LNCrawler

พี่น้องเผชิญหน้า #64

เมื่อหวางเฟยหมดรัก — novel.dek d.com · All chapters

พี่น้องเผชิญหน้า #64

เมื่อเห็นนางมา หลัวหมัวมัวกับอวิ๋นเซวี่ยก็ยอบกายคำนับ “คุณหนูรอง”

เฉียวหลันจือค่อย ๆ หมุนตัวกลับมา

ดวงตาสองคู่มองสบกัน

เยี่ยนหลียอบกายคารวะตามมารยาทเช่นกัน “คุณหนูใหญ่”

หลันจือมองไปทางสาวใช้ของตน หลัวหมัวมัวกับอวิ๋นเซวี่ยพากันออกจากศาลา เดินห่างไปหลายสิบก้าว เยี่ยนหลีเดินเข้าไปวางชุดชาลงบนโต๊ะ จากนั้นรินใส่จอกไว้สองจอก ก่อนจะล่าถอยออกไปยืนห่างศาลาเช่นกัน

เฉียวอวี้หนานเดินเข้ามานั่งเก้าอี้ข้างโต๊ะหิน

หลันจือเอ่ย “ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่ดีใจที่เจอพี่ใหญ่”

“ถ้าวันนั้นท่านไม่ใช่ต้นเหตุที่ทำให้ข้าถูกท่านพ่อตบจนต้องไปนั่งคุกเข่าในศาลบรรพชน บางทีข้าอาจจะดีใจ” อวี้หนานตอบกลับไปเสียงราบเรียบ

บรรยากาศระหว่างพี่น้องไม่มีอะไรเหมือนเดิม

แม้จะถูกประชดประชันแต่ใบหน้ายิ้มแย้มอ่อนโยนของหลันจือยังไม่เปลี่ยน นางเดินมานั่งลงฝั่งตรงข้าม พลางเอ่ย “เจ้าเข้าใจผิดแล้ว วันนั้นมันเป็นเหตุสุดวิสัย ข้าพยายามอธิบายแล้ว แต่ไม่มีใครฟัง หากจะโทษต้องโทษที่ทุกคนรักข้ามากเกินไป”

เฉียวอวี้หนานย่อมกระจ่างแจ้งถึงเหตุผลดี และยังรู้ด้วยว่าสิ่งที่พี่สาวพูดมาล้วนถูกต้อง เพราะถ้าทุกคนไม่ลำเอียง คงไม่ลงโทษนางโดยไม่ไต่ถาม เมื่อถูกย้อนกลับมาเช่นนั้น นางจึงไม่คิดต่อความยาว เพียงถามกลับไป “ท่านมาหาข้าด้วยเรื่องอันใด”

หลันจือเลิกคิ้ว “เหตุใดถึงได้ถามเช่นนั้นเล่า น้องสาวหนีออกจากบ้านมาเป็นปี ข้าที่เป็นพี่สาวมาหาย่อมไม่ใช่เรื่องแปลกไม่ใช่หรือ”

อวี้หนานผุดรอยยิ้มเยาะ “หากว่าตอนนี้ท่านเป็นเซิ่งหวางเฟย ข้าคงคิดว่ามันไม่แปลก แต่เผอิญว่าท่านไม่ใช่ ฉะนั้น การที่ท่านมาหาข้า น่าจะมีสาเหตุเดียว...”

รอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าหลันจือแข็งค้างไปอึดใจ ก่อนจะพยายามฝืนเอาไว้เต็มที่ ต่อให้อวี้หนานไม่ได้พูดให้จบ นางก็เข้าใจความหมายอยู่ดี

“หนานเอ๋อ เจ้าเข้าใจพี่ใหญ่ผิดไปกันใหญ่แล้ว ข้ากับจั้นเหิงแค่ยังไม่ได้แต่ง แต่ถึงอย่างไรก็ต้องแต่งกันอยู่ดี ข้าจะต้องตามมาหึงหวงเจ้าไปเพื่ออันใด ที่พี่ใหญ่มาเพราะเป็นห่วงเจ้าต่างหากเล่า”

“เป็นเช่นนั้นหรือ” อวี้หนานปรายตามอง “แต่เหมือนว่าที่ท่านอ๋องบอกข้าจะไม่ใช่อย่างนั้นนะ พระองค์บอกว่าจะไม่แต่งงานกับท่าน และต้องการกลับมาใช้ชีวิตอยู่กับข้า”

“ไม่จริง!” ในที่สุดเฉียวหลันจือก็เก็บสีหน้าเอาไว้ไม่ไหว ใบหน้างามเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงเย็นชา “เขารักข้าเพียงใด เจ้าก็เห็นแล้ว เขาไม่มีทางที่จะไม่แต่งกับข้า!”

