พี่น้องเผชิญหน้า #63
พี่น้องเผชิญหน้า #63
ตอนที่ 31 พี่น้องเผชิญหน้า
“พ่ะย่ะค่ะ ในรถม้า นางเอาแต่พร่ำพูดว่านางต้องเชื่อฟังคุณหนูใหญ่ เกลียดชังคุณหนูรอง ดูเหมือนว่านางจะโดนเช่นนี้มาตั้งแต่จำความได้”
“นางไม่ใช่ลูกของหลัวหมัวมัวหรือ” จูจั้นเหิงนึกสงสัย “ไฉนจึงปล่อยให้บุตรสาวถูกทำร้ายได้เพียงนั้น”
“เรื่องนี้ต้องสืบหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
“สืบหน่อยก็ดีเหมือนกัน ส่งจดหมายไปสั่งการคนของเราในเมืองหลวงให้จัดการ”
“พ่ะย่ะค่ะ”
ทางด้านจวนรับรอง หลังหาตัวซิ่วอิงไม่พบ สาวใช้คนหนึ่งก็ถูกเรียกมาแทน ส่วนเรื่องซิ่วอิงหลัวหมัวมัวไปแจ้งสูซื่อ สูซื่อจึงนำเรื่องนี้ไปบอกสามี คำสั่งต่อไปยังนายอำเภอ ทว่ายังไม่ทันที่นายอำเภอจะส่งคนไปค้นหา คำสั่งลับจากเซิ่งอ๋องก็มาถึง เรื่องนี้จึงกลายเป็นการทำงานบังหน้า แต่ไม่มีการตามหาจริง
รุ่งเช้าฟ้าไม่ทันสาง เซิ่งอ๋องก็ต้องออกไปกับกองเรือ เรือนใหญ่ในหมู่บ้าน ซิ่วอิงอาการดีขึ้นแล้ว นางไม่ได้มีท่าทางสับสนมึนงงเช่นเมื่อคืน แต่เพราะนางดีขึ้น นางถึงได้จำคำสั่งของมารดาได้
ทันทีที่เห็นว่าตนอยู่ที่ใด เจ้าตัวก็ลุกจากเตียงด้วยท่าทางหวาดกลัว
ซิ่วอิงที่อวี้หนานเคยเห็นไหนเลยจะมีท่าทางเช่นนี้ แม้อีกฝ่ายจะเอาแต่เดินตามหลังพี่สาว แต่ก็ไม่เคยมีท่าทีตื่นผู้คนเช่นนี้ให้เห็น
“ซิ่วอิง” อวี้หนานเอ่ยเสียงดุ แสร้งทำสีหน้าเคร่งขรึม
ซิ่วอิงหวาดกลัวจริงดังคาด นางรีบคุกเข่าลง “บ่าวต้องรีบกลับไปหาคุณหนูใหญ่ คุณหนูรองโปรดเห็นใจส่งบ่าวกลับไปด้วยเจ้าค่ะ”
อวี้หนานได้ยินยิ่งแสร้งทำสีหน้าดุดัน “เป็นแค่บ่าว เจ้ากล้าสั่งข้าหรือ!”
“บะ...บ่าวไม่กล้าเจ้าค่ะ” ซิ่วอิงรีบโขกศีรษะ ถึงแม้ว่านางจะถูกฝังหัวมาว่าให้เกลียดชังคุณหนูรอง แต่จิตใจของซิ่วอิงบริสุทธิ์เกินไป นางจึงไม่ได้มีใจเกลียดชังผู้อื่น
“ในเมื่อไม่กล้า ก็จงทานข้าวทานยาเสีย ทางด้านพี่ใหญ่ ประเดี๋ยวข้าส่งคนไปแจ้งเอง แล้วอย่าคิดขัดคำสั่ง ไม่อย่างนั้น...”
