LNCrawler

มีดในแขนเสื้อ #77

เมื่อหวางเฟยหมดรัก — novel.dek d.com · All chapters

มีดในแขนเสื้อ #77

ตอนที่ 38 มีดในแขนเสื้อ

ก่อนตะวันลับแนวเขา เวรยามรอบศาลบรรพชนเปลี่ยนผลัดใหม่

ทหารที่เคยเฝ้าห้องขังเหลียงคุนถูกเรียกออกมาทีละคน

ภายในห้องขัง เหลียงคุนนั่งพิงเสาอยู่บนกองฟาง รอยแส้กับบาดแผลทั่วร่างทำให้เขาแทบยกแขนไม่ขึ้น แต่เขาเป็นจำพวกอึดทน เรื่องแค่นี้ไม่นับเป็นอันใด

ผู้คุมเปิดประตูนำยาเข้ามาวาง คนด้านหลังบ่นว่าตนไม่ได้พักมาสองวันแล้ว ก่อนจะนั่งพิงผนังและหลับตา ส่วนคนที่นำยาเข้ามาก้มตรวจโซ่เพียงครู่ก็ลุกออกไป ทำทีไม่สังเกตว่าเดือยเหล็กเคลื่อนออกจากรูเล็กน้อย

เหลียงคุนรอจนเสียงฝีเท้าหายไป เขาก้มจับโซ่แล้วออกแรงบิด ความเจ็บแล่นจากหัวไหล่ลงมาถึงข้อมือ แต่เดือยเหล็กกลับหลุดออกมาจริง ๆ

เขามองผู้คุมที่หลับอยู่ข้างประตู ดวงตาฉายแววสงสัยอยู่ครู่หนึ่ง

ขณะนั้นเสียงตะโกนจากลานด้านหน้าดังขึ้น ผู้คุมอีกคนรีบวิ่งผ่านประตูไปทั้งที่ไม่ได้ปิดบานไม้ให้สนิท โอกาสอยู่ตรงหน้าแล้ว เหลียงคุนไม่มีเวลาคิดว่านี่เป็นกับดักหรือความเลินเล่อ

เขาปลดโซ่ออกจากข้อเท้า หยิบท่อนไม้ข้างกองฟางตีท้ายทอยผู้คุม คนผู้นั้นล้มลงตามที่ซักซ้อมไว้ แต่เหลียงคุนยังไม่วางใจ ก้มค้นตัวจนพบกระบี่จึงชิงไปด้วย

ชายร่างใหญ่หลบออกทางประตูหลัง กระโดดข้ามกำแพงเตี้ย แล้ววิ่งลัดไปยังดงกก แม้ทุกย่างก้าวทำให้บาดแผลปริ เลือดซึมผ่านผ้าพันแผลออกมา เขาก็ไม่ยอมหยุด

เรือหาปลาที่ผูกไว้ริมคลองทำให้ความสงสัยเดิมผุดขึ้นมาอีกครั้ง ทว่าเสียงฆ้องเตือนจากศาลบรรพชนดังไล่หลังมาแล้ว เหลียงคุนจึงตัดเชือก กระโดดลงเรือและพายไปตามสายน้ำ

บนฝั่งห่างออกไปหลายสิบจั้ง ลั่วเฉิงโจวยืนอยู่หลังต้นหลิว มองเงาเรือลับไปตามคลองก่อนยกมือส่งสัญญาณ

เรือเล็กไร้แสงสว่างอีกสามลำเคลื่อนออกจากร่มเงาของสะพาน

เหลียงคุนไม่รู้เลยว่าตนถูกติดตาม

เขาทิ้งเรือก่อนถึงท่าน้ำในเมือง แล้วขโมยเสื้อคลุมที่คนงานตากไว้หลังโรงเก็บสินค้ามาสวมทับอาภรณ์เปื้อนเลือด จากนั้นก็หลบตามตรอกแคบไปจนถึงกำแพงด้านหลังจวนรับรอง

เวลานั้นเพิ่งพ้นยามซวี ประตูจวนด้านหน้ายังมีคนเข้าออก แต่กำแพงด้านหลังเงียบสงัด เหลียงคุนอาศัยต้นไหวเก่าไต่ขึ้นไป ทั้งที่บาดแผลบนไหล่ทำให้แขนสั่น เขาก็ยังกัดฟันกระโดดลงไปด้านใน

เงาร่างของเขาเพิ่งหายเข้าไปหลังแนวห้องเก็บฟืน องครักษ์สองนายบนหลังคาฝั่งตรงข้ามก็มองเห็น ลั่วเฉิงโจวตามมาถึงและยกมือห้ามไม่ให้คนลงมือ

