LNCrawler

เริ่มต้นแผนการ

หออาชาไนย : พ่อค้าความตาย — novel.dek d.com · All chapters

เริ่มต้นแผนการ

ตอนที่ 14 เริ่มต้นแผนการ

 

“ข้าพอใจจะให้เรียกพี่เอ็งจะทำไม เออจะว่าไปต่อจากนี้ไปเอ็งก็ต้องเรียกข้าว่าพี่ทองทับด้วย ให้มันเข้ากับสารรูปของข้าหน่อยสิโว้ย” ทองทับพูดข่ม พร้อมเบ่งกล้าม ทั้งยังลูบไล้ใบหน้าอันหมดจดของตัวเอง

“เออแล้วสรุปลุงจะเอายังไงต่อ…” เพียรไม่ได้สนใจรับคำของตาเฒ่าอายุยืนผู้นี้

ทองทับเค้นเสียงเย็นชาทีหนึ่ง ก่อนจะพูดว่า “จะเอายังไงได้วะ…ก็ต้องซุ่มวางแผนล้างแค้นน่ะสิ” พอพูดถึงเรื่องนี้สายตาของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชา มันดูลุ่มลึกน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก

เพียรเองก็ถามส่ง ๆ ไป ส่วนสายตาเขาก็นั่งเล่นมือถือไปเรื่อยเปื่อย เพราะรู้อยู่แล้วว่านิสัยของอีกฝ่ายเป็นพวกเจ้าคิดเจ้าแค้น

พอได้รับแก้วกาแฟมาทองทับก็เริ่มดมกลิ่นอันหอมกรุ่น เขาได้เอาจมูกจ่อเข้าไปบนแก้วก่อนจะสูดดมเข้าไปเต็มปอด มองดูคล้ายกับคนกำลังดมกาว เพียรที่ได้ยินเสียงสูดหายใจก็หันมามองและอดไม่ได้ที่จะขำยามเมื่อเห็นภาพนี้

ทองทับไม่สนใจกับเสียหัวเราะเยาะ เขาชิมกาแฟและค่อย ๆ สัมผัสมันถึงรสชาติ ก่อนจะพูดแขวะเพียรไปว่า “ถ้าเอ็งกลายมาเป็นแบบข้า…ก็คงทำไม่ต่างกันหรอกโว้ยไอ้หนู!”

“เป็นยังไงบ้างจ้ะลุง…เอ๊ยพี่ทองทับ พี่อยากได้อะไรบอกฉันได้เลยเดี๋ยวไปจัดมาให้!” ทนายบุญกองตบอกพูด

ส่วนพี่ทองทับคนหล่อซึ่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เหลือบไปเห็นเจ้าเพียรที่นั่งเล่นมือถือไม่หยุด จึงพูดขึ้นว่า “เอ็งไปหาโทรศัพท์มาให้ข้าหน่อย…เอาแบบของไอ้เพียรมันนี่แหละ” เขาสนใจใคร่รู้มานานแล้วว่ามันสนุกอะไรนักหนา

“ได้เลยจ้ะพี่!” ขณะที่กำลังจะวิ่งออกจากห้องไปนั้น

เพียรพูดขึ้นว่า “ไม่ต้องยุ่งยากขนาดนั้น เอาเครื่องสำรองของผมไปใช้ดีกว่า” เขาคลี่ยิ้มสดใสมองไปยัง ‘พี่ทองทับ’ เพราะชื่อนี่ดูท่าพ่อแม่แกไม่ได้ตั้งไว้ให้เล่น ๆ

หางคิ้วของทองทับกระตุกขึ้นถี่ยิบ สัมผัสได้ว่าตนเองจะโดนรีดไถอีกเป็นแน่ “เอ็งจะเอาอะไรจากข้าอีกล่ะ?” เขาถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา พยายามลองหยั่งเชิงไอ้หนูนี่ดูก่อน

“หื้อพูดอะไรแบบนั้นล่ะลุง…พวกเรามันคนกันเอง” เพียรตบแขนลุงทับเบา ๆ พยายามทำตัวตีสนิท เหมือนที่เคยทำกับคนอื่นมาหลายครั้ง

“คนกันเองกับผีน่ะสิ!” ทองทับลุกขึ้นชี้หน้าเพียรพร้อมก่นด่า “ตั้งแต่เด็กเอ็งรีดไถข้าน้อยไปงั้นเรอะไอ้หนู ทุกวันนี้ข้าแทบจะหมดตัวอยู่แล้ว…” เขาด่ายาวเหยียดอยู่นานสองสามนาทีถึงจะยอมเลิกรา ก่อนที่จะนั่งลงอย่างไม่สบอารมณ์

ทุกวันนี้ชื่อ ‘ทองทับ’ ของเขาใกล้จะสิ้นชื่ออยู่รอมร่อ หากปล่อยให้ไอ้หนูนี่รีดไถต่อไป คงได้เปลี่ยนชื่อเป็น ‘ทองเก๊’ แน่แล้ว

เพียรก็คล้ายกับว่าคุ้นชินแล้ว เขาแคะหูด้วยท่าทางเฉยเมย “ใจเย็น ๆ น่า ไม่ใช่ว่าฉันจะเอาอะไรมากมายจากลุงเสียหน่อย ก็แค่การแลก…” ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบประโยคดี กลับถูกขัดจังหวะเสียก่อน

ทองทับก็พูดตัดบทขึ้นมาทันที “การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม…ถุย! ไอ้เด็กสารเลว…เอ็งก็พูดอย่างนี้ทุกครั้งไป…” หลังจากนั้นเขาก็ด่าไปยาวเหยียดอีกนาทีกว่า ๆ

เพียรพอได้ยินเสียงเงียบลง ก็วางโทรศัพท์ลงหันไปจ้องสบตากับลุงทองทับ ดวงตาของเขาลุกวาวเปล่งประกาย “เอาน่าลุง…เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีมันทันสมัยน่ะ ฉันกลัวว่าลุงจะตามคนอื่นไม่ทัน ไม่สู้ฟังข้อเสนอฉันก่อน!”

