อายุ 15 คือเงื่อนไข!
อายุ 15 คือเงื่อนไข!
ตอนที่ 173 อายุ 15 คือเงื่อนไข!
ประโยคหลัง ๆ ของนกยูงแฝงไปด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า ก่อนที่จะถามคำถามปิดท้าย
“เอ็งคิดจะกลับไปเมื่อไหร่ก็มาบอกข้า ประเดี๋ยวข้าจะมอบของช่วยปกป้องเอ็งให้อีกแรง ถ้าหากว่าไอ้กวางละองละมั่งนั่น มันไม่แล้วไม่เลิกขึ้นมาล่ะก็…ฮึฮึ!”
เมื่อเจ้าตัวพูดจบจึงทำเอาทั้งสองที่ได้ฟังอยู่ ต่างก็ตกตะลึงอยู่ไม่ใช่น้อย เพราะว่าพวกเขาก็ไม่คิดว่า นกยูงจะรู้จักผู้ทรงภูมินั่น มากถึงขนาดนี้ ในบางจุดยังรู้ลึกไปถึงรายละเอียดอีกด้วย!
ถ้าหากเป็นเช่นนั้นแล้ว ก็คงมีความเป็นไปได้มาก ที่เจ้าตัวนั้นจะอยู่ในระดับขั้นเดียวกัน หรือก็คือขั้น ‘พบสมุทร’ ซึ่งถือว่าอยู่บนปลายสุดของยอดเขา
มีเพียงนกเหยี่ยวดำที่ไม่ยี่หระ เขาไม่อยากไปขัดใจไอ้นกยูงตัวนี้ เพราะนี่คือถิ่นของมัน
ใบบอนได้แต่จำประโยคบอกเล่าของ ‘ท่านผู้ทรงภูมิ’ มาถามต่อ ตัวเขาไม่เคยเห็นหน้าค่าตาของอีกฝ่ายมาก่อน จึงได้แต่เรียกเช่นนี้
“ท่านผู้ทรงภูมิ ข้าขอถามหน่อยว่า เรื่องที่ท่านได้พูดว่า ‘เพราะมีเวลาอีกไม่มากหรอกนะ เดี๋ยวมันก็โตแล้วมั้ง’ มันหมายความว่ายังไงหรือครับท่าน?”
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงนอบน้อมอย่างถึงที่สุด อีกฝ่ายย่อมเป็นตัวตนที่ไม่ธรรมดา ๆ เป็นแน่ มิเช่นนั้นไฉนจึงรู้เรื่องราวละเอียดได้มากถึงเพียงนี้
“เรื่องนี้ให้เจ้าดินสอมันเล่าต่อเถอะ เพราะเจ้าตัวก็น่าจะพอรู้เรื่องนี้ดีอยู่กระมัง?” นกยูงขี้เกียจตอบอีกทั้งเวลาก็ผ่านมานาน กฎเกณฑ์มันอาจเปลี่ยนไปแล้ว ให้ดินสอตอบจึงเป็นการดีที่สุด
ดินสอก็ได้พยักหน้ารับ ก่อนจะพูดขึ้น “ยามเมื่อผู้สูงศักดิ์อายุครบ 15 ปี พวกเขาก็จะถูกเรียกตัวให้เข้าไปเรียนที่หออาชาไนย เพื่อทำการฝึกอบรม ซึ่งท่านสามารถคิดได้เลยว่าที่นั่นเป็นโรงเรียนประจำ เพราะว่าจะต้องอยู่ที่นั่นตลอดช่วงเวลาหลายปีหลังจากนี้…”
“ส่วนเหตุผล ก็เพราะว่าฤทธิ์เดชของพวกผู้สูงศักดิ์นั้นมันยากที่จะหยั่งถึง ซึ่งถ้าหากไม่มีใครควบคุมแล้วล่ะก็ โลกของเราอาจจะมีอันตรายโผล่ขึ้นมาไม่หยุดหย่อน เสมือนกับเด็กน้อยที่ถือปืนกลพกระเบิด ในโลกปกติย่อมไม่มีทางปล่อยให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น โลกเวทมนตร์ก็ยิ่งเป็นเช่นเดียวกัน…”
