LNCrawler

มีดในแขนเสื้อ #78

เมื่อหวางเฟยหมดรัก — novel.dek d.com · All chapters

มีดในแขนเสื้อ #78

คำสัญญาทำให้หัวใจของเหลียงคุนพองโต เขาก้มจูบนาง ทั้งสองกอดจูบคลอเคลียกันจนกระทั่งอวิ๋นเซวี่ยกลับมาพร้อมบะหมี่และยา หลันจือเป็นคนพันแผลให้เขาใหม่ หลังจากทานบะหมี่หมดชาม เหลียงคุนถึงค่อยกลับออกไป

อวิ๋นเซวี่ยตามไปดูจนแน่ใจว่าเขาข้ามกำแพงออกไปแล้วก็รีบกลับมา

ภายในห้อง เฉียวหลันจือกำลังใช้ผ้าถูปากตนเองอย่างแรง กระทั่งผิวตรงนั้นแดงก่ำก็ยังไม่ยอมหยุด

“คุณหนูจะไปกับเขาจริงหรือเจ้าคะ” หลัวหมัวมัวแอบฟัง ย่อมได้ยินทุกถ้อยคำ นางจึงเอ่ยถาม

หลันจือโยนผ้าเปื้อนเลือดลงในเตาถ่าน “ข้าเฝ้ารอจะเป็นเซิ่งหวางเฟยมาตั้งกี่ปี เหตุใดต้องหนีไปกับโจรชั่วเช่นมัน”

อวิ๋นเซวี่ยนึกถึงคำว่าท่าเรือร้างแล้วเข้าใจเจตนาของผู้เป็นนาย “คุณหนูจะฆ่าเขาหรือเจ้าคะ”

“ถ้ามันมีชีวิตอยู่ ความลับของข้าก็ไม่มีวันถูกฝัง”

หลัวหมัวมัวกังวล “เหลียงคุนมีวรยุทธ์ คุณหนูจะลงมืออย่างไร”

หลันจือเปิดหีบเครื่องประดับ หยิบกุญแจเล็กออกมาไขลิ้นชักซ่อนด้านล่าง ภายในมีมีดปลายแหลมยาวกว่าฝ่ามืออยู่เล่มหนึ่ง ฝักทำจากหนังดำ ไม่มีลวดลายสะดุดตา

“ถ้าเป็นผู้อื่น มันย่อมระวังตัว” นางลูบด้ามมีด “แต่ถ้าเป็นข้า มันไม่มีวันป้องกัน”

นอกกำแพง องครักษ์ที่ซ่อนอยู่บนหลังคาได้ยินถ้อยคำภายในไม่ครบ ทว่าเมื่อเห็นเหลียงคุนออกไปทางทิศตะวันตก คนหนึ่งก็ตามต่อ ส่วนอีกคนรีบลงไปรายงานลั่วเฉิงโจว

เมื่อรู้สถานที่นัดหมาย ลั่วเฉิงโจวก็สั่งให้ทหารอ้อมไปปิดทางหนีทุกด้าน เขาไม่ให้ผู้ใดเข้าใกล้ท่าเรือเกินไป เกรงว่าเหลียงคุนหรือหลันจือจะเห็นความผิดปกติ

ท่าเรือร้างอยู่ห่างย่านผู้คนเกือบสองลี้ โรงเก็บเกลือพังไปครึ่งหนึ่ง สะพานไม้ทอดลงน้ำเหลือเพียงเสาหลายต้น เรือสินค้าผุเอียงติดตลิ่ง ยามน้ำกระทบกราบจะเกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดคล้ายคนคราง

เหลียงคุนมาถึงก่อนเวลา เขาตรวจดูโรงเก็บเกลือกับเรือเก่าทุกลำ กระทั่งแน่ใจว่าไม่มีคนซุ่มอยู่จึงนั่งรอหลังเสาต้นหนึ่ง

บาดแผลที่ปริระหว่างหลบหนีทำให้เลือดไหลไม่หยุด เขาฉีกชายเสื้อมาพันเพิ่ม สายตายังคงมองไปยังทางลงท่าเรือ

กลางยามไฮ่ เงารถม้าคันหนึ่งหยุดตรงหลังโรงเก็บเกลือ หลันจือลงมาพร้อมหลัวหมัวมัวและอวิ๋นเซวี่ย นางเปลี่ยนเป็นอาภรณ์สีเข้ม คลุมศีรษะด้วยผ้าผืนใหญ่ ส่วนมีดถูกซ่อนไว้ในแขนเสื้อ

