คืนโจรบุก #67
คืนโจรบุก #67
ตอนที่ 33 คืนโจรบุก
เห็นแววตาหื่นกระหายของเขาแล้ว หลันจือก็ทำเช่นเดิม
ทั้งคู่พูดคุยเรื่องงานไปพลางร่วมรักไปพลาง สุดท้ายกว่าจะแยกย้ายกันก็เป็นยามเย็น หลันจือกลับขึ้นมาบนรถม้าด้วยสภาพเมื่อยล้าอ่อนแรง
หลัวหมัวมัวทราบความจริงมาก่อนหน้านี้แล้ว ว่าคุณหนูของตนหายไปเป็นเมียโจรมาสามปี นางจึงไม่ได้ถามไถ่ เพียงเอ่ยเตือน “ที่นี่อยู่ในหูตาของเซิ่งอ๋อง คุณหนูอย่าได้พบคนผู้นั้นบ่อยนะเจ้าคะ”
“ข้ารู้แล้วน่า แต่จะทำอย่างไรได้เล่า ตอนนี้ข้าก็ได้แต่ทำดีกับมัน เพื่อไม่ให้มันโวยวาย นำเรื่องไปป่าวประกาศ” หลันจือกระชากเสียงตอบกลับมา นางใช่ว่าจะเต็มใจ สามปีที่ร่างกายได้รับความสุขจากเหลียงคุน ในใจของนางมีเพียงจูจั้นเหิง
หลัวหมัวมัวไม่กล้าพูดอะไรอีก เพราะกลัวเจ้านายจะเสียใจ กลับเป็นหลันจือพูดขึ้นมาเสียเอง “ข้าสั่งให้มันไปปล้นหมู่บ้านแล้วฆ่านังน้องสาวตัวดีของข้า”
หลัวหมัวมัวมีสีหน้าตกใจ “แน่ใจหรือเจ้าคะว่าเจ้านั่นไว้ใจได้ แล้วหลังมันทำสำเร็จ คุณหนูคิดเอาไว้หรือไม่ว่าจะจัดการกับมันอย่างไร”
“คิดเอาไว้แล้ว” แววตาคู่งามเริ่มเจือความอำมหิต “ชาตินี้ข้าจะต้องได้ครองคู่กับจั้นเหิง”
บทสนทนาจบที่ประโยคนั้น เพราะยังอยู่ในรถม้า ไม่เหมาะที่จะพูดคุยรายละเอียด
เวลาเดียวกัน ในค่ายทหาร เซิ่งอ๋องกำลังกลับเข้ามาผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ พ่อบ้านเฉียนรอรายงานเรื่องจดหมาย หลังฟังจบ จูจั้นเหิงสั่งให้ม้าเร็วส่งไป พร้อมกับกำชับว่าต้องส่งถึงมือเฉียวจื้ออวี้เท่านั้น
หลังจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น เขาก็ควบม้าไปที่ค่ายเล็กบนเขา
องครักษ์ที่เฝ้าที่นั่นรายงานว่าเฉียวหลันจือมา จูจั้นเหิงฟังแล้วไม่ได้เอ่ยอันใด เพียงเดินไปลงนั่งบนรากไม้ที่เดิม ที่ตอนนี้ปรับเปลี่ยนเป็นเก้าอี้ส่วนพระองค์ไปแล้ว
ลั่วเฉิงโจวยกจอกชามาให้ จูจั้นเหิงรับไปเป่าแล้วก็จิบ สายตายังคงมองไปยังเรือนหลังใหญ่ที่เริ่มจุดตะเกียงสว่างไสว จากตรงนี้ หากอาอันร้องเสียงดัง เขาจะได้ยิน
จูจั้นเหิงได้แต่จินตนาการในหัว ว่ายามนี้ อวี้หนานกำลังทำสิ่งใด นางอาจนั่งตรวจบัญชี ทานมื้อเย็น หรือให้นมลูก จินตนาการในหัวผุดขึ้นไม่ขาดสาย เขาคิดกระทั่งว่า นั่นเป็นภาพที่เขาเห็นด้วยตาเพราะอยู่กับนาง จูจั้นเหิงคิดไปแล้วก็ยิ้ม ประเดี๋ยวก็ทำหน้าเศร้า
ส่วนอวี้หนาน รู้สึกราวกับมีคนคิดถึงตน นางสำลักชาและยังฮัดชิ่วไปหลายหน
