LNCrawler

คนเดิม สายตาเปลี่ยน #66

เมื่อหวางเฟยหมดรัก — novel.dek d.com · All chapters

คนเดิม สายตาเปลี่ยน #66

เฉียวหลันจือกับอวิ๋นเซวี่ยตกตะลึงจนแข็งค้าง แม้แต่จะก้าวถอยหลังยังลืม อวิ๋นเซวี่ยพลั้งปากออกมาด้วยความตระหนก “หัวหน้าใหญ่!”

“หึ!” เหลียงคุนส่งเสียงขึ้นจมูก “ยังจำข้าได้อีกหรือ”

คนในร้านพากันมองมา โชคดีที่ร้านชาคนไม่พลุกพล่าน ในร้านนอกจากพวกของเหลียงคุนแล้ว มีลูกค้าแค่สองคน

หลัวหมัวมัวไม่รู้จักพวกชายฉกรรจ์ตรงหน้า แต่เห็นสีหน้าท่าทางของเจ้านายแล้ว รีบยกมือห้ามองครักษ์

เฉียวหลันจือได้สติ รีบเหลียวมองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าแถวนั้นไม่มีใคร ค่อยหันมาบอกกับเหลียงคุนเสียงเบา “ที่นี่ไม่เหมาะที่พวกเราจะคุยกัน เจ้าไม่กลัวหรือ ข้าเห็นในลานมีทั้งทหารและมือปราบ”

เหลียงคุนมีหรือจะไม่เห็น ที่เขามาวันนี้ก็เพราะมาคอยจับตาดูนี่แหละ แต่เรื่องสตรีตรงหน้าย่อมสำคัญกว่า

“กลับขึ้นไปบนรถม้า แล้วก็อย่าคิดโวยวายหรือให้คนของเจ้าทำร้ายข้า ไม่อย่างนั้น ฐานะเมียโจรของเจ้าได้ดังไปทั่วเมืองแน่” เขาเหลือบมองธงสัญลักษณ์ประจำขบวนพลางยกยิ้มชั่วร้าย “จิ้งอันโหว หึหึ”

เฉียวหลันจืออยู่กับเขามาสามปี มีหรือจะไม่รู้นิสัยใจคอ นางจำต้องกลับขึ้นไป ก่อนที่เหลียงคุนจะตามขึ้นมา สั่งให้ลูกน้องไปรอที่โรงย้อมผ้า จากนั้นก็สั่งให้อวิ๋นเซวี่ยกับหลัวหมัวมัวไปนั่งข้างคนบังคับรถม้า ส่วนตนเองเข้าไปนั่งกับเฉียวหลันจือ

พอเข้ามาได้เขาก็ยกตัวเฉียวหลันจือมานั่งซ้อนหลัง มือข้างหนึ่งกุมลำคอระหงไว้ ส่วนอีกมือหนึ่งล้วงเข้าไปใต้กระโปรงกดเนินตรงหว่างขาของนางไว้แทนที่จะจับเอว

หลันจือเป็นเมียโจรมาสามปี คุ้นชินกับความกักขฬะ นางจึงไม่ได้ตกใจ เพียงกล่าวอย่างใจเย็น “เจ้าอยากฆ่าข้าหรือ”

เหลียงคุนหลงนางอย่างกับอะไรดีมีหรือจะฆ่านางลง เขาตามหาข่าวคราวมาตลอดหนึ่งปี ไม่นึกว่าบทจะเจอกลับเจอง่ายเช่นนี้

“ก็ไม่ แต่ข้าอยากทำอย่างอื่นมากกว่า” ชายร่างสูงใหญ่กำยำไม่พูดเปล่า มือที่กดอยู่บนเนินเริ่มลูบไล้เบา ๆ ปลายนิ้วกลางถูไถกับจุดอ่อนไหวที่ไวต่อสัมผัสของหลันจือ ใช้เวลาไม่นานลมหายใจของนางก็ถี่กระชั้น

เหลียงคุนยิ้มเยาะ “เจ้าร่านถึงเพียงนี้ แล้วปีกว่าที่ขาดข้า เจ้าให้ใครปรนเปรอ หืม บอกข้ามา”

“มะ..ไม่ ข้าไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับชายใด” หลันจือยังจำรสชาติเก่าได้ รสชาติที่นางโหยหาทุกคืน ความดิบเถื่อน ความรุนแรงและความเสียวซ่านจากความเป็นชายอันใหญ่โตของคนเบื้องหลัง ถึงจิตใจนางจะไม่อยากยอมรับ แต่ร่างกายนางกลับเปิดรับเขาเต็มที่ แทนที่จะหุบขา จะต้านทาน นางกลับถ่างขา แล้วไพล่มือไปด้านหลังเพื่อปลดผ้าคาดเอวของเขาออก

หลังจากนั้น เสียงครางที่พาคนฟังใจสั่นก็ดังมาถึงข้างนอก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนภายในกระทำสิ่งใดกัน