“ถ้าเปรียบเทียบง่าย ๆ ให้ท่านคิดว่าลูกชายท่าน สอบติดนายร้อย จปร. นั่นแหละ ซึ่งอันที่จริงมันก็ไม่ต่างกันเลย เพราะว่าที่นั่นก็คือการฝึกทหารดี ๆ เรียกได้ว่าค่ายทหารเลยก็ถูก การมีพลังแต่ใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม มันย่อมสิ้นเปลืองทรัพยากรประเทศชาติไปเสียเปล่า ๆ ซึ่งนี่เป็นการฝึกควบคุมพวกเขาให้อยู่ในระเบียบวินัยด้วย…”
“ดังนั้นแล้วถ้าหากว่าลูกชายท่าน มีอายุ 15 ปีเมื่อไหร่ ก็จะถูกเรียกเข้าหออาชาไนยทันที ซึ่งไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ ทั้งสิ้น ในเรื่องพวกนี้ทางหออาชาไนย ไม่ยอมรับการปฏิเสธเรียกเข้าอย่างเด็ดขาด และมันก็เป็นเช่นนี้มานับตั้งแต่โบราณ…”
“ถ้าหากว่าไม่ไป ก็จะถูกหมายหัว และก็ถูกตามล่าจับกุม หนักหน่อยก็อาจจะเอากันถึงตาย ซึ่งนี่คือเรื่องจริงที่ปรากฏในประวัติศาสตร์ เพราะว่าต้องมีคนทดลองงัดข้อถือดีกันอยู่แล้ว ส่วนผลลัพธ์นั้นก็คือ…กฎที่ว่ายังบังคับใช้อยู่มาจนถึงทุกวันนี้!” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มหนัก
นกยูงสำทับทันที “ก็เป็นไปตามนั้น ลูกชายเอ็งอายุกี่ขวบปีแล้วล่ะ?”
“เขาเกิด พ.ศ. 2535 ครับ ก็น่าจะใกล้ 11 ขวบแล้ว!?” ใบบอนพยายามนับนิ้วคำนวณดู
“แบบนี้ก็เกิดปีเดียวกับเจ้าเพียรเลยน่ะสิ ในอนาคตทั้งสองคนนั้น อาจจะเป็นเพื่อนกันก็เป็นได้ แต่สถานการณ์ของลูกท่านคงจะไปได้ไกลกว่า ด้วยเพราะพลังพิเศษท่านช่างไม่ธรรมดาจริง ๆ” ดินสอได้พูดขึ้น พร้อมกับยกยอพลังพิเศษของเจ้าตัว
นกยูงพูดเสริม “ระหว่างนี้เอ็งก็จงสงบจิตสงบใจเสียเถอะ ทำภารกิจให้เสร็จแล้วก็จากไป พวกข้าย่อมทำตามสัญญา เอ่อพวกเรื่องดี ๆ มันก็คงจะเกิดขึ้น หลังจากที่พวกเราเข้าไปภายในความฝันไอ้หนูเพียรมันได้ เรื่องนี้ต้องลองทดสอบก่อนถึงจะรู้…”
“และอย่าได้คิดว่ามันไม่เกี่ยวกับเอ็งอย่างเด็ดขาด ไอ้กวางบ้านั่น มันมีจิตสัมผัสแรงกล้าต่อพวกจิตอกุศลต่าง ๆ เอ็งไม่แปลกใจบ้างเหรอว่าทำไม มันถึงเขม่นเอ็งมากถึงขนาดนั้น ซึ่งนั่นก็เพราะว่าจิตใจเอ็งมันก็เต็มไปด้วยความคิดแง่ลบ…”
“หลังจากนี้ไปก็จงฝึกจิตให้ดีเถอะ ถ้าหากฝืนขึ้นเขาไปตอนนี้คงไม่น่ามองสักเท่าไหร่นัก ก็ลองนึกถึงภาพตัวเองตอนที่ถูกไล่ตะเพิดกลับบ้าน ต่อหน้าลูกชายในครั้งแรกที่ได้เจอกัน มันก็คงเป็นภาพที่ลูกชายเอ็งไม่มีวันลืม รวมไปถึงตัวเอ็งเองด้วย!”
ใบบอนดีดลูกคิดรางแก้ว ยังคงมีเวลาอยู่จริง ๆ อย่างน้อย ๆ ก็สามารถโผล่ไปหาลูกชาย ก่อนที่เจ้าตัวจะโตได้ เขาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนที่เขาจะโค้งคำนับ และก็พูดขึ้นว่า “เช่นนั้นข้าไม่มีอะไรค้างคาใจแล้ว เชิญท่านดึงวิญญาณข้ามารวมกันได้เลย!”
