LNCrawler

จิ้งอันโหวมาถึง #8

เมื่อหวางเฟยหมดรัก — novel.dek d.com · All chapters

จิ้งอันโหวมาถึง #8

เฉียนกว่างเดินเข้ามาตรวจงานด้วยตนเอง เมื่อเห็นหวางเฟยยังอยู่ในห้อง เขาก็รีบค้อมกายท่าทางเคารพนบนอบ “เรือนจือจู่จัดเตรียมได้เกือบเรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่ไม่ได้เปิดใช้นาน กระดาษหน้าต่างบางบานต้องเปลี่ยนใหม่ คืนนี้อาจมีลมลอดเข้ามาบ้าง กระหม่อมให้คนเพิ่มเตาไฟไว้สองลูกแล้ว”

“ลำบากพ่อบ้านเฉียนแล้ว”

“กระหม่อมไม่กล้ารับ” เขากวาดมองหีบสินเดิมเพียงสี่ใบซึ่งวางอยู่ข้างประตู “หวางเฟยจะนำของไปเท่านี้หรือพ่ะย่ะค่ะ”

“เท่านี้ที่เป็นของข้า”

เฉียนกว่างไม่กล้าถามต่อ คำพูดหลายคำคงติดอยู่ในลำคอ สุดท้ายเขาเพียงรับกุญแจเรือนฉางเยว่จากมือนางไป

โลหะเย็นจัดหลุดจากปลายนิ้ว อวี้หนานมองมันถูกเก็บเข้าแขนเสื้อของพ่อบ้านด้วยสายตาว่างเปล่า

ขบวนย้ายเรือนออกจากลานฉางเยว่ในต้นยามซวี คนเดินนำถือโคมสองดวง ตามด้วยบ่าวชายหามหีบสินเดิม สตรีทั้งสามเดินอยู่ท้ายขบวน ทางไปเรือนจือจู่ทอดผ่านสวนด้านตะวันตกที่แทบไม่มีคนใช้ยามค่ำคืน กิ่งไผ่เปียกฝนโน้มลงเหนือทางเดิน เกี่ยวชายโคมจนแสงแกว่งไปมา

เรือนจือจู่อยู่หลังแนวกำแพงเตี้ย ลานด้านหน้ามีต้นไผ่ขึ้นแน่นจนบดบังแสงจากทางเดิน ตัวเรือนหันไปทางทิศเหนือ รับแสงเพียงช่วงสาย ประตูไม้เพิ่งถูกเช็ดคราบฝุ่นออก แต่กลิ่นอับชื้นยังติดอยู่ตามผนังและพื้น

สาวใช้สองคนกำลังปูฟูกบนเตียง ครั้นเห็นขบวนมาถึงก็รีบคุกเข่า หัวหน้าคนงานออกมารายงานว่าน้ำในบ่อหลังเรือนยังขุ่น ต้องตักน้ำจากครัวมาใช้ก่อน ส่วนห้องเล็กด้านตะวันตกมีหลังคารั่วต้องปิดไว้ชั่วคราว

เยี่ยนหลีฟังแล้วสีหน้าดำทะมึน “นี่เรียกว่าจัดเตรียมเรียบร้อยหรือ!”

คนงานคุกเข่าจนหน้าผากแทบแตะพื้น “ขอหวางเฟยทรงลงโทษ บ่าวได้รับคำสั่งตอนบ่าย เวลาน้อยเกินไปจริง ๆ เพคะ”

“ลุกขึ้นเถิด” อวี้หนานก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไป “คืนนี้พอมีที่นอนก็พอ พรุ่งนี้ค่อยจัดส่วนที่เหลือ”

นางเข้าไปในห้องนอน กลิ่นผนังชื้นกับกลิ่นควันจากเตาไฟอวลอยู่ภายใน เพียงสูดลมหายใจครั้งแรก ท้องก็ปั่นป่วนขึ้นมาอีก อวี้หนานรีบเดินผ่านฉากกั้นไปยังห้องข้าง ยกผ้าเช็ดหน้าปิดปาก

เหอหมัวมัวตามเข้ามาทันก่อนที่นางจะทรุดลงข้างอ่าง เสียงอาเจียนแห้งดังอยู่หลายครา กระเพาะมีอาหารเพียงโจ๊กไม่กี่คำบีบรัดจนเจ็บ นางกำขอบอ่างไว้ กระทั่งอาการสงบค่อยรับน้ำมาบ้วนปาก

“เชิญหมอเถิดเพคะ” เหอหมัวมัวลูบแผ่นหลังให้ “ทรงทนมาทั้งวันแล้ว”

“ไม่ได้” อวี้หนานเช็ดริมฝีปาก “หากเรียกมาย่อมมีคำถาม”

“บ่าวออกไปตามหมอหญิงจากประตูหลังก็ได้”

“คืนนี้คนเข้าออกจวนมาก รอให้สงบก่อนเถิด”

เยี่ยนหลียกชามน้ำบ๊วยอุ่นเข้ามาพอดี เห็นสภาพผู้เป็นนายแล้วน้ำตาก็เอ่อขึ้นมาอีก นางรีบประคองชามส่งให้ “บ่าวให้คนครัวต้มมาเพคะ หวางเฟยดื่มสักหน่อยเถิด อาจช่วยลดอาการได้”

