LNCrawler

ธาตุแท้หลันจือ #62

เมื่อหวางเฟยหมดรัก — novel.dek d.com · All chapters

ธาตุแท้หลันจือ #62

“แล้วเหตุใดพอข้ากลับมา ท่านถึงยอมหย่ากับหนานเอ๋อ” หลันจือยังไม่คิดยอมแพ้

“ก็เพราะเจ้าประณามนาง ตอนข้าวางเจ้าลงบนเตียง เจ้าเอาแต่เพ้อว่า หนานเอ๋อทรยศความรักของเจ้า ตอบแทนบุญคุณช่วยชีวิตด้วยการแย่งคนรัก เจ้าว่านางอกตัญญู ทั้งที่เจ้ายอมสละชีวิต” จูจั้นเหิงนึกไปถึงคืนนั้นแล้ว ใบหน้าพลันหมองลง “ข้ายอมเขียนหนังสือหย่าให้หนานเอ๋อ เพราะไม่อยากให้นางถูกประณาม และเพื่อไม่ให้นางถูกเจ้าเกลียดชัง ข้ายอมให้นางเกลียดข้า ดีกว่าปล่อยให้นางต้องใช้ชีวิตอยู่ในฐานะคนเนรคุณ”

“ที่แท้ท่านก็คิดเผื่อนางมากเพียงนี้” น้ำตาของหลันจือไหลอาบสองข้างแก้ม “ในเมื่อท่านพูดมาขนาดนี้แล้ว ข้าคง...” เอ่ยยังไม่ทันจบประโยค ทั้งร่างของหลันจือก็หงายหลัง จูจั้นเหิงถลันกายเข้าไปรับเอาไว้ตามสัญชาตญาณ

หากแต่ครานี้ เขากลับใช้แขนเพียงข้างเดียวรองแผ่นหลังของนางเอาไว้ พลางใช้สายตากดดันมองไปยังหลัวหมัวมัวกับอวิ๋นเซวี่ย

คราแรก ทั้งสองคิดจะให้เขาอุ้มพาเข้าไปในเรือน แต่เซิ่งอ๋องไม่มีความคิดจะขยับ ทั้งสองจำต้องรีบเข้ามาประคองร่างเจ้านาย

จูจั้นเหิงไม่สนใจ หลังจากส่งคนให้บ่าวไพร่แล้ว ก็หมุนตัวเดินจากไป เขาเป็นคนมีวรยุทธ์ มีหรือจะไม่รู้ว่านางเสแสร้ง ยิ่งมารวมกับสภาพของซิ่วอิงก่อนหน้านี้ จูจั้นเหิงเพิ่งจะตระหนักว่าตนเองแทบไม่รู้จักนิสัยใจคอที่แท้จริงของเฉียวหลันจือเลย

หลังจากเขาไปแล้ว เฉียวหลันจือที่เพิ่งทำท่าหมดสติ ก็กลับมายืนตัวตรง นางแทบจะกรีดร้องออกมา แต่ไม่ได้ทำ เพียงเอ่ยเสียงเยียบเย็น “ไปตามนังซิ่วอิงมาให้ข้า!”

อวิ๋นเซวี่ยมองไปที่หลัวหมัวมัว อีกฝ่ายพยักหน้า อวิ๋นเซวี่ยถึงได้ผละไป

ในหมู่บ้าน ลั่วเฉิงโจวเพิ่งมาถึง เยี่ยนหลี เห็นเขาก็ถือโคมออกมาดู

ลั่วเฉิงโจวรอรับซิ่วอิงลงมาจากรถม้า แล้วค่อยมาบอกกล่าวกับเยี่ยนหลี “นางถูกคุณหนูใหญ่ทุบตี ท่านอ๋องให้ข้าพานางหนีมาฝากให้หวางเฟย...เอ่อ...ให้นายหญิงดูแล”

“คุณหนูใหญ่มาที่นี่หรือ?” เยี่ยนหลีถามด้วยความตกใจ เสียงของนางสูงเกินไป คำว่าคุณหนูใหญ่เลยดังเข้าไปในโสตของซิ่วอิง

อีกฝ่ายรีบทรุดตัวนั่งคุกเข่าตัวสั่นทันที

เยี่ยนหลีเห็นแล้วแปลกใจยิ่ง “นางเป็นอันใด”

ลั่วเฉิงโจวถอนหายใจ “ดูเหมือนว่าจะถูกตีที่ศีรษะจนกระทบกระเทือน ข้าให้คนไปตามหมอที่ค่ายแล้ว อีกเดี๋ยวคงมาถึง”

อวี้หนานได้รับรายงานแล้ว เดินออกมาดูพร้อมกับเหอหมัวมัว ครั้นเห็นสภาพของซิ่วอิง คิ้วบนใบหน้างามพลันขมวดมุ่น “ใครทำร้ายนาง”

สามปีมานี้ ซิ่วอิงเป็นสาวใช้ข้างกายมารดา ถึงนางจะเป็นคนไม่ค่อยพูดแต่ก็เป็นคนขยันขันแข็งว่านอนสอนง่าย ใช้ทำสิ่งใดนางล้วนทำไม่เคยขาดตกบกพร่อง แล้วเหตุใดจึงถูกคนทำร้ายหนักถึงเพียงนี้

