่มีใครทำร้าย คุณหนูไม่ได้ทำร้ายข้า ท่านแม่บอกว่า ข้าต้องจงรักภักดี ต้องซื่อสัตย์กับคุณหนู ห้ามบอกใคร ห้ามพูด พูดไม่ได้ ถ้าพูดไปท่านแม่จะตีข้า เกลียดข้า”
จูจั้นเหิงหันไปสบตากับลั่วเฉิงโจว อีกฝ่ายเดินเข้าไปใกล้ ๆ “ซิ่วอิง หัวเจ้าแตก ให้ข้าพาไปทำแผลดีหรือไม่”
ซิ่วอิงส่ายหน้า รีบลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีไป
ลั่วเฉิงโจวหันมามองผู้เป็นนาย
“ตามไป อย่าให้ใครเห็นนาง รีบพานางออกจากจวนแล้วพาไปฝากไว้กับหวางเฟย”
“พ่ะย่ะค่ะ” ลั่วเฉิงโจวไม่กล้าชักช้า
ภายในเรือน หลัวหมัวมัวเพิ่งจะอ้าปาก สาวใช้ด้านนอกก็ตะโกนรายงานเข้ามาด้วยน้ำเสียงร้อนรน “ท่านอ๋อง...ท่านอ๋องเสด็จมาเจ้าค่ะ”
เฉียวหลันจือได้ยินก็ผุดลุกขึ้นยืน สาวเท้าออกไปด้านนอก เซิ่งอ๋องก้าวเข้ามาถึงลานด้านหน้าแล้ว เขายืนเอามือไพล่หลังอยู่กลางลาน ไม่คิดจะเดินเข้าไป
เฉียวหลันจือเห็นอย่างนั้นรีบเดินลงจากเรือนเข้าไปหา “จั้นเหิง”
ไม่ว่าจะเป็นเมื่อห้าปีที่แล้วหรือจนถึงตอนนี้ บุรุษเบื้องหน้ายังคงทำให้นางหวั่นไหวทุกครั้ง หลายเดือนที่ไม่ได้เจอกัน ทำให้เฉียวหลันจือตั้งใจจะวิ่งเข้าไปกอด หากแต่จูจั้นเหิงกลับก้าวถอยหลัง ห่างไปสองก้าว เว้นระยะราวกับว่าเขากับนางไม่เคยเป็นคนรักกัน
เฉียวหลันจือชะงักค้าง มองเขาด้วยความไม่เข้าใจ
จูจั้นเหิงเอ่ย “วันนั้นข้าคงบอกกับเจ้าไม่กระจ่างพอ วันนี้ข้าจึงตั้งใจมาคุยกับเจ้าอีกครั้ง”
ไม่ต้องให้เขาพูด หลันจือก็พอรู้ว่าเรื่องอันใด “เรื่องที่ท่านจะไม่แต่งงานกับข้าน่ะหรือ”
จูจั้นเหิงพยักหน้า “ใช่ เรื่องที่ข้าจะไม่แต่งกับเจ้า”
แววตาของเฉียวหลันจือเริ่มเจือความเย้ยหยัน “ท่านทำได้หรือ การแต่งงานของพวกเราเป็นไท่เฟยจัดการ ท่านคิดว่าพระนางจะยอมหรือ”
“เรื่องนั้นข้าจะบอกเสด็จแม่เอง เจ้าไม่ต้องกังวล ที่ข้ามาวันนี้ เพียงต้องการบอกกับเจ้าให้ชัด ว่าข้าไม่ต้องการเกี่ยวข้องกับเจ้า”
“เพราะเหตุใด? อย่าบอกนะว่าท่านเกิดเปลี่ยนใจไปรักน้องสาวข้า”
“ไม่ ข้าไม่ได้เปลี่ยนใจไปรักน้องสาวเจ้า แต่ข้าเพิ่งเข้าใจตัวเองว่าข้ารักนางแค่คนเดียวมาโดยตลอด”
“ท่านพูดอะไร!” เฉียวหลันจือแค่นเสียง “แล้วสิ่งที่ท่านทำให้ข้าเล่า เรือนชิงหลัว ต้นไห่ถัง หรือแม้แต่ปิ่นไห่ถัง ท่านจะเรียกการกระทำเหล่านั้นว่าอันใด”
“ความรับผิดชอบ” จูจั้นเหิงตอบโดยไม่ต้องหยุดคิด “ก่อนหน้านี้ เพราะข้าเผลอไปกอดเจ้าในเขตหวงห้าม ข้าก็เลยต้องรับผิดชอบ”
จูจั้นเหิงพูดไม่หมด เขาไม่ได้พูดออกไป ว่าเขาเคยใจเต้นแรงกับหญิงสาวที่เขาเผลอกอดในวันนั้น เพียงแต่ความรู้สึกนั้น มันกลับไม่เคยมีอีกเลยหลังจากรู้ว่าหญิงสาวนางนั้นคือเฉียวหลันจือ เขาแค่เข้าใจผิดไปเองว่าเขาชอบหญิงสาวในเขตหวงห้ามเขาก็เลยต้องชอบนาง ทว่าตั้งแต่เข้าใจกระจ่าง เขาถึงได้รู้ว่าความรักมันไม่ใช่อย่างที่รู้สึกกับหลันจือ แต่เป็นกับอวี้หนาน
“รับผิดชอบอย่างนั้นหรือ? ท่านพูดกับข้าเช่นนี้ได้อย่างไร!” น้ำในตาของเฉียวหลันจือเริ่มเอ่อคลอ “แล้วสัญญาของเราเล่า! สัญญาว่าจะอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า!”
จูจั้นเหิงนึกไปถึงวันที่นางพูดถึงคำสัญญา แล้วจึงถามกลับไป “เจ้านึกดูให้ดี”
เฉียวหลันจือมีหรือจะต้องย้อนคิด เพราะนางย่อมรู้ดี นางแค่นเสียงหัวเราะทั้งน้ำตา “ฮะ ๆ ใช่ ท่านไม่เคยพูด ข้าให้ท่านสาบาน แต่ท่านเอาแต่เงียบ ข้าก็เลยพูดว่า ข้าจะถือว่าความเงียบคือการตกลง ตอนนั้นพอได้ยินประโยคนี้ เหตุใดท่านไม่บอกปัดเล่า!”
“เพราะเจ้าเดินหนีไป ความจริงข้าบอกปัดไปแล้ว เจ้าลองนึกดูอีกที”
ความเจ็บปวดระลอกสองทิ่มแทงในอกของเฉียวหลันจืออย่างจัง นางมีหรือจะไม่ได้ยิน เขาบอกนางว่า เขาจะไม่เอ่ยคำสัญญาจนกว่าจะมั่นใจ เป็นนางเองที่มัดมือชกโดยการไปบอกกับไท่เฟย