รับดาบแทน #70
รับดาบแทน #70
เขาเห็นชายผูกผ้าแดงสี่คนกระโดดข้ามกำแพงเข้ามาพอดี ด้านประตูข้างยังมีอีกสองคน ลำพังเขาคนเดียวย่อมฆ่าได้ แต่การต้องปกป้องผู้อื่นด้วย ทำให้พะว้าพะวง
จูจั้นเหิงถอยมาหนึ่งก้าวจนหลังเกือบชิดอวี้หนาน “อยู่หลังข้า ก้มตัวเมื่อข้าสั่ง”
ชายทั้งหกไม่เสียเวลาพูด คนสองคนบุกจากซ้าย อีกสามคนกระจายออกล้อม คนสุดท้ายถอยไปอยู่หลังเสา รอหาช่องจัดการหญิงสาว
คมดาบแรกฟันมาจากด้านบน จูจั้นเหิงยกกระบี่รับ แรงปะทะทำให้บาดแผลเก่าที่ฝ่ามือปริ เขาไม่สนใจ เลื่อนสันกระบี่ไปตามคมของคู่ต่อสู้แล้วเฉือนนิ้ว คนทางซ้ายแทงเข้าชายโครง เขาหมุนตัวหลบ ใช้ไหล่กระแทกคนแรกไปขวางดาบพวกเดียวกัน จากนั้นก้าวเข้าใกล้จนอีกฝ่ายไม่มีระยะเหวี่ยงอาวุธ กระบี่สั้นลงด้วยการจับเหนือโกร่ง แทงซ้ำตรงอกสองครั้ง
“ก้ม!”
อวี้หนานทรุดตัวลง คมดาบของเขากวาดผ่านเหนือศีรษะนางไปฟันต้นแขนคนที่ลอบเข้าด้านข้าง เลือดหยดลงบนผ้าห่อตัว อาอันร้องเสียงดังขึ้นกว่าเดิม
เสียงร้องนั้นทำให้ชายหลังเสาเคลื่อนไหว
มันไม่ได้พุ่งเข้าหาจูจั้นเหิง แต่ลอดใต้แขนพวกเดียวกันมาทางอวี้หนาน ดาบในมือสะท้อนแสงวาบ นางเห็นแล้วพยายามถอย ส้นรองเท้ากลับติดขอบแคร่ตากชา ร่างทั้งร่างเสียหลักไปด้านหลัง
จูจั้นเหิงกำลังถูกดาบสองเล่มกดกระบี่ไว้ เขาเหลือบเห็นคนที่สามเงื้ออาวุธเหนือสองแม่ลูก ระยะห่างเพียงสามก้าว แต่ไม่เหลือเวลาถอนกระบี่มารับ
เขาปล่อยอาวุธจากมือ
คนตรงหน้าคงไม่คิดว่าเซิ่งอ๋องจะทิ้งกระบี่ ทั้งสองเสียหลักตามแรงที่กด จูจั้นเหิงใช้ช่วงอึดใจนั้นพุ่งเข้าไปหาอวี้หนาน มือข้างหนึ่งกดศีรษะนางกับเด็กลงกลางอก อีกข้างโอบรอบแผ่นหลัง ดึงทั้งสองเข้ามาอยู่ใต้ร่างตน
คมดาบที่หมายผ่าร่างแม่ลูกฟันลงบนแผ่นหลังเขาเต็มแรง
เสียงคมเหล็กฉีกอาภรณ์ดังชัดข้างหูอวี้หนาน ร่างที่กอดนางกระตุก แรงฟันส่งเขาเซมาทับจนเข่าข้างหนึ่งกระแทกพื้น เลือดอุ่นไหลผ่านเสื้อชั้นในของเขาลงมาโดนหลังมือนางในทันที
จูจั้นเหิงไม่ส่งเสียงร้อง มีเพียงลมหายใจหนักที่ดังอยู่เหนือศีรษะ เขายังกดสองแม่ลูกไว้ในวงแขน ไม่เปิดช่องแม้แต่น้อย
คนร้ายกระชากดาบออกจากแผล เลือดพุ่งตามคมเป็นทาง มันยกอาวุธขึ้นอีกครั้ง หมายฟันซ้ำตรงลำคอ
จูจั้นเหิงเอี้ยวตัวทั้งที่ยังกอดอวี้หนาน มือซ้ายคว้าข้อมือคนร้ายไว้ คมดาบจึงหยุดห่างต้นคอเขาไม่ถึงคืบ แรงของคนทั้งสองปะทะกันอยู่เหนือร่างเด็ก เส้นเลือดบนหลังมือเขานูนขึ้น เลือดจากแผ่นหลังไหลเร็วกว่าเดิม