นกเหยี่ยวดำที่อดทนมานาน พอถึงเวลาก็พลันกู่ร้องจนม่านพลังสั่นไหว
ถ้าหากไม่เป็นเพราะจะต้องพึ่งพาอีกฝ่ายแล้ว ตัวเขาคงเปิดปากด่าเปิงไปแล้ว เสียเวลาทนฟังอยู่ตั้งนานสุดท้ายก็แค่เรื่องครอบครัว ปัญหาชีวิต เขาล่ะเบื่อนักสำหรับไอ้เรื่องพวกนี้ ถ้าหากไม่มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ตนก็คงไม่ทนสงบปากสงบคำมาจนถึงตอนนี้
เสียงร้องของเหยี่ยวดำ ทำให้วิญญาณใบบอนที่อยู่ภายในโหลแก้ว ก็เกิดอาการสั่นเทิ้มขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ เขารู้สึกกลัวจับจิตจับใจ ก็ไม่รู้ว่านกตัวนี้มันเป็นสิ่งมีชีวิตใดกันแน่?
“พอข้ากางม่านพลังซ้อนทับเสร็จ เอ็งก็จงคลายม่านพลังของเอ็งออกเสียนะ…ดินสอ!” เขาไม่ชักช้ามากพิธี ควันสีขาวลอยล้อมรอบพื้นที่บ้านเอาไว้ ดินสอพยายามใช้ตาทิพย์ของตนจ้องมอง แต่ก็ไม่อาจมองเห็นสิ่งใด ๆ ได้
“อย่าได้จ้องมองมันเลย เจ้าตัวมันไม่อยากให้ใครเห็นภาพ ทั้งตัวมันและก็พิธีกรรมที่ได้ทำอยู่” นกยูงส่งเสียงกลั้วหัวเราะเข้ามา
เหยี่ยวดำพูดขึ้น “จากนี้ปล่อยจิตให้ว่าง ข้าจะดึงเอาวิญญาณของเอ็งทั้งหมดมารวมกัน นี่ไอ้นกเฒ่า เอ็งช่วยเบิกเนตรให้ข้าหน่อย…”
รูปปั้นนกยูงตอบรับคำ กลุ่มแสงมากมายปรากฏขึ้น สาดสะท้อนตรงเข้าไปยังเหยี่ยวดำที่กำลังดูดกลืนวิญญาณเจ้าตัวอยู่
ส่วนเหยี่ยวดำก็มองเห็นเส้นสนกลในทั้งหมด จึงไม่ชักช้ารีรอ เขาก็เริ่มแหงนหน้าอ้าปากดูดกลืนวิญญาณของใบบอนที่กระจัดกระจายอยู่ โดยใช้เจ้าตัว ‘เป็นเชื้อเพลิง’ เพื่อดึงดูดเอาสิ่งที่คล้ายคลึงกัน ให้มารวมตัวกัน
ดวงวิญญาณที่กระจัดกระจายไปทั่วทุกสารทิศ ก็ถูกกระชากอย่างแรง ไม่ว่าจะเป็นจากในความฝันของใคร มันไหลผ่านอากาศด้วยความเร็วแสงมารวมตัวกันที่นี่
และในตอนที่นกเหยี่ยวได้ลงมืออย่างเต็มกำลัง ภายในกลุ่มควันสีขาวนั่นก็พลันปรากฏเสียงคำรามของช้างสารดังขึ้น!