เหอหมัวมัวกล่าวขณะลูบหลัง “คงไม่ใช่ว่าท่านอ๋องทรงคิดถึงท่านอยู่กระมังเจ้าคะ”
อวี้หนานส่ายหน้า หากแต่ในใจกลับคิดว่าน่าจะเป็นไปได้
คืนนี้ อวี้หนานเข้านอนเหมือนปกติทุกวัน เพียงแต่พักนี้ กว่าจะหลับ มักจะมีใบหน้าหล่อเหลาคอยมากวนจิตใจ
ส่วนทางด้านเซิ่งอ๋อง เขามักจะรอให้ไฟในบ้านดับลงหมดแล้ว ถึงจะเข้านอน คืนนี้ก็เช่นกัน
รุ่งเช้า ซิ่วอิงเริ่มเห็นความแตกต่างระหว่างการอยู่กับคุณหนูรองและคุณหนูใหญ่ นางจึงเริ่มพูดจามากขึ้น อวี้หนานยังหลอกถามได้อีกหลายเรื่อง
อย่างเรื่องที่แม่แท้ ๆ อย่างหลัวหมัวมัวรักนางมากแค่ไหน คำตอบที่ได้คือรักมาก เหมือนคำที่ถูกฝังหัวมาว่าต้องตอบเช่นนั้น แต่อวี้หนานไม่ใช่คนโง่ นางหลอกถามถึงการกระทำต่าง ๆ จนรู้ความจริง ว่าหลัวหมัวมัวไม่เพียงไม่สนใจลูก ยังปล่อยให้เฉียวหลันจือทุบตี อีกทั้งยังสอนลูกว่าชีวิตเป็นของเฉียวหลันจือ
ซึ่งเรื่องนี้มันแปลกเกินไป
“ไฉนหลัวหมัวมัวผู้นั้นถึงได้รักคุณหนูใหญ่มากกว่าลูกตัวเองเล่าเจ้าคะ” เหอหมัวมัวร่วมฟังอยู่ด้วย มีสีหน้าประหลาดใจ เยี่ยนหลีก็เช่นกัน นางกล่าวเสริมอีกว่า “ทำอย่างกับพี่ซิ่วอิงไม่ใช่ลูกแท้ ๆ”
อวี้หนานเริ่มมีสีหน้าครุ่นคิดจริงจัง “ถ้าหากไม่ใช่ลูกแท้ ๆ แล้วหลัวหมัวมัวต้องโกหกทุกคนว่านางเป็นลูกไปเพื่ออะไร”
ปริศนามากมายเริ่มเด่นชัด ทั้งนายทั้งบ่าวล้วนหน้านิ่วคิ้วขมวด หลังจากพูดคุยกันอีกสักพัก ก็จำต้องพักเรื่องนี้เอาไว้ก่อน
ทางด้านจวนรับรอง เฉียวหลันจือยังไม่ทันจะได้ออกไปหาเซิ่งอ๋อง เหลียงคุนก็มาหานาง หลันจือจำต้องเชิญให้เขาเข้าไป อ้างว่าเขาเป็นญาติกับอวิ๋นเซวี่ย
ในห้องนอน เสียงเตียงกระแทกผนังดังเป็นจังหวะชวนหน้าแดง เหลียงคุนใช้เวลาอยู่ในห้องนอนคุณหนูใหญ่ราวชั่วยาม ก่อนจะกลับออกไปด้วยใบหน้าอิ่มเอม
หลังจากเขาออกไป หลัวหมัวมัวกับอวิ๋นเซวี่ยก็รีบมาช่วยเจ้านายทำความสะอาดร่างกาย
เฉียวหลันจือได้รับการปรนเปรอ สีหน้าอิ่มเอมไม่แพ้เหลียงคุน นางอารมณ์ดีจนหลัวหมัวมัวอดเอ่ยถามไม่ได้ “คุณหนูดูอารมณ์ดีนะเจ้าคะ”
หลันจือยิ้มร้าย “ข้าต้องอารมณ์ดีอยู่แล้ว เพราะคืนนี้ นังน้องสาวตัวดีของข้าจะไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้ว”
อวิ๋นเซวี่ยได้ยินก็นึกไปถึงวันที่วางแผนฆ่าเฉียวอวี้หนานบนหน้าผาเมื่อสามปีก่อน วันนั้นแทนที่จะฆ่าคุณหนูรองได้ กลับเป็นนางและเจ้านายตกจากหน้าผาเสียเอง เพราะบาดเจ็บถึงได้ถูกโจรอย่างเหลียงคุนช่วยไว้ พวกมันพากลับรังโจรที่ห่างเมืองหลวงไปหลายร้อยลี้