อวี้หนานมองเห็นกริชตรงเอวเขา นางไม่รู้ว่าตนเอาแรงมาจากที่ใด มือข้างหนึ่งยังประคองศีรษะลูก อีกข้างดึงกริชออกแล้วแทงขึ้นไปใต้ซี่โครงคนร้าย
ปลายกริชเข้าไปเพียงครึ่งเล่ม
ชายผู้นั้นชะงัก จูจั้นเหิงบิดข้อมือมันจนดาบหลุด แล้วผลักร่างออกจากพวกเขา อวี้หนานกระชากกริชกลับ เลือดทะลักตามออกมา คนร้ายล้มลงข้างแคร่ตากชา ไม่ลุกขึ้นอีก
“ท่านบาดเจ็บ” เสียงของนางสั่นจนแทบฟังไม่เป็นคำ
“ลูกเป็นอย่างไร” เขาถาม ไม่ได้สนใจบาดแผลของตนเลยแม้แต่น้อย
อวี้หนานก้มมอง อาอันตกใจจนร้องไห้หน้าแดง แต่ไม่มีบาดแผล นางรีบตอบ “ลูกไม่เป็นไร”
จูจั้นเหิงผ่อนแรงแขนที่กอดสองแม่ลูกลงเพียงเล็กน้อย “เช่นนั้นก็ดี”
คนร้ายอีกสองคนฉวยโอกาสกรูเข้ามา เขาดันอวี้หนานไปข้างหลัง ใช้เท้าเกี่ยวดาบบนพื้นขึ้นรับอาวุธ การเคลื่อนไหวครั้งนี้ทำให้แผลกลางหลังเลือดไหลทะลักผ่านอาภรณ์ออกมาจนชุ่ม แขนขวาของเขาเริ่มยกได้ไม่เต็มที่ จึงเปลี่ยนกระบี่ไปใช้มือซ้าย
ดาบเล่มหนึ่งฟันผ่านต้นแขน อีกเล่มแทงตรงอก จูจั้นเหิงปัดคมแรกแล้วเบี่ยงตัวหลบเล่มที่สองช้ากว่าปกติ ปลายดาบกรีดสีข้างเป็นทางยาว เขายังไม่ถอย กระบี่มือซ้ายแทงสวนเข้าไหล่คนถือ ก่อนใช้หน้าผากกระแทกใบหน้าอีกฝ่ายจนหงายหลัง
โจรอีกคนยกดาบขึ้นอีก คราวนี้ยังไม่ทันเข้าถึงตัว เสียงธนูผ่านอากาศก็ดังจากประตู ลูกธนูปักกลางอกคนด้านหน้า
ลั่วเฉิงโจวกับองครักษ์สี่คนบุกเข้ามา เสื้อผ้าของทุกคนเปื้อนเลือดกับเขม่า พวกเขากระจายกันออกไปยืนคุ้มกันเจ้านาย
“ฆ่าให้หมด!” ลั่วเฉิงโจวตะโกนสั่ง
องครักษ์ทั้งสี่รับคำแล้วเข้าประมือ คนร้ายที่เหลือเสียขบวน พวกมันเคยคิดว่าเป้าหมายเป็นเพียงหญิงกับเด็ก ไม่ได้เตรียมรับมือองครักษ์หลวง การต่อสู้ในลานจึงจบลงอย่างรวดเร็ว คนสองคนถูกฟันล้ม อีกคนพยายามปีนกำแพงหนี ลั่วเฉิงโจวขว้างดาบสั้นปักเข้ากลางหลังจนตกลงมานอกลาน
เสียงแตรเขาสัตว์ดังมาจากถนนใหญ่สามครั้ง ตามด้วยเสียงม้าจำนวนมาก คนจากค่ายใหญ่กำลังมาถึง
พวกโจรที่ยังปล้นอยู่ตามเรือนได้ยินสัญญาณก็เริ่มถอยไปทางคลอง องครักษ์สามคนที่แยกไปช่วยชาวบ้านรวมกำลังกับชายในหมู่บ้าน ไล่บีบพวกมันออกจากแนวเรือน ไฟตรงยุ้งข้าวยังลุก แต่คนกับสัตว์ออกมาพ้นแล้ว เสียงต่อสู้เคลื่อนห่างจากเรือนหลังใหญ่ไปทุกที
จูจั้นเหิงยืนฟังจนแน่ใจว่าไม่มีคนร้ายหลงเหลืออยู่ในลาน กระบี่ในมือจึงลดลง