LNCrawler

สัญญาย่อมมีผลผูกพัน

หออาชาไนย : พ่อค้าความตาย — novel.dek d.com · All chapters

สัญญาย่อมมีผลผูกพัน

ตอนที่ 20 สัญญาย่อมมีผลผูกพัน

 

มีน้อยครั้งมาก ๆ ที่จะพูดถึงเรื่องวิญญาณหลังความตายว่าต้องการจะให้ไปที่ใด และในประโยคนี้ส่วนมากเป็นเขาที่เอ่ยปากชักชวนให้ระบุลงในสัญญาเสียมากกว่า นั่นเพราะการส่งดวงวิญญาณไปสู่สุคติเป็นหน้าที่ของหออาชาไนย และยังนับเป็นผลงานด้วย

เพียรจึงเอ่ยปากบอกไปว่า “ในเรื่องนี้ถ้าหากว่าคุณเชื่อใจผม ผมสามารถจัดการนำดวงวิญญาณของคุณไปสู่เส้นทางปกติได้…” เขาพูดด้วยท่าทีหยั่งเชิง เพราะไม่รู้ว่าลูกค้าจะยอมรับมันได้มากแค่ไหน

ดวงตาของอีกฝ่ายลุกวาว “ตกลง…ตกลง แล้วฉันต้องทำอย่างไรบ้างจ๊ะ!” หล่อนเริ่มตั้งคำถามออกมารัว ๆ

เพียรก็รับฟังคำไม่ได้สอดแทรก ก่อนจะพูดปิดท้ายว่า “เอาล่ะ เมื่อคุณลงนามในสัญญาจ้างฉบับนี้แล้ว ย่อมมีผลผูกพันตามกฎหมายให้ทั้งสองฝ่ายต้องปฏิบัติตาม!” เพียรพูดด้วยท่าทีเคร่งขรึม

ก่อนที่จะพูดคุยกัน เขาได้มีการบอกกล่าวไว้แล้ว ว่าในการพูดคุยครั้งนี้นั้นมีการบันทึกเป็นวิดีโอเอาไว้ เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานให้ทั้งสองฝ่าย พร้อมทั้งหนังสือสัญญาคนละฉบับเก็บไว้ และจ่ายเงินค่าจ้างเป็นเงิน 100 บาท

บุญกองที่นั่งอยู่ด้านข้าง ถึงแม้เขาจะมีข้อสงสัยอยู่ภายในใจแต่ก็ไม่ได้พูดออกมา จึงได้แต่แอบจดเอาไว้รอไปถามทีเดียว ส่วนผู้ใหญ่บ้านเองก็ดูคล้ายกับว่าจะมองออกถึงเหตุการณ์นี้ พวกเขาทั้งสองลงนามเป็นพยานให้กับสัญญาฉบับนี้

หลังจากนั้นคนต่อ ๆ มา เพียรก็ยิ้มต้อนรับขับสู้พร้อมพูดประโยคเกริ่นนำ “คุณต้องการตายแบบไหน? ผมสามารถออกแบบความตายของคุณได้!” ส่วนใหญ่ก็เป็นไปลักษณะเดียวกัน นั่นก็คืออยากให้วิญญาณตนไปสู่สุคติ

จะมีบางคนบ้างที่เข้ามาก่อกวน เช่นถามคำถามปัญญาอ่อน แต่เพียรก็ไม่เหนื่อยหน่ายดูคล้ายว่าจะชินกับพฤติกรรมดังกล่าวอยู่ไม่น้อย เขาจึงกำหนดเวลา 1 นาทีหากพอใจก็ไปต่อ…ไม่พอใจก็จ่าย 9 บาทแล้วจากไป

สถานที่นี้ดูเหมือนจะกลายเป็นที่ระบายอารมณ์ไปโดยปริยาย คล้ายกับว่าต้องการหาคนคุยด้วย ซึ่งคนที่พูดคุยเป็นคนที่น่าเชื่อถือและเป็นผู้รู้ทางด้านกฎบัตรกฎหมาย ก็จะยิ่งตอบโจทย์สำหรับผู้เข้ามาขอคำปรึกษา