อวี้หนานเพิ่งเคยเห็นด้านนี้ของพี่สาวเป็นครั้งแรก รู้สึกแปลกตาอยู่บ้าง ที่นางพูดออกไปเช่นนั้น เพราะจงใจยั่วโทสะ ถ้าดูจากสภาพของซิ่วอิง คนที่ทำร้ายนางจะต้องเป็นคนที่เก็บกดทางอารมณ์อย่างรุนแรง ถึงได้ระบายออกมาเช่นนั้น

“รักท่าน? ท่านแน่ใจหรือ พูดก็พูดเถิดนะพี่ใหญ่ จนถึงตอนนี้ข้ายังไม่รู้เลยว่าท่านกับท่านอ๋องไปรักกันตอนไหน ข้าว่าท่านเข้าใจผิดมากกว่า ไม่แน่ว่าตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ หญิงสาวในใจท่านอ๋องอาจเป็นข้า”

“ไม่ใช่! คนที่เขารักคือข้า ไม่ว่าเจ้าจะไปรู้อะไรมาล้วนเป็นเรื่องไม่จริง หญิงสาวชุดม่วงที่เป็นรักแรกพบของเขาวันนั้นคือข้า!”

ตั้งแต่เด็กจนโต เฉียวหลันจือมีแต่คนล้อมหน้าล้อมหลัง เคยชินกับการเสแสร้งทำตัวอ่อนแอให้ทุกคนโอบอุ้ม ไม่มีใครเคยขัดใจนางหรือพูดจาตรงไปตรงมาโดยไม่รักษาน้ำใจ โดยเฉพาะอวี้หนานที่ถูกสอนให้ยอมให้พี่สาวมาโดยตลอดยิ่งไม่เคย พอมาถึงตอนนี้ เฉียวอวี้หนานไม่เพียงไม่ยอมนางเหมือนเคยยังพูดจาแทงใจดำ ตัวตนที่แท้จริงที่ถูกซ่อนเอาไว้อย่างมิดชิดภายใต้ท่าทางอ่อนแอขี้โรคก็เผยออกมาอย่างง่ายดาย

หลัวหมัวมัวได้ยินเจ้านายแผดเสียงก็รู้ว่าท่าไม่ดี รีบสาวเท้าไปยังศาลา

หากแต่ยังช้าเกินไปอยู่ดี

ภาพหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของอวี้หนาน ภาพที่นางถูกเซิ่งอ๋องกอดในเขตหวงห้าม ทันทีที่นึกออก อวี้หนานก็เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง รู้อย่างนั้นแล้วนางก็โกรธจนปากสั่น

“ที่แท้ ท่านโกหกท่านอ๋องมาโดยตลอด ท่านรู้อยู่แล้วว่าคนที่ท่านอ๋องเกิดรักแรกพบคือข้า หญิงสาวชุดม่วงที่เขากอดวันนั้นเป็นข้า มิน่า ท่านถึงทำทุกทางไม่ให้ข้าสวมใส่ชุดสีม่วง อ้อ ใช่ วันนั้นถุงเครื่องหอมของข้าคือดอกไห่ถัง พี่ใหญ่ เป็นท่านที่แย่งความรักของข้า ท่านมันหน้าไม่อาย!”

“ไม่จริง เขารักข้า รักข้า!” เฉียวหลันจือผุดลุก คล้ายคนสติกำลังจะแตก ก่อนที่นางจะพุ่งมาตบตีอวี้หนาน หลัวหมัวมัวเข้ามากอดเอาไว้ทันพอดี

“คุณหนูใจเย็นเจ้าค่ะ” หลัวหมัวมัวกระซิบบอกพลางยกมือลูบหลัง “คุณหนูอย่าโกรธคุณหนูรองเลยนะเจ้าคะ คุณหนูรองแค่อิจฉาก็เลยตั้งใจยั่วยุ”

หลันจือฟังแล้ว สติค่อย ๆ กลับคืนมา ไม่นานแววตาก็กลับมาอ่อนโยนดังเดิม นางหันไปพูดกับอวี้หนาน

“ข้ารู้ว่าเจ้าพูดไปเพราะอิจฉา ถึงวันนั้นเขาจะกอดเจ้า แต่คนที่เขารักและคนที่ไท่เฟยต้องการให้เป็นลูกสะใภ้ก็ยังคงเป็นข้า ที่ข้ามาวันนี้ แค่จะบอกเจ้าว่าเลิกยุ่งกับว่าที่พี่เขยตนเองเสียที อย่างน้อย ก็ชดใช้ที่ข้าเคยช่วยชีวิตเจ้า”

อวี้หนานได้ยินประโยคนั้นพลันพูดไม่ออก นางลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท ถึงพี่สาวจะเลวร้ายอย่างไร แต่อีกฝ่ายก็เคยยอมตายเพื่อนาง ความจริงนี้คงเปลี่ยนไม่ได้ รอยยิ้มเยาะหยันและแววตาเยาะเย้ยของอวี้หนานถูกเก็บกลับไป ใบหน้างามกลับมาเรียบเฉยดังเดิม “ถ้าท่านมาเตือนข้าเพราะเรื่องนั้น ท่านวางใจได้ ข้าไม่เคยคิดจะกลับไปดีกับท่านอ๋อง”