“ปล่อยให้เขาไปหานาง”

เหลียงคุนเคยเข้าไปแม้กระทั่งห้องนอนของเฉียวหลันจือ เขาย่อมรู้ว่านางอยู่ที่ใด

อวิ๋นเซวี่ยกำลังยกอ่างน้ำออกจากห้อง ครั้นเห็นคนตัวสูงยืนอยู่หลังเสา อ่างในมือก็หลุดกระแทกพื้น น้ำสาดเปียกชายกระโปรง

“หัวหน้าใหญ่!” นางเผลออุทานขานเรียกเขาตามความเคยชิน

เหลียงคุนพุ่งเข้าไปใช้มือปิดปากนาง “อย่าส่งเสียง ข้ามาหาจือจือ”

อวิ๋นเซวี่ยเห็นเลือดตรงไหล่กับแขนเสื้อเขาก็ไม่กล้าขัดขืน รีบพาเข้าไปทางประตูข้าง หลัวหมัวมัวกำลังช่วยเจ้านายถอดปิ่น พอเห็นคนบุกเข้ามาก็นิ่งงันไป

เฉียวหลันจือหันมาเห็น หัวคิ้วพลันขมวดมุ่น

“ดูเหมือนเจ้าไม่ดีใจที่เห็นข้า”

หลันจือรีบส่งสายตาให้อวิ๋นเซวี่ยปิดประตู ส่วนหลัวหมัวมัววิ่งไปปิดหน้าต่าง นางรอจนแน่ใจว่าไม่มีบ่าวคนอื่นอยู่ใกล้ถึงค่อยหันกลับมา

หลันจือไม่รู้ว่าเขาถูกจับตั้งแต่เมื่อคืน พอได้เห็นเขา ใบหน้าจึงเผยความยินดีออกมา “เหลียงคุน”

เห็นอย่างนั้น ความขุ่นข้องหมองใจก่อนหน้านี้ของเหลียงคุนพลันมลายหายไปสิ้น เขาเดินไปนั่งลงบนตั่งราวกับเป็นเจ้าของบ้าน

หลันจือเป็นฝ่ายลุกมาหา “นี่ท่านบาดเจ็บหรือ”

“แค่เล็กน้อย”

เฉียวหลันจือไม่สนใจท่าทางไม่ใส่ใจไยดีตนเองของเขา หันไปสั่งอวิ๋นเซวี่ย “เจ้ารีบไปนำยาทาแผล แล้วก็ไปบอกคนครัว ว่าข้าอยากทานบะหมี่”

อวิ๋นเซวี่ยมองเจ้านายที มองเหลียงคุนที ก่อนจะรับคำรีบออกไปจัดการ หลังจากนางไปแล้ว หลันจือก็หันไปมองหลัวหมัวมัว อีกฝ่ายออกไปเช่นกัน

“พวกเราต้องหนี” จู่ ๆ เหลียงคุนก็เอ่ยขึ้น

ใบหน้าของเฉียวหลันจือแข็งค้างไปชั่วอึดใจ ก่อนจะพยักหน้า “ได้ ข้าจะไปกับท่าน แต่ที่นี่มีสายตาของทางการอยู่ทั่ว หากพวกเราหนีออกไปพร้อมกันต้องถูกจับได้แน่”

เหลียงคุนมองนางด้วยสายตาหวาดระแวง “เจ้าพูดจริงหรือ?”

“ย่อมต้องจริงอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าข้าบอกท่านไปแล้วหรือว่าน้องสาวของข้ากำลังจะฟ้องท่านพ่อท่านแม่ ท่านคิดว่าจากนี้ข้าจะมีสภาพเช่นไร”

เหลียงคุนฟังแล้วเข้าใจ ไม่สงสัยนางอีก “เจ้าต้องการให้ข้าทำอย่างไร”

“ท่านออกไปก่อน ไปที่ท่าเรือร้างด้านตะวันตก หลังโรงเก็บเกลือเก่า ตรงนั้นมีเรือสินค้าผุจอดอยู่ลำหนึ่ง รอข้าถึงกลางยามไฮ่ ข้าจะนำเงิน ยา และป้ายผ่านทางไป แล้วพวกเราค่อยหนีไปด้วยกัน”

เหลียงคุนก้มมองนาง ทันทีที่เห็นดวงตาไหวระริกคู่นั้นเขาก็เชื่อจนหมดใจ

นางเขย่งปลายเท้า จูบเขาเบา ๆ ครั้งหนึ่ง “ครั้งนี้ต่อให้ตาย เราก็จะตายด้วยกัน”