อวี้หนานรับมาจิบ รสเปรี้ยวเจือหวานช่วยกดความขมในลำคอลงได้บ้าง ทว่านางยังดื่มไม่ถึงครึ่งชาม เสียงคนจำนวนมากก็ดังผ่านทางเดินนอกกำแพงเรือน

บ่าวเฝ้าประตูเข้ามารายงานว่า คุณหนูใหญ่ถูกย้ายจากเรือนชิงหลัวไปเรือนฉางเยว่แล้ว จิ้งอันโหวกับฮูหยินติดตามไปส่งถึงห้องนอน เวินไท่เฟยก็อยู่ที่นั่น ส่วนเซิ่งอ๋องให้หมอหลวงพักค้างในจวนเพื่อเฝ้าอาการ

เยี่ยนหลีหันหลังให้คนรายงานเพื่อซ่อนสีหน้า เฉียวอวี้หนานวางชามน้ำบ๊วยลงบนโต๊ะ “รู้แล้ว เจ้าออกไปเถิด”

หลังประตูปิด เหอหมัวมัวประคองนางไปนั่งบนเตียง ฟูกที่ปูอย่างเร่งรีบยังแข็งและเย็น ผ้าห่มมีกลิ่นแดดจาง ๆ คงเพิ่งนำออกจากห้องเก็บของเมื่อครึ่งชั่วยามก่อน

“คืนนี้บ่าวจะนอนเฝ้าข้างเตียง” หญิงสูงวัยดึงหมอนมารองหลังให้ ก่อนจะหันไปสั่งเยี่ยนหลี “เจ้าไปเอาถ่านมาเพิ่ม อย่าให้เตาดับ”

เยี่ยนหลีรับคำแล้วออกไป ขณะเปิดม่าน นางสวนกับบ่าวชายจากฝ่ายพ่อบ้านที่นำสมุดรายการเครื่องเรือนมาส่ง ข้างใต้สมุดมีห่อผ้าหนึ่งห่อ เป็นอาภรณ์สีม่วงอ่อนกับผ้าคลุมขนจิ้งจอกที่อวี้หนานวางไว้ในตู้เรือนฉางเยว่

“พ่อบ้านเฉียนกล่าวว่า ของสองชิ้นนี้พบป้ายชื่อของหวางเฟย จึงให้นำมาส่งพ่ะย่ะค่ะ”

เฉียวอวี้หนานมองผ้าคลุมอยู่ครู่หนึ่ง นั่นเป็นของที่จูจั้นเหิงมอบให้นางในฤดูหนาวแรกหลังแต่งงาน เขาเลือกสีด้วยตนเอง เพราะเห็นว่านางสวมสีม่วงแล้วผิวไม่ซีด

“นำอาภรณ์สีม่วงกลับไป” นางเลื่อนสายตาไปยังเสื้อคลุม “ส่วนผ้าคลุมเก็บเข้าหีบของจวน รอส่งคืนพร้อมของชิ้นอื่น”

บ่าวชายรับคำแล้วถอยออกไป เหอหมัวมัวคลี่ผ้าห่มให้เจ้านาย มือหยุดอยู่เหนือเตียง “หวางเฟยตั้งใจคืนทั้งหมดหรือเพคะ”

“หนังสือหย่าระบุว่าเขาจะคืนสินเดิมให้ครบ” อวี้หนานเอนกายลง “เมื่อเขาแยกสิ่งที่เป็นของข้าออกชัดเจน ข้าก็ควรแยกสิ่งที่เป็นของเขาให้ชัดเช่นกัน”

ด้านนอกลมพัดกิ่งไผ่กระทบกระดาษหน้าต่าง เสียงดังซ้ำอยู่ตรงมุมเดิม เยี่ยนหลีกลับมาพร้อมกระถางถ่าน เตาพกถูกสอดไว้ใต้ผ้าห่มตรงปลายเท้าเจ้านาย ก่อนจะดับตะเกียงเหลือไว้เพียงดวงเดียว

อวี้หนานหลับตา ทว่ากลิ่นอับในเรือนทำให้ลมหายใจติดขัด นางจึงลุกขึ้นให้เยี่ยนหลีเปิดหน้าต่างแง้มไว้หนึ่งช่อง ลมกลางคืนไหลเข้ามาพร้อมกลิ่นไผ่เปียกฝน กระแสลมเย็นพัดผ้าม่านให้ไหวอยู่เหนือพื้น

บนโต๊ะข้างเตียงมีหีบไม้ใบเล็กวางอยู่ เหอหมัวมัวนำมาเก็บไว้ใกล้ตัวตามคำสั่ง ข้างในมีห่อผ้าสีครามอยู่หนึ่งห่อ รองเท้าเด็กคู่เล็กที่เย็บเสร็จเพียงข้างเดียว หนังสือหย่า และเทียบยาซึ่งคนทั้งจวนยังไม่ล่วงรู้ ล้วนถูกเก็บไว้ด้วยกันภายในนั้น

นางยื่นมือแตะสลักหีบให้แน่ใจว่าปิดสนิท แล้วดึงม่านเตียงลง