ประเพณีของคนที่นี่!
ประเพณีของคนที่นี่!
ตอนที่ 22 ประเพณีของคนที่นี่!
เพียรเอ่ยปากบอกว่า “หลังจากนี้จะมีแพทย์อาสาเคลื่อนที่ขึ้นมา ผู้ใหญ่ช่วยดูแลให้มาก ๆ หน่อยนะ…” เขาหันไปคลี่ยิ้มยิงฟันใส่ชายสูงวัย
“นั่นเป็นเรื่องปกติ ไม่มีปัญหาเลยคุณเพียร นาน ๆ มีหมอมาตรวจรักษาถึงที่” แทนไทยตอบกลับอย่างรวดเร็ว อันที่จริงเป็นหน้าที่เขา ที่ต้องให้ความร่วมมืออยู่แล้ว
“อีกอย่างสถานการณ์ภายในหมู่บ้าน อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเร็ว ๆ นี้ ทางที่ดีผู้ใหญ่ก็เตรียมการเตรียมใจเอาไว้หน่อย…บางทีผมอาจจะกระชับพื้นที่เร็ว ๆ นี้” เพียรไม่ได้ปกปิดความตั้งใจของตนแต่อย่างใด
ผู้ใหญ่พยักหน้ารับ แต่ขณะเดียวกันภายในใจของเขาก็หนักอึ้งขึ้นมาอีกครา
“กระชับพื้นที่อะไรเหรอจ๊ะพี่เพียร?” บุญกองถามขึ้น
“ถึงเวลาเอ็งก็รู้เองแหละ…ว่าแต่พี่ทองทับของเองไปไหนวะ?” ตื่นเช้ามาเขาก็ไม่เห็นอีกฝ่ายแล้ว
บุญกองพูดกลั้วหัวเราะ “เขาจะไปไหนได้ล่ะจ๊ะพี่! นอกจากจะไปนั่งเล่นมือถืออยู่ในรถบ้าน”
“เออก็ดีแล้ว งั้นพวกเราก็ไปที่ตลาดกันเถอะ…ไปหาเงิน!” พอพูดถึงเรื่องนี้แล้วเขาตื่นตัวมากเป็นพิเศษ
วันนี้ก่อนที่จะเปิดกิจการก็มีคนมายืนออกันเรียบร้อยแล้ว ดูท่าแล้วคงเป็นคนหนุ่มสาวที่ให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ เพียรก็ถือโทรโข่งมาอธิบายดังเดิม ก่อนจะไปนั่งเรียกคนเข้ามาหา โดยวันนี้มีคนช่วยเหลือสองคน ได้แก่เจ้าบุญกองกับโกโก้
เขาก็พูดประโยคเดิม ๆ ซ้ำ ๆ พร้อมกับรับฟังปัญหาชีวิตของผู้คนไปในตัว แลดูคล้ายกับรายการ ‘อย่าหาว่าน้าสอน’ พูดไปก็แนะนำเหตุการณ์ไปตามท้องเรื่อง
ซึ่งโดยปกติผู้คนมักจะเลือกเชื่อและฟัง คนสามประเภทอันได้แก่ คนที่มีทรัพย์ คนที่มีอำนาจ และคนที่มีปัญญา
ตลอดทั้งวันเขาก็ปิดงานไปได้เกือบ 90% ของคนที่เข้ามาปรึกษา และเลือกที่จะว่าจ้างบริษัทของตน แน่นอนว่าเขายังไม่ลืมเรื่องการส่งดวงวิญญาณ
คนส่วนมากที่มามักคิดว่าจะมาดูเอาสนุก แต่ครั้นเมื่อกำลังจะเซ็นสัญญาพวกเขาจะสัมผัสได้ถึงความจริงจังขึ้นมาทันที นั่นเป็นเพราะน้ำเสียงและถ้อยคำของเพียรแปรเปลี่ยนไป คล้ายมีอำนาจบางอย่างสะกด
ก่อนเซ็นสัญญาเขาได้ย้ำซ้ำสองว่า “ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ” เพราะพฤติกรรมของผู้คนแต่ละคนนั้นแตกต่างกันไป ศาสตร์การเข้าหาคนจำเป็นต้องใช้หลากหลายวิธี คนแก่ก็เป็นแบบหนึ่ง ส่วนเด็กก็เป็นอีกแบบหนึ่ง
ลูกค้าแต่ละคนจุดประสงค์ที่มาก็ไม่เหมือนกัน จะมาใช้วิธีการเดียวกันไม่ได้ ในฐานะที่เป็นพ่อค้านักธุรกิจเขาย่อมรู้ถึงวิธีเข้าหาคน ซึ่งตนฝึกมานานจนเกิดความเคยชิน เฉกเช่นภาพบรรยากาศที่เคร่งขรึม นั่นเป็นเพราะตนทำบ่อย ๆ เข้า
ส่วนบุญกองก็ได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ เวลาบรรดาสาว ๆ ยิ้มให้ หรือพูดแซวเขา ส่วนเพียรเองก็ได้แต่คลี่ยิ้มรับและกล่าวขอบคุณ เขาไม่ใช่ไก่อ่อนเหมือนเจ้าบุญกอง
ยามเมื่อทั้งสองกำลังเก็บร้าน เช่น พวกเครื่องพิมพ์แฟ้มเอกสาร กล้องบันทึกวิดีโอ ฯลฯ ทองทับก็โผล่หน้ามาให้เห็น เขาสารภาพออกมาตามตรงว่าไปนั่งตากอากาศพักผ่อนอยู่บนรถ นั่งเล่นจนไฟดับเลยมาขอวิธีแก้ไขปัญหาจากทั้งสองคน