บางคนก็เข้ามาคุยพูดปรึกษาเรื่องหัวใจ แน่นอนว่านั่นย่อมหมายถึงการเข้ามาจีบเพียร หรือไม่ก็บุญกอง ซึ่งทั้งสองเป็นหนุ่มหล่อจึงกลายเป็นที่หมายตาของสาว ๆ หลายชนเผ่าไปโดยปริยาย

จนเกือบบ่ายสามเขาก็เริ่มปิดร้าน วันนี้ก็ได้ลูกค้าไปเกือบ 30 ราย ซึ่งถือว่าเยอะมาก ๆ ที่ได้ว่าจ้างเขาในครั้งนี้ ส่วนคนที่ไม่ได้ว่าจ้างกลับมีจำนวนน้อยกว่ามาก และคนพวกนี้โดยมากมักจะมาก่อกวน หรือเข้ามาจีบ…

เหตุผลส่วนใหญ่ที่ทุกคนยอมว่าจ้างนั้น เป็นเพราะราคาที่เข้าถึงได้ หากว่าเรียกราคาไปหลายพันบาท…คงจะกลายเป็นหนังคนละม้วนแล้ว

……

ส่วนบุญกองที่ถูกสาว ๆ เข้ามาจีบก่อนก็ทำท่าทางกระอักกระอ่วน แต่ว่าเขาก็กลับรู้สึกดีใจอยู่มากล้นเช่นกัน จึงทำเอาเขายิ้มแย้มอยู่ตลอดจวบจนกระทั่งเก็บร้านก็ยังไม่หยุดยิ้ม

ทองทับที่เห็นสภาพของไอ้หนูนี่จึงคันปากยุบยิบ อยากจะเอ่ยปากขัดจังหวะขัดความฝันมันเสียหน่อย แต่ก็ถูกเพียรมองตาขวางใส่ เขาก็ได้แต่ไอแห้ง ๆ ทีหนึ่ง และหมุนตัวเดินจากไป

ที่เขาเก็บร้านเร็วนั่นเป็นเพราะว่าต้องไปดูรถที่สั่งซื้อมาใหม่ โดยให้ลูกน้องที่อยู่ในตัวจังหวัดหามันและขับขึ้นมาบนนี้ให้ ซึ่งบุญกองเป็นตัวประสานงานระหว่างที่เขากำลังเจรจาธุรกิจอยู่

ประมาณบ่ายสามโมงรถที่เขาสั่งซื้อก็มาถึง โดยเป็นรถบ้านสี่คัน เพื่อที่จะให้ตนได้นอนพักอาศัยยามเมื่อจำเป็น ส่วนรถอีกสองคันเป็นรถบรรจุน้ำสะอาดที่เช่ามาเป็นรายวัน เพื่อคอยวิ่งสลับขึ้นลงหากขาดน้ำ

แน่นอนว่าสิ่งของที่เขาสั่งมามีมูลค่าไม่น้อยเลยทีเดียว อย่างรถบ้านราคาประมาณคันละสี่ล้านบาทเห็นจะได้ ส่วนรถบรรทุกน้ำเขาก็เตรียมการเอาไว้ให้คนบางคน…

หลังจากนั้นพวกลูกน้องที่ขึ้นมาก็พากันจากไป เพียรไม่ต้องการให้คนขึ้นมาเยอะแยะ มิเช่นนั้นป่านนี้คงมีคนมาประจบเอาใจเขาจนเต็มหมู่บ้านแล้ว!