เศษวิญญาณถูกนำมาจากทุกทิศทุกทาง เล็กบ้างใหญ่บ้างไม่มีปัญหา เพราะว่าพวกเขานั้นเน้นไปที่ความสมบูรณ์ เพียงไม่ถึงสองนาทีกลุ่มก้อนวิญญาณทุกจุด ก็พลันล้อมวนอยู่รอบ ๆ กายของเหยี่ยวดำ ซึ่งตอนนี้ก็เปลี่ยนตัวเองให้กลายมาเป็นแสงสีขาว กลมกลืนไปกับหมอกควัน
ส่วนวิญญาณสีดำของหมาป่าใบบอน ที่ลอยอยู่ท่ามกลางหมอกควันสีขาวนั้น ถูกทำให้มองได้เห็นอย่างชัดเจน เหยี่ยวดำก็ได้เริ่มทำการกลืนดวงวิญญาณทั้งหมดเข้าไปในท้อง ก่อนที่เขาจะขย้อนออกมา กลายเป็นดวงวิญญาณที่สมบูรณ์
ใบบอนรู้สึกเหมือนกับว่าตนกำลังนั่งรถไฟเหาะ ที่ขึ้นสุดลงสุด จนสุดท้ายแล้วเขาก็อดไม่ได้ที่จะสำรอกเอา เศษสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่แฝงเร้นเอาไว้อยู่ในวิญญาณออกมา เขาทำเช่นนี้อยู่นานหลายนาที ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหมด
เหยี่ยวดำก็พูดอยู่ด้านข้าง และได้ชี้แนะอย่างตั้งใจ ส่วนไหนที่เขาพูดใบบอนก็จะทำตาม
คนที่มีความสามารถระดับรวบรวมดวงวิญณาณ ที่อยู่ไกลข้ามจังหวัดข้ามอาณาเขตได้ ย่อมต้องมีฤทธิ์เดชไม่ธรรมดา ๆ เขาเองคิดว่านกตนนี้ อย่างน้อยต้องอยู่ระดับเดียวกับนกอีกตัวหนึ่งแน่ ๆ
แต่ว่าอาจจะถูกข้อจำกัดบางอย่าง และทำให้ตัวเขาต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้ หลังจากที่ผ่านไปครึ่งชั่วโมงวิญญาณ เขาก็กลับสู่สภาพสมบูรณ์ เพราะว่าถูกเครื่องซักผ้าปั่นจนสะอาด
นกวิเศษตัวนี้นั้น ได้ทำการกลืนกินเขาเข้าไปในท้อง ทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองได้กลายมาเป็นเสื้อผ้า ที่ถูกโยนเข้าไปในเครื่องซักผ้า หมุนอยู่นานสองนาน จนมีสภาพสะอาดเอี่ยม โชคดีที่ไม่ต้องบิดน้ำ…
……
หลังจากนั้นคนที่อยู่ด้านล่าง ก็ถูกเรียกขึ้นมาบนบ้าน
พวกเขาถูกยุงหามอยู่เกินครึ่งชั่วโมง พอขึ้นบ้านมาก็ได้เห็นภาพของเทพบุตรที่ดูงามสง่า มองดูแล้วมีเอกลักษณ์ ขัดกับภาพของ ‘ยามใบบอน’ ก่อนหน้านี้เป็นอย่างมาก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่พร้อมจะกระชากใจทั้งบรรดาชายหนุ่มและหญิงสาว
ไม่ว่าจะเป็นเสือใบ กะเทย ทอม หรือเพศสภาพไหน ๆ ยามเมื่อได้เห็นภาพลักษณ์เช่นนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะต้องมองซ้ำสอง มีใครบ้างไม่ชอบสิ่งสวย ๆ งาม ๆ
ส่วนทางใบบอนก็ยิ้มสู้กับสายตาหลากหลายรูปแบบ ที่ได้จ้องมองมายังเขา ซึ่งดูเหมือนเขาก็จะคุ้นชินอยู่ไม่ใช่น้อย
เขาได้ผงกศีรษะทักทายทุก ๆ คน โดยที่ใช้ดวงตาหมาป่าอันแสนลึกล้ำน่าพิศวงของเขา จับจ้องไปยังทุกคน นี่ทำให้หลายต่อหลายคนนั้นเกิดความรู้สึกประหลาดบางอย่าง คล้ายจะจมอยู่ในห้วงภวังค์อันแสนลึกลับ
นี่ถือว่าเป็นเสน่ห์ที่มีติดตัวเขามาตั้งแต่กำเนิด ในคนรุ่นราวคราวเดียวกันหมาป่าใบบอน ก็นับได้ว่าเขาเหนือกว่าคนอื่น ๆ ไปไกล ในด้านรูปร่างหน้าตา แถมยังรวมไปถึงท่วงท่าการเยื้องย่างและบุคลิกด้วย
ซึ่งอาจจะเป็นเพราะดวงตาคู่นั้น ที่มันสามารถจะสะกดตรึงทุกคนที่ถูกจับจ้องให้ตกอยู่ในมนตร์สะกด ถ้าหากแม้นว่าเหยื่อเป็นกระต่าย ก็คงจะยอมทอดกายนอน ให้หมาป่าหนุ่มมาทำการกลืนกิน นั่นก็เพราะมิอาจทานทน ความงดงามเช่นนี้ได้
นี่คล้ายจะเป็นมนตร์สะกดก็ไม่เชิง หากแต่เป็นเสน่ห์ที่มีติดตัวมาตั้งแต่แรกเกิด ท่วงท่าอันงดงาม ย่อมทำให้ผู้ที่มองเห็น เคลิบเคลิ้มไปกับโดยปริยาย