LNCrawler

คำละเมอ #71

เมื่อหวางเฟยหมดรัก — novel.dek d.com · All chapters

คำละเมอ #71

ตอนที่ 35 คำละเมอ

อวี้หนานเห็นร่างเขาโงนเงน รีบส่งลูกให้เหอหมัวมัวที่เพิ่งวิ่งกลับเข้ามา แล้วเข้าไปรับตัวเขาไว้ จูจั้นเหิงหนักกว่านางมาก ทั้งร่างยังสวมเกราะแขน นางจึงถูกแรงนั้นพาลงไปคุกเข่าบนพื้นด้วยกัน

มืออวี้หนานแตะไปด้านหลังเขา พบเพียงอาภรณ์ฉีกขาดกับเลือดที่ไหลไม่หยุด แผลพาดจากหัวไหล่ลงไปถึงใต้สะบัก ลึกเสียจนขอบเนื้อแยกออก นางรีบใช้ผ้าคาดเอวของตนกดไว้ แต่ผ้าผืนบางถูกเลือดย้อมแดงในเวลาไม่กี่อึดใจ

“ตามหมอ!” ลั่วเฉิงโจวตะโกนใส่องครักษ์ด้านนอก ก่อนคุกเข่าลงช่วยพยุง “ท่านอ๋อง ได้ยินกระหม่อมหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

จูจั้นเหิงไม่ได้ตอบลูกน้อง เขามองผ่านไหล่อวี้หนานไปหาเด็กในอ้อมแขนเหอหมัวมัว อาอันยังร้องเสียงดัง มือเล็กโผล่พ้นผ้าห่อตัว กำชายแขนเสื้อบิดาไว้โดยบังเอิญ

เขาใช้นิ้วแตะหลังมือลูกครั้งหนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาผุดรอยยิ้ม “ลูก”

“ท่านห้ามพูดแล้ว” นางกดแผลแรงขึ้น มือทั้งสองข้างมีแต่เลือดจนไม่เหลือสีผิว “จูจั้นเหิง ท่านห้ามหลับ ลืมตาไว้”

เขาคงอยากตอบ แต่ปากขยับแล้วไม่มีเสียง ศีรษะตกลงบนบ่าของนาง

ฝนเม็ดแรกตกผ่านหลังคาที่ถูกฟันพังลงมากระทบเลือดบนพื้น อวี้หนานกอดเขาไว้แน่น มือหนึ่งยังอุดบาดแผล อีกมือประคองท้ายทอย ไม่ยอมปล่อยให้ร่างนั้นล้มลงไป

เสียงม้าของกำลังเสริมดังใกล้เข้ามา ภายในลานตากชา นางได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของเขาที่เบาลงทุกขณะ

เสียงม้าของกำลังเสริมมาถึงหน้าประตูเรือนพร้อมกับหมอทหาร ลั่วเฉิงโจวสั่งให้คนถอดบานประตูห้องโถงออกทั้งแผ่น ใช้เป็นแคร่ชั่วคราว องครักษ์สี่คนช่วยกันยกร่างจูจั้นเหิงขึ้น ยกเขาเข้าไปด้านใน

ทุกอย่างวุ่นวายโกลาหล อวี้หนานไม่ยอมอยู่ห่างจากเขา มาถึงตอนนี้ นางเพิ่งจะตระหนักว่าตนเองไม่เคยหมดรักคนผู้นี้ได้จริงจังเลย เขาคือรักแรก และยังเป็นคนที่นางรักอยู่เสมอ

เหอหมัวมัวอุ้มอาอันยืนอยู่ตรงประตู เด็กน้อยยังร้องไห้จนเสียงแหบ มือเล็กเอื้อมมาทางมารดา อวี้หนานมองลูกแล้วมองคนเจ็บบนแคร่ นางต้องใช้เวลาครู่หนึ่งกว่าจะเปล่งเสียงออกมาได้

“พาอาอันไปอยู่ห้องปีกตะวันออก”

เหอหมัวมัวรีบอุ้มเด็กออกไป ส่วนเยี่ยนหลีวิ่งกับซิ่วอิงและซุนชิงไปช่วยคนอื่น ๆ

ลั่วเฉิงโจวคุกเข่าอยู่ข้างแคร่ เขากำลังจะช่วยถอดฉลองพระองค์ชั้นนอก

อาภรณ์ถูกเปิดออกทีละชั้น เผยบาดแผลจากหัวไหล่ขวาพาดลงถึงใต้สะบัก เนื้อบริเวณนั้นแยกออกจนเห็นสีขาวของกระดูกบางส่วน เลือดยังซึมจากปากแผลไม่หยุด ด้านสีข้างมีรอยดาบอีกทาง แม้ไม่ลึกเท่าแผลบนหลัง แต่ยาวเกือบหนึ่งฝ่ามือ