ซิ่วอิงผวาเฮือก รีบพยักหน้าด้วยความหวาดกลัว
อวี้หนานส่งสายตาให้เยี่ยนหลีกับซุนชิงเฝ้าเอาไว้ ส่วนตนเองอุ้มอาอันเดินออกไปพร้อมเหอหมัวมัว
“ท่านคิดเช่นไร” หลังเดินออกมาถึงห้องโถง อวี้หนานก็เอ่ยถามเหอหมัวมัว
ปีนี้อวี้หนานอายุสิบเก้า หลันจืออายุยี่สิบเอ็ด เหอหมัวมัวสามสิบเจ็ด ถ้าจะมีใครเห็นเรื่องราวได้ชัดกว่า ก็น่าจะเป็นผู้อาวุโสอย่างเหอหมัวมัว เพราะตลอดเวลาที่อยู่ที่จวน อวี้หนานไม่เคยเห็นพี่สาวด้านนี้มาก่อน ที่นางเห็นคือเด็กสาวอ่อนแอ ได้แต่นั่งไออยู่ข้างหน้าต่าง แม้จะเห็นสภาพร่างกายของซิ่วอิงแล้ว อวี้หนานก็ยังไม่กล้าเชื่อ
เหอหมัวมัวเองก็เช่นกัน นางครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ แล้วก็ส่ายหน้า “เรื่องนี้มันเหลือเชื่อเกินไปเจ้าค่ะ บ่าวเห็นคุณหนูใหญ่มาตั้งแต่เด็ก อย่าว่าแต่ทุบตีผู้อื่นเลย แม้แต่จะพูดเสียงดังยังไม่เคยเห็น อีกอย่าง ซิ่วอิงเป็นบุตรสาวของหลัวหมัวมัว นางจะยอมให้คุณหนูใหญ่ทำร้ายบุตรสาวตนเองได้อย่างไร”
อวี้หนานได้ยินแล้วพลันคิดหนัก บาดแผลตามร่างกายของซิ่วอิงสาหัสขนาดนั้น นางย่อมถูกคนทุบตีมาจริง แล้วถ้าไม่ใช่พี่ใหญ่ ใครจะกล้าทุบตีนาง
“หรือว่าจะเป็นฝีมือหลัวหมัวมัว” อวี้หนานหันไปถามเหอหมัวมัวอีกครั้ง
“ก็ไม่แน่เจ้าค่ะ แต่มารดาที่จะทำร้ายบุตรสาวได้ถึงเพียงนั้น ต้องเกลียดชังได้ขนาดไหนกัน”
ทั้งสองได้แต่มองหน้ากัน แล้วก็จำต้องพักเรื่องนี้เอาไว้ก่อน อวี้หนานไม่มีความคิดจะส่งซิ่วอิงกลับไปในตอนนี้ อย่างน้อยต้องรอให้อีกฝ่ายหายจากอาการบาดเจ็บเสียก่อน
ในจวนรับรอง
เฉียวหลันจือในชุดกระโปรงหรูฉวินสีม่วงอ่อนเพิ่งจะลุกจากเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง อวิ๋นเซวี่ยนำถุงหอมกลิ่นดอกไห่ถังแขวนให้ที่ข้างเอว
“ไปกันเถิด ถึงเวลาที่ข้าควรไปพบน้องสาวเสียที” พูดจบนางก็เดินนำไป เบื้องหลังหลัวหมัวมัวกับอวิ๋นเซวี่ยรวมถึงสาวใช้ที่เหลือพากันเดินตามมา
ข้อมูลของแม่หม้ายผู้นั้นมาถึงมือของเฉียวหลันจือตั้งแต่เมื่อวาน สูซื่อช่างดียิ่ง นางให้เสมียนคัดข้อมูลออกมาจากทะเบียนราษฎรอย่างละเอียด เฉียวหลันจือจึงรู้ที่อยู่ของอวี้หนาน
ขบวนเคลื่อนออกจากจวนรับรองต้นยามซื่อ
ในหมู่บ้านอาอันเพิ่งจะหลับไป อวี้หนานจึงปลีกตัวไปดูพืชในสวน ส่วนซิ่วอิงหลับไปเพราะฤทธิ์ยา
อวี้หนานกำลังถอนหญ้าใต้ต้นชา ก็มีชาวบ้านมารายงาน
“นายหญิงเจ้าคะ มีแขกจากต่างเมืองมาเจ้าค่ะ”
ผู้เฒ่าเฉินหันมามอง เฉียวอวี้หนานหันไปฝากงานไว้กับเขา ก่อนจะลุกไปล้างมือ นางย่อมรู้อยู่แล้วว่าแขกที่ว่าคือผู้ใด เฉียวอวี้หนานทำทุกอย่างอย่างใจเย็น หากเป็นก่อนหน้านี้ นางคงลำบากใจที่จะสู้หน้าพี่สาว เพราะอยู่ในฐานะแย่งคนรักของอีกฝ่าย แต่ตอนนี้นางกับเซิ่งอ๋องหย่ากันแล้ว จึงไม่มีเรื่องให้ต้องรู้สึกละอาย
ในศาลาริมคลอง เฉียวหลันจือยืนเอามือทาบทับกันอยู่บนหน้าท้องมองพื้นน้ำเบื้องล่าง
ข้างเสาสองฝั่ง คือหลัวหมัวมัวกับอวิ๋นเซวี่ย
เฉียวอวี้หนานเดินมาตามทาง ด้านหลังมีแค่เยี่ยนหลีถือถาดชุดชาตามมา เพราะเหอหมัวมัวต้องอยู่ดูอาอัน