LNCrawler

ประตูสู่หออาชาไนย ภาคที่ 3

หออาชาไนย : พ่อค้าความตาย — novel.dek d.com · All chapters

ประตูสู่หออาชาไนย ภาคที่ 3

ประตูสู่หออาชาไนย ภาคที่ 3

 

ขันติ ตะโป ตะปัสสิโน

“ความอดทน เป็นตบะของผู้พากเพียร”

 

บางบาดแผลไม่ได้หายไปเพราะเวลาผ่าน

มันเพียงเงียบลง ซ่อนตัวอยู่ใต้เสียงพูดคุยของคนในบ้าน

ใต้รอยยิ้มที่เบากว่าเก่า และใต้คำว่า “ไม่เป็นไร” ที่ไม่มีใครเชื่อสนิทใจนัก

หลังเหตุการณ์ในภาค ‘เสาหลักเมืองชล’ ครอบครัวของเพียรยังไม่ได้หลุดพ้นจากสิ่งที่ตามกลับมาจากโลกเร้นลับ

อาการของพิมพ์ใจยังค่อย ๆ ทรุดลง ขณะที่เด็กคนหนึ่งทำได้เพียงเฝ้ามองคนในบ้านไขว่คว้าหาทางช่วยเหลือเธอเท่าที่พวกเขาจะทำได้

กลางวันอาจทำให้ทุกอย่างดูคล้ายปกติ …แต่กลางคืนไม่เคยใจดีถึงเพียงนั้น

ในคืนที่ท้องฟ้าไร้แสงจันทร์ เพียรถูกดึงกลับไปยังหมู่บ้านแห่งเดิม สถานที่ซึ่งไม่รู้ว่าควรเรียกว่าความทรงจำ ความฝัน หรือสิ่งที่อยู่ก้ำกึ่งระหว่างสองอย่างนั้น

ถนนยังทอดไปตามทางเดิม บ้านยังเรียงอยู่ดังเดิม ผู้คนยังพูดคุยราวกับไม่มีสิ่งใดผิดแปลก

แต่บางแห่งซ่อนความจริงไว้ได้ดีกว่าที่ควร…

เพียรยังเป็นเพียงเด็กคนหนึ่ง

เขายังกลัว ยังเจ็บ

และยังไม่เข้าใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น

ทว่าเมื่อฝันร้ายหวนกลับมาครั้งแล้วครั้งเล่า ความกลัวก็เริ่มพาคำถามบางอย่างกลับมาด้วย

หากสถานที่แห่งนั้นเป็นเพียงฝัน เหตุใดมันจึงจดจำสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนก่อน?

หากทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างไร้กฎ เหตุใดบางสิ่งจึงกลับมาในเวลาเดิม และเปลี่ยนแปลงไปในลักษณะที่คล้ายมีแบบแผน?

เด็กคนหนึ่งไม่มีคาถาแก่กล้า ไม่มีอาวุธวิเศษ และไม่มีความรู้มากพอจะอธิบายโลกเร้นลับ

สิ่งที่เขามีเป็นเพียงสมุด ดินสอ ความช่างสังเกต และบทเรียนวิทยาศาสตร์ธรรมดาจากห้องเรียน

เพียรเริ่มจดสิ่งที่จำได้

เริ่มเปรียบเทียบความแตกต่าง

และเริ่มมองสิ่งที่เคยทำได้เพียงวิ่งหนีให้นานขึ้นกว่าเดิม

ความอดทนบางชนิดไม่ใช่การยอมแพ้

มันคือการยืนอยู่กับความกลัวให้นานพอ จนความกลัวเริ่มเผยร่องรอยของมันเอง

ก่อนจะรู้ว่าหมู่บ้านแห่งนั้นซ่อนสิ่งใดไว้ เพียรอาจต้องเริ่มจากการลืมตาอยู่ในฝันร้ายของตนเองให้นานกว่าเดิม

เพราะบางปริศนาไม่ได้เปิดเผยคำตอบแก่ผู้ที่กล้าหาญที่สุด

แต่มันอาจเผยรอยร้าวให้แก่ผู้ที่อดทนเฝ้ามองมันนานพอ…