เยี่ยนหลีถืออ่างน้ำร้อนเข้ามาเห็นพอดี นางร้องอุทานแล้วรีบหันหน้าหนี น้ำในอ่างกระฉอกออกมาครึ่งหนึ่ง

“ถ้ากลัวก็ออกไป” หมอทหารดุ

สาวใช้รีบวางอ่างลงแล้วถอยออกไป ใบหน้าขาวซีดจนซิ่วอิงต้องเข้ามาประคอง อวี้หนานยังอยู่ที่เดิม

หมอทหารชำเลืองดูมือเปื้อนเลือดของนาง “ท่านเองก็บาดเจ็บ ควรออกไปให้หมอตรวจ”

“ข้ายังไหว”

“แต่ข้าน้อยยังต้องล้างแผลกับเย็บเนื้อ ภาพไม่น่าดูนัก”

อวี้หนานนิ่งเงียบ แต่สายตาบอกชัดว่านางจะไม่ยอมไปไหน

หมอคงเห็นแล้วว่าไล่นางไม่ไป จึงส่งผ้าพับหนาให้ “กดตรงนี้ไว้ อย่ากดบนกระดูก หากเลือดไหลผ่านผ้าห้ามยกผืนเก่าออก ให้ทับผืนใหม่ลงไป”

นางรับมาทำตาม สุราขาวถูกเทลงบนบาดแผล ร่างที่ไม่ได้สติของจูจั้นเหิงเกร็งขึ้นทันที กล้ามเนื้อแผ่นหลังกระตุกจนเลือดไหลออกมาอีก อวี้หนานต้องออกแรงกดด้วยมือทั้งสองข้าง ลั่วเฉิงโจวจับหัวไหล่เจ้านายไว้ ส่วนองครักษ์อีกคนตรึงขาไม่ให้ร่างพลิก

“ท่านอ๋อง อดทนไว้พ่ะย่ะค่ะ” ลั่วเฉิงโจวพูดทั้งที่รู้ว่าคนเจ็บไม่ได้ยิน

ขณะที่หมอกำลังเย็บแผล ภาพก่อนหน้านี้พลันปรากฏในหัวของอวี้หนาน

คิดไม่ถึงว่าเขาจะยอมสละชีวิตเพื่อนางกับลูก มาถึงขั้นนี้แล้ว ความโกรธที่มีแต่เก่าก่อนพลันอันตรธานหายไปจนหมดสิ้น ตอนนี้นางขอเพียงเขามีชีวิตรอด นางจะยอมทำทุกอย่าง

การรักษากินเวลาร่วมชั่วยาม

เมื่อพันแผลสุดท้ายเสร็จ ทุกคนถึงได้ยินเสียงท่านหมอถอนหายใจ “ยังต้องรอดูอาการ ว่าพิษจากบาดแผลจะกำเริบหรือไม่ ทางที่ดีไม่ควรเคลื่อนย้าย และควรหาห้องที่สะอาดให้คนเจ็บพัก”

ลั่วเฉิงโจวมองไปรอบห้องโถง ประตูถูกถอด หลังคาบางส่วนเสียหาย ลมฝนพัดเข้ามาถึงด้านใน สภาพเช่นนี้ไม่เหมาะให้คนเจ็บพัก อวี้หนานรู้ว่าเขากำลังคิดสิ่งใดจึงกล่าว “ย้ายไปห้องข้า อยู่ด้านในสุด”

คนเจ็บถูกยกเข้าไปในห้องนอนของอวี้หนานอย่างระมัดระวัง

เตียงของนางไม่กว้างมาก จึงต้องถอดม่านด้านหนึ่งออกเพื่อให้หมอเข้าถึงบาดแผลได้สะดวก ฟูกถูกปูเพิ่มตรงช่วงอกกับสะโพก ให้แผ่นหลังลอยพ้นพื้นเตียง จูจั้นเหิงนอนตะแคงหันหน้าออกด้านนอก แขนขวาวางนิ่งอยู่ข้างลำตัว

อวี้หนานเพิ่งเห็นในตอนนั้นว่าข้อนิ้วเขามีแผลแตกหลายแห่ง ฝ่ามือขวาถูกคมอาวุธบาดจนเลือดแห้งติดอยู่ ท่อนแขนมีรอยฟกช้ำจากการรับดาบ บนร่างแทบไม่มีส่วนใดสะอาด