ข้อมูลจักรวาล ชุดที่ 4
ข้อมูลจักรวาล ชุดที่ 4
ข้อมูลจักรวาลหออาชาไนย ชุดที่ 4
1. การถือกำเนิดของ ‘ผู้สูงศักดิ์’
ในจักรวาลแห่งนี้ การถือกำเนิดของสิ่งมีชีวิตระดับสูง หรือที่มักเรียกขานกันว่า ‘ผู้สูงศักดิ์’ แตกต่างจากการกำเนิดของสิ่งมีชีวิตทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
เมื่อทารกหรือตัวอ่อนในไข่ซึ่งมีพลังเวทมหาศาลกำลังจะลืมตาดูโลก พลังงานชีวิตและอำนาจเวทมนตร์ที่อัดแน่นอยู่ภายในจะเอ่อล้นออกมา เกินกว่าที่ทารกแรกเกิดจะควบคุมได้
พลังงานที่บริสุทธิ์และรุนแรงนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพแวดล้อมและมิติโดยรอบ ก่อให้เกิด ‘นิมิตประหลาด’ หรือ ‘ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ’
เช่น พายุที่โหมกระหน่ำ สายฟ้าฟาด แสงสว่างเจิดจ้า หรือการสั่นสะเทือนของมิติ ปรากฏการณ์เหล่านี้เปรียบเสมือนมาตรวัดตามธรรมชาติ ซึ่งใช้ประเมินศักยภาพและระดับพลังอำนาจแต่กำเนิดของสิ่งมีชีวิตนั้น ๆ
ยิ่งปรากฏการณ์มีความยิ่งใหญ่และรุนแรงมากเพียงใด ย่อมหมายถึงพลังอำนาจที่จะเติบโตขึ้นอย่างมหาศาลในอนาคต
เปรียบเปรยได้ว่า การถือกำเนิดของผู้สูงศักดิ์ไม่ต่างจาก ‘ภูเขาไฟที่กำลังปะทุ’ เพราะมีแมกมาซึ่งกักเก็บความร้อนและแรงดันมหาศาลอยู่ใต้พิภพมาอย่างยาวนาน
เมื่อถึงขีดสุดย่อมไม่อาจกักเก็บเอาไว้ได้อีกต่อไป มันจะระเบิดออกมากระทบผืนดินและผืนฟ้าให้สั่นสะเทือน เพื่อประกาศให้โลกรับรู้ถึงการมีอยู่และอำนาจทำลายล้างของมัน
คำเรียกที่นิยมใช้กันในภาษาปากคือ ‘เด็กเทพ’ แต่เมื่อเติบโตขึ้นแล้ว หากยังเรียกเช่นนั้นก็คงฟังดูแปลกพิลึก
ดังนั้นคำว่า ‘ผู้สูงศักดิ์’ จึงเป็นคำเรียกมาตรฐานที่เข้าใจกันทั่วทั้งจักรวาล
2. อภิญญาณแต่กำเนิด!
ในระบบเวทมนตร์ การฝึกฝนวิชาตามตำราต้องอาศัยทั้งระเบียบและหลักการ
ผู้ฝึกต้องเริ่มต้นจากการสร้างภาชนะภายในจิตวิญญาณ เพื่อใช้กักเก็บพลังเวท ค่อย ๆ สะสมพลังงาน และเรียนรู้วิธีเรียกใช้ผ่านการสั่งสอนหรือการท่องจำอักขระ
ทว่าสำหรับผู้สูงศักดิ์ พวกเขามักครอบครองสิ่งที่เรียกว่า ‘อภิญญาณแต่กำเนิด’ ซึ่งเป็นพลังวิเศษเฉพาะตัวที่ฝังรากลึกอยู่ในสายเลือดและดวงจิตมาตั้งแต่ถือกำเนิด
พลังประเภทนี้ไม่ได้เกิดจากการร่ำเรียน แต่ทำงานผ่านสัญชาตญาณพื้นฐาน พวกเขาสามารถสำแดงพลังอำนาจออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อตอบสนองต่อสภาพแวดล้อม การล่า หรือการเอาตัวรอด
และยังสามารถฝึกฝนเพื่อพัฒนาพลังเหล่านั้นให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก
เปรียบเปรยได้ว่า อภิญญาณแต่กำเนิดไม่ต่างจาก ‘แมงมุมที่ชักใย’ แมงมุมตัวน้อยเกิดมาก็สามารถถักทอรังอันซับซ้อนและสมมาตรได้เองโดยสัญชาตญาณ โดยไม่ต้องเข้าโรงเรียนเพื่อเรียนวิชาเรขาคณิต
แตกต่างจากผู้ฝึกเวททั่วไปที่เปรียบดั่งสถาปนิก ต้องใช้เวลาศึกษากฎเกณฑ์ อ่านแบบแปลน และคำนวณโครงสร้างอย่างหนัก จึงจะสามารถสร้างบ้านขึ้นมาได้สักหลัง
3. พันธะแห่งผู้พิทักษ์
ช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุดของสิ่งมีชีวิตวิเศษคือยามเป็นทารก โดยเฉพาะพวกที่ถือกำเนิดจากไข่หรือ ‘อัณฑชะ’
นั่นเพราะพวกเขาคือแหล่งพลังชีวิตและพลังเวทอันบริสุทธิ์มหาศาล สภาวะเช่นนี้จึงมักดึงดูดความสนใจจากศัตรูคู่อริ หรือผู้ฝึกเวทที่ปรารถนาจะช่วงชิงไข่และตัวอ่อนเหล่านั้นไปทำบางสิ่ง…
ด้วยเหตุนี้ เผ่าพันธุ์ระดับสูงจึงกำหนดให้ต้องมี ‘ผู้พิทักษ์’ ที่ทรงพลังคอยแฝงตัวและซุ่มซ่อนอยู่ใกล้ ๆ เสมอ
ผู้พิทักษ์เหล่านี้มีหน้าที่กางม่านอาคม สร้างเขตแดนลวงตา ปิดบังร่องรอย และลบกลิ่นอายเวทมนตร์ เพื่อปกปิดตำแหน่งของทารกให้เป็นความลับขั้นสูงสุดของเผ่าพันธุ์
เปรียบเปรยได้ว่า การพิทักษ์ร่องรอยไม่ต่างจากมังกรที่ซุกซ่อนสมบัติล้ำค่า
มันจะนำสมบัติไปซ่อนไว้ในส่วนที่ลึกและมืดมิดที่สุดของถ้ำ พร้อมกับอำพรางทางเข้าอย่างแนบเนียน ขณะที่ตัวมันเองหลบเร้นอยู่ในเงามืด คอยเฝ้าระวังอย่างเงียบเชียบ
หากมีโจรผู้โง่เขลาหลงกลก้าวล่วงเข้ามาในอาณาเขต มันก็พร้อมจะตวัดกรงเล็บฉีกกระชากผู้บุกรุกให้แหลกสลายในพริบตาอย่างไร้ความปรานี!