“นางบอกว่าคุณหนูใหญ่ขอรับ” ลั่วเฉิงโจวพูดแล้วยังไม่ลืมอธิบายต่อ “ท่านอ๋องตั้งใจว่าจะไปพูดคุยกับคุณหนูใหญ่เฉียวให้กระจ่าง แต่เพิ่งเข้าไปก็ไปเจอกับซิ่วอิงในสภาพเช่นนี้เข้าพอดี หลังจากซักถาม นางบอกว่าคุณหนูใหญ่ระบายอารมณ์กับนาง แต่นางพูดจาสับสนวกวน ท่านอ๋องเกรงว่านางจะถูกทำร้ายอีก จึงให้ข้าน้อยพานางหนีมาที่นี่ขอรับ”

เฉียวอวี้หนานเห็นสภาพของซิ่วอิงแล้ว ลืมเรื่องที่ควรต่อว่าเซิ่งอ๋องไปสนิท หมอมาถึงพอดี ทุกคนจึงเข้าไปด้านใน ยกเว้นลั่วเฉิงโจว เพราะเขาต้องกลับไปอารักขาเจ้านาย

ภายในห้องโถงหลังจากหมอตรวจละเอียด ก็หันมารายงาน “ดูจากบาดแผล เหมือนจะไม่ได้มีแต่ภายนอก แล้วเฉพาะแค่บนศีรษะ มีร่องรอยถูกทุบตีด้วยของแข็งทั้งเก่าทั้งใหม่ ล่าสุดคือเหนือใบหูซ้ายบวม แล้วก็คิ้วแตก ดูเหมือนคนลงมือจะลงมือหนักไม่น้อยเลยขอรับ ถ้าให้ดี ต้องรบกวนตรวจดูภายใน”

เฉียวอวี้หนานหันให้เหอหมัวมัวพาซิ่วอิงเข้าไปในห้อง

หลังเข้ามาแล้ว เหอหมัวมัวก็พูดปลอบ “ซิ่วอิง นายหญิงอยากดูร่างกายเจ้า”

ธรรมดาแล้วซิ่วอิงถูกสั่งสอนมาให้เชื่อฟังคุณหนูใหญ่ เกลียดชังคุณหนูรอง ตลอดเวลาที่อยู่ในจวนนางจึงไม่เคยอยากเข้าใกล้คุณหนูรองเลย แต่เพราะตอนนี้นางถูกทุบจนมึนเบลอ ก็เลยยอมให้เหอหมัวมัวกับเยี่ยนหลีช่วยถอดอาภรณ์

ครั้นได้เห็นรอยม่วงช้ำภายใน เหอหมัวมัวกับเยี่ยนหลีพากันยกมือทาบอก

“นะ..นี่มัน” เหอหมัวมัวตกใจจนพูดอะไรไม่ออก

“ฝีมือคุณหนูใหญ่หรือเจ้าคะ” เยี่ยนหลีหันมามองเจ้านายอย่างไม่อยากเชื่อสายตา นี่ถ้าหากไม่ใช่มาจากคำพูดของลั่วเฉิงโจว นางไม่มีทางเชื่อแน่ ใครจะไปคิดว่าคุณหนูผู้อ่อนแอบอบบางเบื้องหลังจะมีนิสัยโหดร้ายทารุณเช่นนี้

อวี้หนานได้แต่นิ่วหน้า พูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว บนร่างกายของซิ่วอิงแทบไม่มีที่ว่าง ผิวทั้งหมดถ้าไม่เป็นรอยม่วงช้ำก็เป็นรอยแส้ นี่มันอะไรกัน

“ใส่เสื้อผ้าให้นาง ข้าจะไปแจ้งท่านหมอ” อวี้หนานสั่ง ก่อนจะเดินออกไปด้วยใบหน้าเคร่งเครียด นางอยู่ในจวนตระกูลเฉียวมาตั้งแต่เกิด ไม่เคยเห็นความรุนแรงมาก่อน พอเห็นสภาพของซิ่วอิงจิตใจของอวี้หนานถึงขั้นปั่นป่วน

จูจั้นเหิงกลับมาที่ค่ายบนเขาแล้ว ลั่วเฉิงโจวรายงานอย่างละเอียด เขาฟังแล้วก็รับชาจากองครักษ์มานั่งจิบเงียบ ๆ

สักพัก ค่อยหันไปเอ่ยกับลั่วเฉิงโจว “เจ้าติดตามข้ามานาน เคยเห็นการกระทำแปลกประหลาดของหลันจือบ้างหรือไม่”

ลั่วเฉิงโจวส่ายหน้า “ไม่นะพ่ะย่ะค่ะ”

จูจั้นเหิงทราบอยู่แล้ว ว่าไม่มีใครเห็น เขาเพียงถามเพื่อความแน่ใจ

“ดูจากสภาพของสาวใช้นางนั้นกับสิ่งที่นางพูด เหมือนว่าเรื่องที่นางถูกทุบตีจะไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นภายในวันสองวัน”