ยามเมื่อทองทับเห็นรถบ้านที่เพียรสั่งมา ดวงตาของเขาก็ลุกวาว เป็นเพราะอาศัยอยู่ในตะกร้อสานนั่นมาหลายสิบปี ครั้นเมื่อเขาเห็นรถยนต์ที่มีพร้อมทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า ห้องนอน ห้องอาบน้ำสิ่งอำนวยความสะดวก เขาจึงตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย

เพราะอาศัยอยู่ใน ‘คุก’ มานานเจอสิ่งสกปรกโสมมมาตลอดเวลา เขาจึงใฝ่ฝันถึงสภาพการอยู่อาศัยที่สะดวกสบาย จึงลุกลี้ลุกลนเหมือนเด็กน้อยได้ของเล่นใหม่ 

จึงรีบเปิดและวิ่งขึ้นไปดูรถ ซึ่งภายในของทั้งสามคันก็ตกแต่งต่างกันนิดหน่อย…

พลางจุปากเอ่ยชมเพียรที่มองการณ์ไกล “ดีมากไอ้หนู…หัดทำดีกับข้าเสียบ้าง!” ขณะที่พูดทองทับก็โอบกอดรถอยู่กลัวใครจะมาแย่ง ทั้งยังเอาหน้าถูไถไปมา

เพียรส่ายหน้าอย่างหมดหวังกับตาเฒ่านี่ แต่ครั้นจะไม่ให้อีกฝ่ายนอนด้วยก็เกินเลยไปหน่อย อันที่จริงพวกเขาทั้งสองต่างไม่มีปัญหาในการนอนบ้านผู้ใหญ่ กลับชื่นชอบเสียด้วยซ้ำ ยิ่งสำหรับทองทับด้วยแล้ว ขอแค่ไม่ใช่กรงขังวิญญาณที่ไหนก็ดีทั้งนั้น

แต่สำหรับมือใหม่ที่ไม่เคยนอนกลางดินกินกลางทรายนั้นย่อมไม่เหมือนกันแล้ว ดั่งเช่นคนที่ยืนอยู่ข้างกายตนอย่างบุญกอง เขาไม่ได้โตมาอย่างสมบุกสมบัน ครั้นจะให้เปลี่ยนพฤติกรรมการกิน การขับถ่าย ต้องใช้เวลาปรับตัวอยู่ไม่น้อย

บุญกองเอ่ยปากแซวขึ้น “ล…ลูกพี่!” เขาเกือบหลุดปากเรียกลุง “ลูกพี่จ๋าประเดี๋ยวรถมันก็เป็นรอยหมดกันพอดี!” เพราะฟังจากที่พี่เพียรเล่าร่างกายของลุงแก เสมือนเหล็กกล้าชั้นเลิศก็ไม่ปาน

ทองทับไม่สนใจเสียงนกเสียงกา เอาหน้าถูไถต่อไป ครู่ต่อมาก็เปิดประตูและกระโจนเข้าไปนอนที่ด้านใน พร้อมส่งเสียงร้องอย่างมีความสุข “ไอ้หนูเพียรข้าจองคันนี้นะ!”

ชายหนุ่มไม่ได้ตอบกลับอะไร เพราะมีสุขก็ร่วมเสพ อยู่ร่วมกันก็ต้องแบ่งปันกันเขาเข้าใจได้นับประสาอะไรกับที่ตาเฒ่านี่ อีกไม่นานก็คงต้องควักเงินออกมาตามแผนของเขา…

ซึ่งโดยมากแล้วพวกเขาทั้งสอง ก็มักจะแลกเปลี่ยนกันเป็น ‘วัตถุดิบหายาก’ ซึ่งใช้ในการหล่อหลอมวัตถุวิเศษ ‘ระดับอาวุธเวท’ ซึ่งอยู่สูงกว่าวัตถุวิเศษ ‘ระดับของขลัง’ ที่พบได้ง่ายทั่วไป

ขณะเดียวกันหลังจากที่มีการเซ็นสัญญา ‘ผลผูกพัน’ ย่อมเกิดขึ้นตามมา คนในหมู่บ้านทั้งสามสิบคนจิตวิญญาณเริ่มค่อย ๆ แปรเปลี่ยนไป