LNCrawler

เด็กสาวชุดม่วง #80

เมื่อหวางเฟยหมดรัก — novel.dek d.com · All chapters

เด็กสาวชุดม่วง #80

อวี้หนานมองคนเป็นพ่อที คนเป็นลูกที บางทีการมีครอบครัวอยู่พร้อมหน้าก็อาจดีสำหรับเด็ก

พอเห็นดวงตาเหนื่อยล้าของเขา นางกำลังจะบอกให้เขานอน ลั่วเฉิงโจวก็มาถึงพอดี

“คารวะท่านอ๋อง นายหญิง” เขาค้อมกายประสานมือให้คนทั้งสอง

อวี้หนานรู้ว่าเขาไปทำอันใดมาจึงมองไปยังม้วนผืนผ้าในมือของเขา

ลั่วเฉิงโจวเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ได้เป็นความลับสำหรับนาง เขาจึงกางม้วนคำให้การ แล้วอ่านให้เจ้านายฟัง

เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่อวี้หนานคาดเดาได้อยู่แล้ว สีหน้าไม่ได้แปลกใจ แต่จูจั้นเหิงที่เพิ่งทราบความจริง ทั้งร่างแผ่กลิ่นอายสังหารออกมา

เรื่องหลอกลวงที่เฉียวหลันจือทำ เขาไม่สนใจ แต่ถึงขั้นคิดสังหารภรรยาและลูกของเขา เช่นนี้มันเกินจะให้อภัย

“นำหมึกกับพู่กันและตราประทับมาให้ข้า”

เฉียนกว่างที่ยืนอยู่ในห้องรีบไปจัดการ

เฉียวอวี้หนานไม่มีความคิดจะห้ามปรามหรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับงานราชการ พี่สาวของนางสมควรได้รับโทษ

หลังจากร่างฎีกาถวายฮ่องเต้เสร็จ เขาก็ยื่นให้เฉียนกว่างนำไปมอบให้ม้าเร็วส่งไปเดี๋ยวนั้นเลย

อวี้หนานนั่งเงียบมานานเอ่ยขึ้น “พวกเรามีแต่พยาน ซ้ำพยานทุกปากล้วนเป็นโจรหรือเคยเป็น เช่นนี้จะเอาผิดนางได้หรือไม่”

จูจั้นเหิงมองไปที่นาง ไอสังหารบนร่างจางหายไปในทันที สายตาของเขาอ่อนโยนลง “เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องกังวล จะอย่างไรข้าก็ต้องให้นางได้รับโทษ”

อาอันเห็นว่าเขาว่างแล้ว ก็โน้มตัวไปจะเอานิ้วเขามากัด แต่จูจั้นเหิงเพิ่งจับพู่กันมาจึงไม่ให้เขาแตะ เด็กน้อยมองอย่างสงสัย

อวี้หนานหันไปบอกกับลูก “ท่านพ่อต้องพักผ่อนแล้ว เจ้าเองก็ต้องนอนเช่นกัน ไปนอนก่อน ตื่นมาแล้วแม่จะพามาเล่นกับท่านพ่อใหม่”

ไม่รู้ว่าอาอันฟังเข้าใจหรือไม่ แต่ใบหน้าเล็กเริ่มยับยุ่ง คล้ายจะไม่อยากไป สุดท้ายก็ถูกส่งตัวให้เหอหมัวมัวอยู่ดี เขามองบิดาตาละห้อย ดวงตาของจูจั้นเหิงก็เช่นกัน อวี้หนานรู้สึกว่า ดวงตาสองคู่ช่างเหมือนกันเหลือเกิน

หลังจากทุกคนไปแล้ว พ่อบ้านเฉียนก็พาองครักษ์มาขยับร่างเซิ่งอ๋องให้เอนนอน แต่คนก็ยังจะฝืนถ่างตา อวี้หนานต้องยอมให้เขานอนจับมือ เขาถึงหลับไปได้

ราวยามไฮ่ จูจั้นเหิงเหมือนจะจับไข้ เขามีอาการหนาวสั่น ตัวร้อนจัด หมอที่พักอยู่เข้ามาดูอาการ หลังจากป้อนยาเช็ดตัวเสร็จ ทุกคนออกไป อวี้หนานก็มานั่งเฝ้าข้างเตียง

“หนานเอ๋อ” อวี้หนานที่กำลังเหม่อลอยได้ยินเสียงเรียกจึงหลุดจากภวังค์ คราแรกนางคิดว่าเขาละเมอ แต่พอเห็นสายตาที่กำลังมองมาจึงรู้ว่าเขาตื่น

“หิวน้ำหรือไม่เพคะ”

เขาพยักหน้า

นางเดินไปรินน้ำร้อนใส่จอกมานั่งเป่าแล้วตักให้เขาทีละช้อน หลังจากจิบไปสามอึก จูจั้นเหิงก็นอนมองหน้านาง สักพักเขาก็เอ่ย “ข้านึกว่าชาตินี้จะไม่ได้เห็นหน้าเจ้ากับลูกอีกแล้ว”

