LNCrawler

นายหญิงจือจือ #76

เมื่อหวางเฟยหมดรัก — novel.dek d.com · All chapters

นายหญิงจือจือ #76

“ข้าเองก็ไม่รู้ ตอนนี้ข้าแทบไม่รู้แล้วว่านางเป็นใคร เจ้าก็เห็นสภาพซิ่วอิงแล้วไม่ใช่หรือ นางถูกพี่ใหญ่ทุบตีตั้งแต่จำความได้ นั่นหมายความว่าอย่างไร หมายความว่าพี่สาวข้าไม่ได้เปลี่ยนไป นางเป็นคนมีจิตใจชั่วร้ายอยู่แล้ว แต่เป็นพวกเราต่างหากที่ดูนางไม่ออก”

ลั่วเฉิงโจวฟังแล้วพยักหน้าหงึกหงัก เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง

อวี้หนานมองไปยังบานประตูแล้วกล่าวต่อ “ที่ข้ามา เพราะอยากแนะนำอะไรบางอย่าง ไม่รู้ว่าท่านจะรับฟังหรือไม่”

“นายหญิงเชิญกล่าว”

“ข้าอยากให้ท่านแสร้งปล่อยโจรชั่วในนั้นไป ข้าเชื่อว่าคนอย่างมัน จะต้องไปหาพี่ใหญ่แน่ ถึงตอนนั้น มันจะได้เห็นเอง ว่าพี่สาวของข้า ใจดำอำมหิตเพียงใด ท่านค่อยตามไปคุ้มกันไม่ให้มันตายจริงก็พอ ถึงเวลานั้นมันคงยอมพูดเอง”

เรื่องอื่นอวี้หนานยอมทนได้ แต่ไม่ใช่เรื่องชีวิตลูก เฉียวหลันจือล้ำเส้นต้องการฆ่านางกับลูก เฉียวอวี้หนานย่อมไม่คิดจะปรานี

ลั่วเฉิงโจวฟังแล้วกระจ่างแจ้งในทันที “นายหญิงพูดถูก ข้าจะเรียกทุกคนมาวางแผนตอนนี้เลย”

อวี้หนานค้อมศีรษะให้เขา ก่อนจะเดินกลับไป เยี่ยนหลียืนรออยู่ใต้ต้นไม้ เดินตามหลังเจ้านายไปเงียบ ๆ

เมื่อมาถึงห้องนอน พ่อบ้านเฉียนรีบค้อมกายรายงาน “ท่านอ๋องฟื้นแล้วขอรับ”

อวี้หนานรีบสาวเท้าไปยืนข้างเตียง แพขนตาดำขลับของจูจั้นเหิง ค่อย ๆ กระพือขึ้น พร้อมกับน้ำนัยน์ตาของอวี้หนานนั้นเอ่อคลอขึ้นมา นานมากแล้วที่นางไม่ร้องไห้ จนรู้สึกว่าตนเองเป็นคนกลั้นน้ำตาได้เก่งมาก แต่ตอนนี้ กลั้นไม่ไหวแล้ว

จูจั้นเหิงเห็นผ้าแพรสีชาเบื้องหน้า พยายามจะหันศีรษะไปมองด้านบน เขานอนคว่ำขยับไม่ค่อยได้ อวี้หนานจึงนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง

“ท่านเป็นอย่างไรบ้าง”

จูจั้นเหิงคิดว่าตนเองฝันไป ค่อย ๆ ยื่นมือไปทาบข้างแก้มด้านซ้าย “หนานเอ๋อ ข้าไม่ได้ฝันไปใช่หรือไม่”

น้ำตาหยดหนึ่งเริ่มไหลออกมาจากดวงตาคู่งาม จูจั้นเหิงเห็นแล้วตกใจทำอันใดไม่ถูก เขาไม่เคยเห็นนางร้องไห้มาก่อน “คะ..ใคร ใครรังแกเจ้า เจ้าเป็นอันใด บอกข้า ข้าจะ...”

อวี้หนานรีบยกนิ้วอังริมฝีปาก “ท่านไม่ต้องพูดแล้ว ข้าร้องไห้เพราะดีใจที่เห็นท่านฟื้น ไม่ได้เป็นอันใด”

จูจั้นเหิงได้ยินก็อึ้งงันไป สัมผัสอุ่นบนริมฝีปากทำให้ใจเขาเต้นแรง จนต้องนิ่วหน้าเพราะมันพาจุดชีพจรตรงบาดแผลเต้นแรงไปด้วย

นางเห็นก็ตกใจ “ท่านเป็นอะไร เจ็บแผลหรือ”

“อืม...แต่ไม่เป็นไร”

