LNCrawler

ปิดปาก #85

เมื่อหวางเฟยหมดรัก — novel.dek d.com · All chapters

ปิดปาก #85

ตอนที่ 42 ปิดปาก

ลั่วเฉิงโจวพูดแล้วก็หมุนตัวเดินจากไป ไม่นานเสียงกรีดร้องก็ดังฝาดไปทั้งจวน หลัวหมัวมัวกับอวิ๋นเซวี่ยช่วยกันปลอบอย่างไรก็เอาไม่อยู่

หลายวันต่อมา หมอทหารตัดไหมบางส่วนออกและเปลี่ยนผ้าพันแผลให้เล็กลง จูจั้นเหิงเริ่มเดินรอบห้องได้ แต่ยังยกของหนักหรือบิดแผ่นหลังไม่ได้ อวี้หนานจึงย้ายเขาจากเตียงไปนั่งตั่งริมหน้าต่างในเวลากลางวัน

คืนนั้นฝนลงเม็ดอีกครั้ง อาอันหลับอยู่ห้องปีกตะวันออกกับเหอหมัวมัว เยี่ยนหลีดับตะเกียงด้านนอกแล้วปิดประตูเรือน จูจั้นเหิงเพิ่งดื่มยาเสร็จ อวี้หนานช่วยคลายสายคาดเอวให้เพื่อดูว่าผ้าพันแผลมีเลือดซึมหรือไม่

นางยื่นมือผ่านอกลงไปจับชายเสื้อด้านใน ร่างของคนเจ็บกลับแข็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“เจ็บหรือเพคะ”

“ไม่เจ็บ” ดวงตาของเขากลอกไปกลอกมา

อวี้หนานมองใบหูที่เริ่มแดงแล้วก้มลงมองตามแนวเสื้อคลุม นางเคยเป็นภรรยาเขาสองปี ไหนเลยจะไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น

“ท่านอ๋อง” นางเรียกเสียงเรียบ “หมอห้ามออกแรง ไม่ได้ห้ามอย่างอื่นกระมัง”

จูจั้นเหิงไอเบา ๆ เบือนหน้าไปทางหน้าต่าง “ข้าไม่เป็นไร เจ้าเรียกเฉียนกว่างมาช่วยพาข้าลงนอนเถิด”

“ให้พ่อบ้านเฉียนเข้ามาเห็นสภาพนี้หรือเพคะ”

ครานี้แม้แต่ลำคอเขาก็แดง

อวี้หนานเกือบหลุดยิ้ม นางไม่เคยเห็นเขาเป็นเช่นนี้มาก่อน เริ่มคิดว่าน่าสนใจ นางนั่งลงใกล้กว่าเดิม “ถ้าท่านอ๋องไม่สบายตัว หม่อมฉันช่วยได้นะเพคะ”

จูจั้นเหิงหันกลับมาทันที แววตาที่มองนางเจือความตื่นตะลึง “จะ..เจ้า”

อวี้หนานยกมือแตะข้างแก้มเขาแผ่วเบา ก่อนจะโน้มหน้าเข้าไปจูบ เรียวปากแตะกันแผ่วเบาในคราแรก จูจั้นเหิงไม่กล้าขยับลำตัว ได้แต่ใช้มือซ้ายประคองท้ายทอยของนางเอาไว้ พออวี้หนานเป็นฝ่ายสอดลิ้นเข้ามา ลมหายใจของเขาก็แรงขึ้นจนหน้าอกกระเพื่อม

มือของนางเลื่อนลงไปใต้ชายเสื้อ สัมผัสความแข็งขึงที่ซ่อนอยู่ จูจั้นเหิงหลับตา นิ้วที่ประคองท้ายทอยเกร็งขึ้น

“ถ้าเจ็บแผลบอกนะเพคะ” อวี้หนานกระซิบชิดริมฝีปาก

“อืม”

นางคลายผ้าชั้นในออก ใช้ฝ่ามือโอบรอบตัวตนร้อนผ่าวแล้วขยับช้า ๆ ความคุ้นเคยกลับมาทีละน้อย จูจั้นเหิงสูดลมหายใจเข้าลึก หน้าผากพิงขมับนาง

“หนานเอ๋อ...”

เสียงเรียกนั้นแหบพร่ากว่าทุกครั้ง อวี้หนานรู้สึกความร้อนแล่นขึ้นมาถึงใบหน้า แต่มือยังไม่หยุด นางใช้นิ้วไล้ส่วนปลายที่ชื้น ลูบลงตามความยาวแล้วเพิ่มจังหวะเมื่อได้ยินเสียงครางต่ำข้างหู

จูจั้นเหิงจูบแก้มของนาง จูบข้างขมับ แล้ววกกลับมาหาปาก เขาไม่อาจโอบกอดเต็มแรงและไม่อาจพลิกร่างนางไปด้านล่าง ความจำกัดนั้นกลับทำให้ทุกสัมผัสชัดเจนกว่าทุกครา

“พอหรือยังเพคะ” นางแกล้งถามทั้งที่รู้คำตอบ

“เจ้าอย่ารังแกข้า” เขาออดอ้อนเสียงกระเส่า

“ผู้ใดกันแน่ที่รังแกหม่อมฉันมาสองปี”