มือที่กำลังจะวางจอกลงบนโต๊ะของอวี้หนานชะงัก แต่เพียงอึดใจเดียวก็วางลง

“ตอนนี้ได้เห็นแล้วไม่ใช่หรือเพคะ” นางหันมาสบตากับเขา ใบหน้ายังคงเย็นชา “ท่านอ๋องควรพักผ่อนให้มาก เอาไว้หายดีแล้วพวกเราค่อยคุยกัน”

สีหน้าของจูจั้นเหิงหมองลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะสิ่งที่เขาเคยทำกับนาง ทำให้เขาไม่กล้าเอ่ยปาก

เห็นอย่างนั้นอวี้หนานจึงเอ่ย “ท่านอ๋องยังทรงติดค้างหม่อมฉันกับลูก สมควรต้องรีบรักษาตัวให้หายแล้วรีบมาชดใช้นะเพคะ”

คราแรกจูจั้นเหิงยังฟังไม่เข้าใจ เพราะมัวแต่เสียใจ แต่ผ่านไปพักหนึ่งเขาถึงได้เข้าใจ ใบหน้าหล่อเหลาดีใจจนปิดไม่มิด เขาลืมตัวแม้กระทั่งคิดจะลุกมากอดนาง แต่เพราะเจ็บแผล ทั้งร่างเลยฟุบลงไปดังเดิม

“ซี๊ด” เสียงสูดปากด้วยความเจ็บปวด ทำให้อวี้หนานเอ่ยดุ “ไฉนถึงไม่ระวังเล่า ถ้าแผลฉีกจะทำอย่างไร”

จูจั้นเหิงหน้าเจื่อนไป แต่ยังถามกลับมา “หนานเอ๋อนี่เจ้ายอมให้อภัยข้าแล้วใช่หรือไม่”

อวี้หนานส่ายหน้า “ต้องรอดูว่าท่านจะชดเชยความผิดอย่างไร หากทำให้หม่อมฉันกับลูกพอใจ หม่อมฉันถึงจะให้อภัยเพคะ”

“ขอเพียงเจ้าให้โอกาส ข้าก็พอใจแล้ว” ในชีวิตของจูจั้นเหิงไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นดีใจเท่านี้มาก่อน เขาแทบไม่อยากหลับตานอน เพราะกลัวว่าทุกอย่างจะเป็นแค่ฝันไป

อวี้หนานเห็นว่าเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว จึงตัดสินใจพูดคุยกับเขา “ท่านอ๋องทราบหรือไม่เพคะว่าพระองค์เคยล่วงเกินหม่อมฉันในเขตหวงห้าม”

หัวคิ้วของจูจั้นเหิงย่นเข้าหากัน

อวี้หนานรู้ว่าเขาถูกพี่สาวหลอก “ก่อนหน้านั้น หม่อมฉันไม่เคยเอะใจ ว่าไฉนพี่ใหญ่ถึงชอบชุดสีม่วงแล้วก็ชอบใช้เครื่องหอมกลิ่นดอกไห่ถัง แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้ หม่อมฉันทราบความจริงแล้วเพคะ”

ครานี้จูจั้นเหิงเข้าใจได้ในทันที “ข้าเกิดรักแรกพบกับเด็กสาวชุดม่วงที่มีกลิ่นดอกไห่ถัง ที่ข้าเผลอไปกอดตอนที่ตามองไม่เห็น ตอนที่ข้าลืมตาได้ ข้าเห็นเพียงเงาชายกระโปรงสีม่วงเลือนราง เฉียวหลันจือบอกกับข้าว่านางคือคนคนนั้น ข้าก็เลยคิดว่าระหว่างข้ากับนางมันคือความรัก แต่พอได้พบกับเจ้า ในใจข้ากลับเอนเอียง ข้ากลัวว่าจะเผลอตัวไปมีใจให้เจ้า ทุกครั้งที่เจอข้าจึงวางตัวเย็นชา”

จูจั้นเหิงแค่นเสียงเย้ยหยันตัวเอง “ทุกอย่างล้วนเป็นเพราะความโง่เขลาของข้าเอง”

อวี้หนานส่ายหน้า “ก็ไม่ทั้งหมดหรอกเพคะ หม่อมฉันเองก็มีส่วน ที่ยอมให้พี่สาวมาโดยตลอด นางบอกว่าชอบชุดสีม่วง ตั้งแต่นั้นหม่อมฉันก็ไม่ใส่ชุดสีม่วงอีกเลย นางบอกว่าชอบดอกไห่ถัง หม่อมฉันก็ไม่ใช้อะไรที่เกี่ยวกับดอกไห่ถังอีก พวกเราล้วนปล่อยให้นางจูงจมูก”