สาวใช้ยกโจ๊กเข้ามาพอดี พ่อบ้านเฉียนรับต่อมาส่งให้ เฉียวอวี้หนานรับมา

รอให้เฉียนกว่างเรียกองครักษ์เข้ามาขยับท่าทางให้เจ้านายโดยไม่ให้กระทบกระเทือนแผลแล้ว นางค่อยป้อนโจ๊กให้เขา

ยามนี้จูจั้นเหิงอยู่ในท่ากึ่งนอนกึ่งนั่ง ร่างตะแคงนอนพิงกับหมอนอิง ทำให้เขาเห็นนางชัดขึ้น

อวี้หนานค่อย ๆ ป้อนโจ๊กให้เขา ทั้งสองไม่ได้พูดจา จนกระทั่งโจ๊กพร่องไปครึ่งชาม จูจั้นเหิงก็ส่ายหน้า นางถึงวางชามลงบนโต๊ะข้างเตียง จากนั้นปรนนิบัติเขาเช็ดหน้าบ้วนปาก

หลังทำทุกอย่างเสร็จสิ้น ยาต้มก็มาพอดี หลังดื่มยาหมด จูจั้นเหิงก็กลับมาจ้องมองนางอีก ราวกับกลัวว่านางจะหายไป

อวี้หนานรู้ว่าเขาคิดสิ่งใด จึงกล่าว “ที่นี่ห้องนอนของข้า ข้าไม่ไปที่ใดหรอกเพคะ”

ครั้นรู้ว่าตนเองนอนอยู่ที่ใด จูจั้นเหิงก็มีสีหน้าตกใจ แต่ครู่เดียวก็เปลี่ยนเป็นดีใจ

เหอหมัวมัวอุ้มอาอันเข้ามา ด้านข้างคือเฉียนกว่าง ดูเหมือนว่าเขาจะรู้งาน ไปตามเหอหมัวมัวมา

เหอหมัวมัวมาถึงก็ส่งนายน้อยให้เจ้านาย จากนั้นก็ถอยออกไปยืนหน้าประตูพร้อมกับเฉียนกว่าง ปล่อยให้พ่อแม่ลูกได้อยู่กันลำพัง

อาอันราวกับจำกลิ่นและสัมผัสของคนแปลกหน้าได้ เขายิ้มจนเห็นฟันดอกไม้

จูจั้นเหิงยิ้มตาม เขาอยากกอดลูกใจแทบขาด แต่สภาพร่างกายไม่พร้อม ได้แต่ยื่นมือไปลูบแก้มเล็ก ๆ นั้น อาอันจับนิ้วของเขาได้ ก็เอาเข้าปากกัด คล้ายว่าเขากำลังคันเขี้ยว เขาอายุหกเดือนกว่าแล้ว ดวงตากลมโตฉายแววฉลาดเฉลียว พอกัดนิ้วบิดาไปสักพักเขาก็หัวเราะ

จูจั้นเหิงเผลอหัวเราะตาม จนต้องนิ่วหน้าเพราะกระเทือนบาดแผล

อวี้หนานเอ่ยดุ “ท่านระวังหน่อย”

นางจับนิ้วของเขาออกจากมือบุตรชาย แล้วเรียกเหอหมัวมัวมาพาอาอันออกไป

จูจั้นเหิงมองตาละห้อย

อวี้หนานเรียกพ่อบ้านเฉียนกับองครักษ์มาพยุงเขาลงนอน ก่อนจะเอ่ยราวกับกล่อมเด็ก “หม่อมฉันกับลูกไม่ได้หนีไปไหน ท่านอ๋องพักผ่อนก่อนจะได้หายไว ๆ ถึงเวลานั้นท่านอยากเล่นกับอาอันเท่าใดก็ย่อมได้”

“เจ้าพูดจริงหรือ” จูจั้นเหิงที่เพิ่งถูกประคองให้ลงนอนตะแคงแทบอยากจะลุกขึ้นอีกครั้ง สีหน้าท่าทางของเขามีแต่ความดีใจ

“จริงเพคะ” เฉียวอวี้หนานตัดสินใจแล้ว ในเมื่อเขารักนาง นางก็ไม่ใช่คนที่ควรต้องหนี เป็นผู้อื่นต่างหาก ที่สมควรหลีกไปให้ไกล ๆ

ตั้งแต่รู้เรื่องพี่สาว ตอนนี้นางพร้อมมาก พร้อมที่จะกลับไปจัดการเรื่องที่ค้างคาจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นอดีตแม่สามีอย่างเวินไท่เฟย หรือแม้แต่ครอบครัวนางเอง

ก่อนที่จูจั้นเหิงจะหลับไปเพราะฤทธิ์ยา ลั่วเฉิงโจวเข้ามารายงานแผนการให้เขาฟัง โดยมีเฉียวอวี้หนานนั่งฟังอยู่ด้านข้าง หลังจากนั้น เซิ่งอ๋องก็หลับไป

ร่างกายของอวี้หนานเองก็รับไม่ไหว หลับไปบนตั่งเช่นกัน