เขาไม่มีโอกาสเถียง นิ้วของนางบีบกระชับขึ้นเล็กน้อยแล้วเร่งจังหวะ จูจั้นเหิงซบหน้าลงตรงซอกคอ เสียงหายใจขาดเป็นช่วง ร่างสูงเกร็งอยู่ชั่วครู่ ก่อนความอุ่นร้อนจะเปื้อนฝ่ามือนาง

อวี้หนานใช้ผ้าสะอาดที่เตรียมไว้เช็ดให้ เขายังพิงไหล่นาง ไม่ยอมเงยหน้า

“ท่านอ๋องอายหรือเพคะ”

“ข้ากำลังคิดว่าแผลนี้ควรหายช้าลงอีกหน่อย”

นางหยิกต้นแขนเขาเบา ๆ “ถ้าท่านพูดเช่นนี้อีก หม่อมฉันจะไปตามหมอมาฝังเข็ม”

จูจั้นเหิงหัวเราะในลำคอ เขารอให้นางจัดอาภรณ์เรียบร้อยก่อนจูบหลังมือข้างที่เพิ่งช่วยตน

“ขอบใจ”

“นอนได้แล้วเพคะ”

อวี้หนานประคองเขาลงนอนตะแคง จัดหมอนรองแผ่นหลังตามที่หมอสอน คนเจ็บยอมหลับตาแต่โดยดี

ก่อนที่อวี้หนานจะลุก มือซ้ายของเขาแตะปลายนิ้วนางเพียงนิดแล้วปล่อยเอง

นางมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเป็นฝ่ายสอดมือกลับเข้าไปในอุ้งมือใหญ่

พระราชโองการจากเมืองหลวงมาถึงฝูโจวในปลายเดือนเดียวกัน ขันทีผู้เชิญราชโองการเดินทางมากับเจ้าหน้าที่ศาลต้าหลี่และทหารรักษาพระองค์หนึ่งกอง รองผู้ว่าการฝูโจวเปิดห้องโถงจวนรับรองให้เป็นที่รับคำสั่งตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง

คดีโจรสลัดถูกแยกออกเป็นสองส่วน ผู้ที่ปล้นฆ่าชาวบ้านตามชายฝั่งให้ทางฝูโจวสอบต่อ ส่วนเหลียงคุนกับพรรคพวกเดิมจากค่ายซานเฟิง รวมถึงเฉียวหลันจือ หลัวหมัวมัว และอวิ๋นเซวี่ย ต้องถูกส่งกลับเป่ยจิงให้อยู่ในการพิจารณาของศาลต้าหลี่

พระราชโองการระบุชัดว่าเซิ่งอ๋องเป็นผู้เสียหายในคดี ห้ามยุ่งเกี่ยวกับการสอบสวนและตัดสินด้วยตนเอง จูจั้นเหิงรับคำ ไม่มีข้อโต้แย้ง เขามอบคำให้การ ของกลาง และตัวพยานทุกคนให้เจ้าหน้าที่ต่อหน้ารองผู้ว่าการ จากนั้นถอดป้ายบัญชาการที่ใช้ควบคุมจวนรับรองคืนให้กองทัพ

อวี้หนานยืนฟังอยู่หลังฉากกั้น หลังพิธีรับราชโองการนางขอพบพี่สาว

อวี้หนานนึกถึงจดหมายของจื้ออวี้ที่เก็บอยู่ในแขนเสื้อ

ห้องที่ใช้พบกันอยู่ตรงเรือนปีกตะวันออก

เฉียวหลันจือถูกพาเข้ามาในสภาพไร้เครื่องประดับ อาภรณ์สีอ่อนยังสะอาดเรียบร้อย แต่ใต้ดวงตามีรอยคล้ำ นางไม่ได้ถูกใส่ตรวนเพราะยังไม่มีคำตัดสิน

“หนานเอ๋อ” เฉียวหลันจือทำท่าจะวิ่งเข้ามาหา หลายวันมานี่นางคิดตก ว่าตนเองโวยวายไปก็ไร้ประโยชน์ จึงแสร้งกลับมาทำท่าอ่อนแอป่วยไข้ดังเดิม

เฉียวอวี้หนานเบี่ยงกายหลบ

อีกฝ่ายทำสีหน้าปานจะร้องไห้ พลางตัดพ้อกลับมา “นี่เจ้ารังเกียจพี่ใหญ่ถึงเพียงนี้เชียวหรือ ข้าบอกแล้ว ว่าข้ายินดีหลีกทางให้เจ้ากับจั้นเหิง เจ้าอย่าได้เกลียดชังพี่ใหญ่เลยนะ”

อวี้หนานส่งเสียงเยาะหยัน “ท่านอ๋องเป็นคนรักของข้าอยู่แล้ว อีกทั้งยังเป็นสามีและพ่อของลูกข้า ไม่เห็นจำเป็นต้องรอให้ท่านมาหลีกทาง ท่านเลิกหลงตัวเองเสียที”