เด็กสาวชุดม่วง #79
เด็กสาวชุดม่วง #79
ตอนที่ 39 เด็กสาวชุดม่วง
ลั่วเฉิงโจวกระโดดลงจากคาน ขวางอยู่ตรงกลางแล้วใช้ฝักกระบี่กระแทกหน้าอกเหลียงคุน ชายร่างใหญ่บาดเจ็บอยู่ก่อนจึงล้มลง ทหารสามนายกรูเข้าจับแขนและกดกับพื้น
“ปล่อยข้า! ข้าจะฆ่านาง!”
“นางต้องมีชีวิตอยู่เพื่อรับโทษ” ลั่วเฉิงโจวเอ่ย “ส่วนเจ้า หากยังอยากแก้แค้นก็จงเก็บแรงไว้พูดความจริง”
หลันจือได้ยินแล้วรีบเปลี่ยนท่าที นางยกมือกุมอก ไอออกมาราวกับคนป่วย น้ำตาเอ่อขึ้นมาคลอดวงตา
หลัวหมัวมัวกับอวิ๋นเซวี่ยถูกพาตัวเข้ามา ทั้งสองรีบไปประคองเจ้านาย “คุณหนู”
“ท่านอย่าได้เข้าใจผิด ข้ารู้ว่าโจรชั่วผู้นี้หลบหนีมา จึงแสร้งนัดมันออกมาเพื่อช่วยทางการจับกุม มีดเล่มนั้นข้าใช้ป้องกันตัว”
ลั่วเฉิงโจวมองนางด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ “คนของข้าติดตามเหลียงคุนมาตั้งแต่ออกจากห้องขังศาลบรรพชน พวกเขาเห็นมันเข้าไปในเรือนของท่าน และได้ยินท่านสัญญาว่าจะหนีไปด้วยกัน”
“ข้าเพียงลวงมันออกมา!”
“คุณหนูใหญ่ พวกเรารู้ความจริงหมดแล้ว” ลั่วเฉิงโจวเอ่ยอย่างใจเย็น
หลันจือพูดไม่ออก ใบหน้าเปลี่ยนจากขาวเป็นแดง ก่อนจะกลับมาซีดอีกครั้ง
หลัวหมัวมัวรีบคุกเข่าลง “เรื่องทั้งหมดเป็นฝีมือบ่าวเองเจ้าค่ะ บ่าวเป็นคนบอกให้คุณหนูนัดเหลียงคุนออกมา มีดก็เป็นของบ่าว คุณหนูเพียงทำตามคำสั่งเพราะถูกบ่าวข่มขู่”
ลั่วเฉิงโจวปรายตามองหญิงชรา “ถ้อยคำนี้เก็บไว้พูดต่อหน้าศาลเถิด”
เขาหันไปสั่งทหาร “จับกุมทุกคน ข้อหาลอบสังหารเชื้อพระวงศ์”
ทหารเข้าคุมตัวหลัวหมัวมัวกับอวิ๋นเซวี่ย ส่วนหลันจือถอยหนี ไม่ยอมให้มือของชายใดแตะต้อง
“ข้าเป็นบุตรสาวจิ้งอันโหว เป็นผู้มีพระคุณของไท่เฟย พวกเจ้ากล้าจับข้าหรือ!”
“เพราะท่านเป็นบุตรสาวจิ้งอันโหว ข้าน้อยถึงไม่ส่งท่านเข้าคุกในตอนนี้” ลั่วเฉิงโจวตอบ “แต่ก่อนที่ท่านอ๋องกับทางการจะสอบสวนเสร็จ คุณหนูใหญ่ต้องอยู่ในการควบคุมของกองทัพ”
หลันจือหันไปมองเหลียงคุน “คำพูดของโจรชั่วเชื่อถือไม่ได้ พวกท่านไม่มีหลักฐานว่าข้าเกี่ยวข้องกับการปล้นหมู่บ้าน!”