เมื่อมาถึงโรงย้อม เหลียงคุนยังพานางไปต่อในห้องเก็บของอีกร่วมชั่วยาม

ร่างเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยเหงื่อของเฉียวหลันจือนอนหอบหายใจอยู่บนลังไม้ เบื้องหลังมีชายร่างสูงใหญ่กำยำกอดแนบชิด มือข้างหนึ่งของเขายังขยำอยู่บนถันข้างหนึ่งของนาง

“จะบอกได้หรือยัง ว่าคืนนั้นเจ้าทำบ้าอันใด”

คืนที่เหลียงคุนหมายถึง คือคืนแรกที่หลันจือพบเซิ่งอ๋องพร้อมอาการบาดเจ็บ คืนนั้นนางใช้หินทุบศีรษะตนเอง แทงตนเอง แล้วก็วิ่งหนีลงเขาไปหน้าตาเฉย ทั้งที่ก่อนหน้านั้นพวกเขาวางแผนกันว่าจะมาตั้งกองโจรในเมืองหลวง และคืนนั้น นางบอกว่าเส้นทางนั้นเป็นเส้นทางที่ร้านขนเงินชอบใช้กัน ก็เลยพาคนไปดูลาดเลา เหลียงคุนเพิ่งมารู้ภายหลัง ว่าแท้จริงแล้วทางนั้นเป็นทางไปค่ายทหาร

เฉียวหลันจือไม่ตอบ นางพลิกตัวกลับมาแล้วลูบอวัยวะที่เพิ่งสงบลงของเขา พลางกล่าวเสียงออดอ้อน “สามี ท่านจะสนใจเรื่องอดีตไปทำอันใด วันนั้น ข้าก็แค่อยากกลับบ้านเพราะคิดถึงพ่อแม่ ท่านก็เห็นแล้วไม่ใช่หรือ ว่าข้าคือบุตรสาวของจิ้งอันโหว”

“แล้วเหตุใดสามปีที่อยู่ด้วยกันมา เจ้าไม่ยอมบอกข้า”

“ก็ข้ากลัวนี่ แต่ตอนนี้ข้าก็กลับมาหาท่านแล้วไม่ใช่หรือ”

“กลับมาหาข้า? หึ! เจ้าคิดว่าข้าเป็นเด็กสามขวบหรือ ถึงจะหลอกกันด้วยคำพูดง่าย ๆ”

“ข้าพูดจริง” หลันจือโกหกสีหน้าไม่เปลี่ยน “ข้าสอบถามมาตลอดจนรู้ว่าท่านมาอยู่ที่นี่ ข้าถึงได้มาตามหา เมื่อครู่ข้าพิสูจน์แล้วไม่ใช่หรือ ว่าคิดถึงท่านมากเพียงใด”

เหลียงคุนยิ้มร้าย “มันยังไม่พอ” พูดจบเขาก็ขยุ้มเส้นผมด้านหลังของนางดึงรั้งให้ศีรษะเลื่อนลงต่ำ หลันจือย่อมรู้ว่าเขาต้องการให้ทำสิ่งใด นางจึงเคลื่อนร่างกายตามลงไป กระทั่งใบหน้าไปอยู่กึ่งกลางลำตัวของเขา

หลังจากสนองความต้องการกันและกันไปอีกสองครั้ง หลันจือก็เริ่มหลอกล่อ “ในฐานะบุตรสาวจิ้งอันโหว ตอนนี้ข้ากำลังเจอปัญหาใหญ่ น้องสาวของข้ารู้ว่าข้าเคยทำสิ่งใดมาและนางกำลังจะบอกท่านพ่อท่านแม่ ข้าต้องการให้นางหายไปจากโลกนี้ ท่านทำให้ข้าได้หรือไม่”

เหลียงคุนรักนางจนโง่เขลา มีหรือจะปฏิเสธ “ข้าเคยบอกแล้ว ไม่ว่าเจ้าต้องการสิ่งใด ข้าจะหามาให้”

หลันจือได้ยินอย่างนั้นก็บอกข้อมูลของเฉียวอวี้หนานไป หลังฟังจบเหลียงคุนมีสีหน้าครุ่นคิด “ถ้าจะทำให้เหมือนเป็นเหตุสุดวิสัย ก็ต้องปล้นทั้งหมู่บ้าน ถ้าเป็นเช่นนั้น ต้องใช้คนมาก”

หลันจือมีสีหน้าน้อยใจ “ท่านทำไม่ได้หรือ”

เหลียงคุนรีบจูบปลอบนาง “ใครว่าข้าทำไม่ได้ ตอนนี้ข้าเข้าร่วมกับโจรบนเกาะ เป็นโจรสลัดกลุ่มใหญ่ เรื่องปล้นหมู่บ้านตามชายฝั่ง ทำกันบ่อยอยู่แล้ว เจ้ารอฟังข่าวดีได้เลย แต่ตอนนี้พวกเรา...”