ทองทับตัดบท “ไม่ฟัง! ไอ้บุญเอ็งไปซื้อโทรศัพท์มาให้ข้าไป”

“ฉันก็แค่จะให้ลุงมอบของดีเล็ก ๆ น้อย ๆ เอาไว้ให้ไอ้บุญกองมันใช้ป้องกันตัว ลุงน่ะคิดมากเกินไปรู้หรือเปล่า?” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงน้อยเนื้อต่ำใจ เหมือนได้รับความไม่เป็นธรรม

พอได้ยินเสียงของไอ้สารเลวตัวน้อยนี่ หางคิ้วของเขาก็กระตุกขึ้นถี่ยิบ ดูสิดูแผนการของมันธรรมดาเสียที่ไหน ไอ้การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมมันก็แค่คำหลอกของไอ้หนูนี่!

ดวงตาของบุญกองเปล่งประกาย “ฉันเห็นด้วยกับพี่เพียรเขานะลุง” เมื่อลูกพี่ตนส่งเสริมขนาดนี้ ถ้าจะให้ปฏิเสธก็กระไรอยู่

ทองทับกัดฟันกรอดด่าออกมา “เด็กเลว…” จนท้ายที่สุดทองทับก็รับปากว่าจะหา ‘ของดี’ ให้กับเจ้าบุญกอง

เพียรยิ้มชอบใจก่อนจะยื่นโทรศัพท์มือถือให้อีกฝ่าย จากนั้นเขาก็เริ่มถามเรื่องสำคัญ ๆ ในบริษัทกับบุญกอง “ไอ้บุญที่บริษัทเป็นไงบ้าง…มีปัญหาอะไรบ้างหรือเปล่า?”

บุญกองรีบเปลี่ยนบุคลิกของตัวเองในทันที เขาวางมาดสุขุมก่อนพูดขึ้นว่า “ไม่มีเลยจ้ะพี่ พวกฉันดูแลให้เป็นอย่างดี มีก็แต่เรื่องที่บ้านพี่นั่นแหละ เกี่ยวกับคุณหนู…”

“เออข้าเห็นข้อความแล้ว” ชายหนุ่มยิ้มเจื่อนเรื่องอื่นพอห้ามได้ แต่เรื่องนี้ควบคุมยาก!

“มีพวกคนในกระทรวงมันเล่นตุกติกกับคนในบริษัทเราบ้างหรือเปล่า?” เรื่องนี้ต่างหากที่เขาสนใจในตอนนี้

“เหมือนว่าจะไม่มีใครกล้าเลยนะพี่…ส่วนพวกที่วางแผนแบบเปิดเผย ทุกคนก็จัดการไปตามที่พี่สั่งไว้ ช่วงเดือนที่ผ่านมานี่ยิ่งเงียบกริบเลย ก็คงเป็นเพราะตำแหน่งในกระทรวงของพี่นั่นแหละ…” หลังจากนั้นบุญกองก็เล่ารายละเอียดเรื่องอื่น ๆ อีกยาวเหยียด

ทองทับเองหลังเก็บเอาโทรศัพท์เข้ากระเป๋า ก็นั่งดมกาแฟจิบแล้วจิบอีก พอกาแฟหมดเขาก็เดินออกไปสั่งของมากินเองเสียเลย อาหารที่สั่งมาก็มากมายหลากหลาย แต่ระดับเศรษฐีอย่างเขามีหรือจะคิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องแบบนี้

เพราะว่ามันเทียบกันไม่ได้เลย กับความสุขที่ได้ลิ้มลองสัมผัสกับรสชาติของอาหารไทยที่สุดแสนจะคิดถึง…

หลังจากที่ทั้งสองคนพูดคุยกันเสร็จสิ้น มองดูผีเฒ่าที่หิวโซนั่งกินอาหารอย่างมูมมาม…

“เอาล่ะวันนี้ถือเป็นวันพักผ่อน…พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน” เพียรเอ่ยปากบอก จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปในห้อง

ซึ่งก่อนหน้านี้เขาบอกบุญกองให้ไปสอนตาเฒ่าเล่นโทรศัพท์มือถือ และโชคดีที่ผู้ฝึกเวทมนตร์ระดับสูงอย่างทองทับ สามารถเรียนรู้อะไรได้อย่างรวดเร็ว 

และนั่นอาจจะเป็นเพราะเวทอภินิหารของผีเฒ่าเอง เพียงไม่ถึงค่อนวันดี ทองทับก็ได้สูบเอาความรู้จากบุญกองไปเกินครึ่ง

ในระหว่างวันพักผ่อนของเพียร ทางด้านคนในกระทรวงเวทมนตร์ต่างก็ประชุมหารือช่วยกันวางแผน ‘กำหนดเส้นทางเดิน’ ให้กับเขาอยู่…