LNCrawler

ประตูสู่หออาชาไนย ภาคที่ 1

หออาชาไนย : พ่อค้าความตาย — novel.dek d.com · All chapters

ประตูสู่หออาชาไนย ภาคที่ 1

ประตูสู่หออาชาไนย ภาคที่ 1

ทุนละโภ ปุริสาชัญโญ
“บุรุษอาชาไนย หาได้ยาก”

 

ถ้าความตายเป็นจุดจบ ทุกอย่างคงง่ายกว่านี้มาก…

คนตายก็จากไป คนเป็นก็ร้องไห้ ทำศพ แล้วค่อย ๆ ใช้ชีวิตต่อ
คำสาบาน หนี้สิน ความแค้น คำอธิษฐาน และแรงปรารถนาทั้งหลาย ก็ควรถูกฝังลงดินไปพร้อมร่างนั้น

แต่น่าเสียดายที่โลกไม่ได้ใจดีถึงเพียงนั้น…

ในโลกของหออาชาไนย ความตายไม่ใช่เส้นตัดขาดระหว่างคนเป็นกับคนตายเสมอไป

บางคนตายแล้ว แต่ชื่อยังมีน้ำหนัก
บางคนตายแล้ว แต่คำสาบานยังเรียกดอกเบี้ย
บางคนตายแล้ว แต่ศาลยังรับควันธูป
บางคนตายแล้ว แต่ความกลัวของคนเป็นยังหล่อเลี้ยงเขาอยู่
และบางความตาย ก็ไม่ได้ว่างเปล่าพอจะไม่มีใครยื่นมือเข้าไปจัดการ…

หออาชาไนยไม่ได้เริ่มต้นจากคำถามง่าย ๆ ว่าผีมีจริงหรือไม่?

แต่เริ่มจากคำถามที่ลึกกว่านั้น…

หากผี เทพ คำสาบาน ของขลัง พิธีกรรม และอำนาจเหนือธรรมชาติมีอยู่จริง…

“ใครเป็นผู้ควบคุมสิ่งเหล่านี้”

ใครเป็นผู้ตั้งกติกา
ใครเป็นผู้แต่งตั้งศาล
ใครได้ประโยชน์จากความกลัว ความตาย และความเชื่อของมนุษย์?

หน่วยงานที่ยืนอยู่หลังคำถามเหล่านั้น มีชื่อว่า หออาชาไนย

มันไม่ใช่สำนักหมอผี
ไม่ใช่โรงเรียนเวทมนตร์
ไม่ใช่ชมรมผู้มีคาถา
และไม่ใช่องค์กรลับที่มีหน้าที่วิ่งไล่ปราบผีไปวัน ๆ

หออาชาไนยคือกลไกอำนาจที่ดำรงอยู่คู่แผ่นดินนี้มาเนิ่นนาน

เป็นรัฐราชการเร้นลับที่รวบรวม ควบคุม และจัดระเบียบวิชา อำนาจ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนทั่วไปไม่มีวันมองเห็น

ในโลกเช่นนี้ ศาลเจ้าไม่ได้ตั้งอยู่ได้ด้วยความศักดิ์สิทธิ์เพียงอย่างเดียว

ยันต์ไม่ได้ขลังเพราะหมึกแดงบนกระดาษเท่านั้น
ของขลังไม่ได้มีค่าเพราะเก่า
พิธีกรรมไม่ได้มีอำนาจเพราะคนหมู่มากเชื่อเหมือนกัน

ทุกสิ่งมีที่มา มีเจ้าของ มีผู้รับผล มีผู้เสียประโยชน์
และมีผู้รอจังหวะจะยื่นมือเข้าไปต่อรอง

เมื่อความเชื่อมีน้ำหนัก มันย่อมถูกใช้เป็นอำนาจ
เมื่ออำนาจมีเจ้าของ มันย่อมถูกควบคุม…
และเมื่อการควบคุมเริ่มขึ้น กฎหมาย สัญญา หนี้สิน คำสาป ควันธูป และความตาย ก็อาจนั่งอยู่บนโต๊ะเดียวกันได้โดยไม่ขัดเขิน…

ดอยชาพันปี คือประตูบานแรกของโลกใบนั้น

โลกที่ผี เทพ ศาล คำสาบาน พิธีกรรม ของขลัง ข้าราชการ ผู้มีอำนาจ และมนุษย์ธรรมดา ไม่ได้แยกขาดจากกันอย่างที่คนทั่วไปอยากเชื่อ

และคนที่พาผู้อ่านก้าวเข้าไปในประตูบานนี้ มีชื่อว่า ‘เพียร’

เขาไม่ใช่วีรบุรุษผู้บริสุทธิ์
ไม่ใช่หมอผีผู้ถือศีลออกปราบอธรรม
และไม่ใช่คนที่เชื่อว่าความดีเพียงอย่างเดียวจะเอาชนะทุกสิ่ง…

เขาเป็นทนายความ
เป็นผู้ตรวจการ
เป็นคนของหออาชาไนย
และเป็นชายที่บางคนเรียกว่า…

“พ่อค้าความตาย”

ชื่อนี้ไม่ใช่คำชม…
และไม่จำเป็นต้องเป็นคำด่า

มันเป็นชื่อของชายคนหนึ่งที่เข้าใจดีว่า
ความตายไม่ใช่เพียงโศกนาฏกรรม
มันอาจเป็นหลักฐาน
เป็นเงื่อนไข
เป็นหนี้
เป็นสิทธิ์
เป็นคำสาป
เป็นประตู
หรือเป็นสินค้าที่มีคนพร้อมจ่าย เพื่อให้มันเกิดขึ้น หยุดลง ถูกเลื่อนออกไป หรือถูกจัดวางใหม่ให้เข้าทางตนเอง

เพียรเป็นคนประเภทนั้น

เขาเห็นกฎหมายในพิธีกรรม
เห็นช่องว่างในคำสาบาน
เห็นผู้ได้ประโยชน์หลังคำว่าเมตตา
เห็นเจ้าหนี้ในเงาของศาล
และเห็นราคาที่ซ่อนอยู่ในคำขอสุดท้ายของคนใกล้ตาย

แต่ชายเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความว่างเปล่า…

เพียรไม่ได้เรียนรู้โลกนี้จากตำราเพียงอย่างเดียว
เขาเรียนรู้จากวันที่ชีวิตบอกกับเขาว่า…

“คำขอทุกคำย่อมมีคนรับฟัง…”

“…แต่ไม่มีคำขอใดได้มาเปล่า ๆ”

ก่อนก้าวเข้าไป จำไว้เพียงอย่างเดียวก็พอ
ในโลกของหออาชาไนย ไม่มีสิ่งใดได้มาเปล่า ๆ
ไม่ว่าจะเป็นคำขอ สัญญา ศรัทธา หรือความตาย…


ฝากกด “สองปุ่ม” ด้านล่างให้ด้วยนะครับ

499c1291c5871491596174591e300815.jpg