“จะเป็นอะไรไปได้ละจ๊ะ…ลูกพี่ก็น้ำมันหมดน่ะสิ หรือไม่ก็เป็นแบตเตอรี่หมด” บุญกองบอกกล่าวไปตามที่ตนนึกขึ้นได้
“อ่าวเหรอ ก็ถึงว่า…” เขาหยุดพูดเพราะนึกอะไรขึ้นมาได้ ด้วยวันนี้ตนออกไปขับรถเล่นมา และเหยียบไปเสียมิดเท้าเล่นจนเอาน้ำมันเกือบหมด จวนเจียนจะขับกลับมาไม่ถึงที่นี่แล้ว แถมเมื่อคืนตนก็ลืมปิดแอร์เสียด้วย
จึงพูดฉอเลาะให้บุญกองช่วยไปดู เพียรเองก็ทนรำคาญไม่ไหว จึงได้เรียกโกโก้ให้มาช่วยเก็บร้านแทน
……
ระหว่างทางที่เดินไปยังรถบ้าน บุญกองก็ผิวปากอย่างอารมณ์ดี ดวงตาสดใสของเขาเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม จึงเดินตุปัดตุเป๋ ตอนที่เข้าไปดูอาการเสียของรถ ก็ยังไม่ลืมร้องเพลงอย่างสุขอารมณ์
ทองทับเห็นไอ้หนูนี่คล้ายเด็กกำลังติดสัด จึงคิดจะบอกเอาบุญมันเสียหน่อย รอกระทั่งเจ้าตัวไปลากเอาที่ชาร์จแบตเตอรี่มาเสียบ และนั่งกระดิกเท้าอย่างสบายใจ เขาจึงเริ่มเอ่ยปากพูดตามที่วางแผนไว้
“ข้าถามจริง ๆ เถอะวะ เอ็งเกิดติดใจสาวที่นี่เข้าแล้วเหรอ?” ทองทับนั่งปิ้งบาร์บีคิวกินบนเตาปิ้งย่างไฟฟ้าของรถอีกคัน
บุญกองครุ่นคิดนิดหนึ่งก่อนจะเอ่ยไปว่า “ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกจ้ะ ล…ลูกพี่ ก็แค่ดีใจที่มีคนมาชอบน่ะ!”
“อ๋องั้นก็ดีแล้วล่ะ ถ้าไม่อย่างนั้น… ทองทับเงียบไป
ประโยคทิ้งท้ายนั่นย่อมทำเอาคนขี้สงสัยอย่างบุญกอง รู้สึกคันยุบยิบในหัวใจอย่างห้ามไม่ได้ “เอ่อ…ไม่อย่างนั้นทำไมหรือจ๊ะลูกพี่?”
“นี่เองเป็นทนายยังไงวะ แม้แต่ประเพณีของคนที่นี่ เอ็งก็ยังไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย นั่งฟังไอ้เพียรมันพูดทั้งวัน จับใจความบ้างไม่ได้เลยหรือไง?”
“ป…ประเพณีแบบไหน?”
“ข้าล่ะยอมเอ็งจริง ๆ ก็ประเพณีแต่งเข้าบ้านฝ่ายหญิงน่ะสิ!”
“อ๋อ ๆ เรื่องนี้ฉันรู้อยู่แล้วลูกพี่…ฉันเป็นถึงทนายสอบเนติบัณฑิตผ่านแล้วเชียวนะ” บุญกองเชิดหน้าขึ้น และพูดอย่างภาคภูมิใจ
เมื่อทองทับเห็นท่าทีไอ้หนูนี่เขาจึงรู้สึกอดขำไม่ได้ เขาจึงพูดกลั้วหัวเราะ “งั้นเอ็งก็รู้ใช่มั้ยว่าพวกชนเผ่าที่นี่เนี่ย พวกเขานับถือศาสนาอะไรกัน?”
“ลุงกำลังจะบอกอะไรฉัน?” เมื่อเขาได้ยินก็เริ่มขมวดคิ้ว และรู้สึกตงิด ๆ ใจ
“พวกชนเผ่าในหมู่บ้านน่ะนับถือ ‘ศาสนาผี’ หรือก็คือถ้าเกิดว่าเอ็งได้แต่งงานกับสาวที่นี่เข้าก็จะต้องหันไปนับถือบูชาผีบรรพบุรุษของฝ่ายหญิง!” ทองทับพูดด้วยน้ำเสียงชวนขนหัวลุก
บุญกองลอบกลืนน้ำลายทีหนึ่ง “บ…บูชาผี? ผีบรรพบุรุษ?” เขาเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
ทองทับพูดด้วยท่าทีจริงจัง “เอ็งไม่แปลกใจรึ ทำไมคนในกระทรวงส่งไอ้เพียรมันมาที่นี่?” ไม่รอให้อีกฝ่ายถามเขาก็พูดต่อไป “ลองนึกภาพตามข้านะ…หนึ่งบ้านหนึ่งผี หนึ่งชนเผ่ามีกี่ผี?” พอพูดจบเขาก็หัวเราะเบา ๆ
ชายหนุ่มกะพริบตาปริบ ๆ สมองประมวลผลเร็วจี๋ “ง…งั้นก็แสดงว่า…”
“เออ…ใช่แล้วที่นี่น่ะ สามารถเรียกได้ว่าเป็น ‘ดงผี’ ของจริงได้เลยล่ะเอ็ง!”
พอได้ยินดังนั้นจินตนาการสุดบรรเจิดของชายหนุ่มก็พุ่งขึ้นมาไม่หยุด พลันร้องเสียงหลง “อะจ๊าก!” ก่อนจะกระโจนเข้าไปกอดทองทับในทันที