คนทั้งสามเดินผ่านโรงเก็บเกลือผุพังเข้ามาถึงท่าเรือ หลัวหมัวมัวกับอวิ๋นเซวี่ยหยุดรออยู่หลังซากเรือ มีเพียงหลันจือที่เดินตรงไปหาเหลียงคุน

ชายร่างใหญ่ลุกขึ้นทันที “เงินกับป้ายผ่านทางอยู่ที่ใด”

“อยู่บนรถม้า” หลันจือตอบ “ข้าอยากเห็นแผลของท่านก่อน”

นางเดินเข้าไปเปิดเสื้อคลุมของเขา เห็นผ้าพันหัวไหล่ชุ่มเลือดก็ใช้ปลายนิ้วแตะอย่างเบามือ “พวกมันทรมานท่านหนักถึงเพียงนี้ ข้าปวดใจเหลือเกิน”

เหลียงคุนจับมือนางขึ้นมาจูบ “บาดแผลเท่านี้ทำอันใดข้าไม่ได้”

หลันจือซบเข้าไปในอ้อมแขนเขา มือหนึ่งโอบรอบต้นคอ อีกมือซ่อนอยู่ใต้เสื้อคลุม เหลียงคุนได้กลิ่นดอกไห่ถังที่คุ้นเคยก็หลับตาลง รับริมฝีปากของนางอย่างไม่ระแวง

จุมพิตในตอนแรกแผ่วเบา ไม่นานหลันจือก็เบียดกายเข้าหา ปล่อยให้เขากอดรัดร่างตนจนแน่น นางรอจนลมหายใจของเหลียงคุนเริ่มหนักและมือข้างหนึ่งเคลื่อนลงมาที่เอว ถึงค่อยดึงมีดออกจากแขนเสื้อ

แสงจันทร์กระทบคมมีดวาบหนึ่ง

ลั่วเฉิงโจวที่ซ่อนอยู่บนคานโรงเก็บเกลือเห็นก่อนผู้ใด เขาดีดก้อนหินในมือออกไปพร้อมตะโกน “หยุด!”

แต่ระยะห่างมากเกินไป

หลันจือพลิกข้อมือ แทงปลายมีดเฉียงขึ้นใต้ชายโครงซ้ายของเหลียงคุนสุดแรง เสียงตะโกนของลั่วเฉิงโจวทำให้เขาลืมตาและบิดตัวหลบตามสัญชาตญาณ คมมีดที่มุ่งเข้าหัวใจจึงเฉือนผ่านสีข้างเข้าไปไม่ลึก ทว่าก็ทำให้เลือดไหลออกมาทันที

ก้อนหินกระแทกข้อมือหลันจือ มีดหลุดจากมือกระเด็นตกบนสะพานไม้

ทหารที่ซ่อนอยู่ตามโรงเก็บเกลือกับเรือเก่ากรูออกมาปิดล้อมทุกด้าน หลัวหมัวมัวกับอวิ๋นเซวี่ยคิดจะวิ่งกลับไปที่รถม้า แต่เจอทหารอีกกลุ่มขวางทางไว้แล้ว

เหลียงคุนใช้มือกุมสีข้าง มองเลือดบนฝ่ามือตนเอง จากนั้นค่อยเงยหน้าขึ้นมองสตรีที่เพิ่งกอดจูบเขา

“เจ้าจะฆ่าข้า!”

หลันจือถอยหลัง นางมองทหารรอบกายแล้วรู้ว่าตนตกหลุมพราง แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเหลียงคุน ความรังเกียจที่เก็บไว้มานานกลับระเบิดออกมาเสียก่อน

“ถ้าเจ้าไม่ตาย! ข้าจะมีชีวิตสงบสุขได้อย่างไร”

เหลียงคุนตัวแข็งค้าง “ก่อนหน้านี้เจ้ายังเรียกข้าว่าสามี”

“เจ้าคิดว่าข้าเต็มใจเป็นเมียโจรหรือ!” หลันจือหัวเราะเยาะ “สามปีที่อยู่กับเจ้าเป็นความอัปยศที่สุดในชีวิตข้า ทุกครั้งที่เจ้าแตะต้อง ข้าล้วนอยากอาเจียน หากไม่ต้องอาศัยคนโง่อย่างเจ้าไปฆ่าน้องสาว ข้าไม่มีวันยอมให้เจ้าเข้าใกล้แม้แต่ก้าวเดียว!”

คำพูดทุกคำราวกับสายฟ้าฟาดลงบนศีรษะของเหลียงคุน มันเจ็บปวดยิ่งกว่าเครื่องทรมานใด ๆ ทั้งปวง เขาไม่สนใจบาดแผล พุ่งเข้าไปหมายบีบคอนาง “นังแพศยา!”