เหลียงคุนถูกกดอยู่บนพื้น เงยหน้ามองสตรีที่ตนรักมาสามปี แววตาดุดันคู่นั้นค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความชิงชัง
“อีกไม่นานก็มีแล้ว!” เขากล่าว
หลันจือได้ยินแล้วตัวแข็งค้าง ลั่วเฉิงโจวไม่เปิดโอกาสให้นางพูดอีก เขาให้ทหารนำรถม้าของจวนรับรองเข้ามารับสตรีทั้งสามกลับ ส่วนเหลียงคุนถูกมัดมือและหามขึ้นแคร่ บาดแผลตรงสีข้างยังมีเลือดไหล แต่ลมหายใจมั่นคง
เมื่อขบวนกลับถึงจวนรับรอง รองผู้ว่าการรีบออกมารับ ครั้นเห็นคนของจิ้งอันโหวถูกทหารคุมตัว สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที
ลั่วเฉิงโจวแสดงป้ายบัญชาการของเซิ่งอ๋อง “คดีนี้เกี่ยวข้องกับการลอบสังหารเชื้อพระวงศ์ ตั้งแต่บัดนี้ห้ามคนในจวนรับรองเข้าออกโดยไม่ได้รับอนุญาต”
ทหารยี่สิบนายเข้าประจำรอบกำแพง อีกแปดนายเฝ้าประตูเรือนของหลันจือ หน้าต่างทุกบานถูกตรวจ ตราประจำตัว จดหมาย ยา และอาวุธของคนในเรือนถูกเก็บไว้ทั้งหมด
หลันจือ หลัวหมัวมัว และอวิ๋นเซวี่ยถูกแยกอยู่คนละห้อง บ่าวใกล้ชิดที่ติดตามมาจากเมืองหลวงถูกคุมตัวไว้ในเรือนปีกตะวันตก ส่วนองครักษ์ของจวนโหวถูกปลดอาวุธและสอบสวนทีละคน
“พวกเจ้าปฏิบัติต่อข้าเช่นนักโทษไม่ได้!” หลันจือตวาดจากในห้อง “ข้าจะเขียนจดหมายถึงท่านพ่อกับไท่เฟย!”
ทหารหน้าประตูไม่ตอบ แม้แต่กระดาษกับพู่กันในห้องก็ถูกเก็บออกไปจนหมด
ทางด้านเหลียงคุนถูกนำกลับไปยังเรือนพักของทหาร หมอตรวจดูบาดแผลแล้วพบว่าคมมีดเข้าไปไม่ถึงหนึ่งข้อนิ้ว เพราะเขาบิดตัวหลบทันจึงไม่ถูกอวัยวะสำคัญ หลังใส่ยาและพันแผลเรียบร้อย ลั่วเฉิงโจวก็ให้คนอื่นออกไป เหลือเพียงทหารจดคำให้การสองนาย
บนโต๊ะตรงหน้าเหลียงคุนมีมีดของกลางวางอยู่ คราบเลือดของเขายังติดอยู่บนคม
ลั่วเฉิงโจวนั่งลงฝั่งตรงข้าม “ตอนนี้เจ้ารู้แล้วว่านางจะตอบแทนความซื่อสัตย์ของเจ้าอย่างไร”
เหลียงคุนมองมีดอยู่พักใหญ่ ก่อนจะหลับตาลง ภาพหลันจือซบอกเรียกเขาว่าสามียังชัดเจนพอ ๆ กับภาพนางแทงคมมีดเข้ามา
“เจ้าถามว่าใครเป็นคนจ้างข้าฆ่าแม่หม้ายกับเด็กใช่หรือไม่” ทหารจดคำให้การรีบจุ่มพู่กันลงในแท่นหมึก
ลั่วเฉิงโจวตอบ “ใช่”
เหลียงคุนลืมตาขึ้นอีกครั้ง ความหลงใหลที่เคยมีต่อสตรีผู้นั้นไม่เหลืออยู่แล้ว
“เฉียวหลันจือ” เขาออกเสียงชื่อนั้นชัดเจนทีละคำ
“นางเป็นคนจ้างข้าให้ปล้นหมู่บ้าน แล้วฆ่าเฉียวอวี้หนานกับลูกให้ตาย”
คำให้การของเหลียงคุนตรงกับซ่งเปียวและโจรที่ถูกขายทุกประการ ถือว่าพยานให้การตรงกัน อีกทั้งยังเป็นช่วงเวลาต่อกับเหตุการณ์ตกหน้าผา และเป็นระยะเวลาสามปี รายละเอียดเหล่านี้ หากไม่รู้จริงย่อมเล่าออกมาไม่ได้
ลั่วเฉิงโจวพาตัวเหลียงคุนและลูกน้องทั้งหมดไปคุมขังในคุกศาลาว่าการ จากนั้นนำคำให้การกลับไปแจ้งเซิ่งอ๋อง ในตอนบ่ายของวันถัดมา
จูจั้นเหิงเพิ่งจะดื่มยาไป แต่ฝืนตนเองไม่ยอมหลับ เพราะอยากอยู่เล่นกับบุตรชาย อาอันกัดนิ้วเขาแล้วหัวเราะเอิ๊กอ๊าก ท่าทางอารมณ์ดียิ่ง
ทำให้บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความอบอุ่น