เสียงพูดปริศนา!
เสียงพูดปริศนา!
ทุนละโภ ปุริสาชัญโญ
“บุรุษอาชาไนย หาได้ยาก”
[ ภาคที่ 1 ]
“ดอยชาพันปี”
ตอนที่ 1 เสียงพูดปริศนา!
“พี่…พิมพ์ใจ…เจ้าเพียร…เดือนมีเวลา…อีกไม่มากแล้ว” เสียงพูดที่ไม่ชัดถ้อยชัดคำดังขึ้นในโสตประสาทของสองแม่ลูกที่ร่อแร่ จวนเจียนจะสิ้นสติ
พิมพ์ใจผู้เป็นแม่เริ่มประคองสติขึ้นมาได้เพียงชั่วครู่ หลังจากได้ยินเสียงพูดนั้น
มันคล้ายดั่งระฆังปลุกสติที่ช่วยชโลมจิตใจ ทำให้สองแม่ลูกที่เปรียบเสมือนคนตกอยู่ในกลางทะเลทรายซึ่งได้ดื่มน้ำอย่างทันท่วงที
สายตาของหญิงสาวเหลือบไปมองเห็นแมวเลี้ยงแสนรักของเธอ ที่กำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศ ในตอนแรกเธอผงะและรู้สึกหวาดหวั่นเล็กน้อย แต่ยามเมื่อต้องสายตากับแมวที่เธอตั้งชื่อให้ว่าเดือน ก็คลายใจลงมาทันที
เฉกเช่นเดียวกับเด็กน้อยที่ขดตัวอยู่ในอ้อมกอดของผู้เป็นแม่ ดวงตาที่ใสแป๋วจับจ้องมองสิ่งมหัศจรรย์อยู่ไม่กะพริบตา
เด็กน้อยเอื้อมมือไปข้างหน้า พร้อมกวักมือเรียก “แม่แมว…แม่แมว…มานี่”
เขาคล้ายจะคว้าดึงเอาแมวที่ลอยอยู่กลางอากาศให้มาอยู่ด้วยกันกับลูกแมวทั้งสามตัว ที่นอนอยู่บนตักของแม่ตน ด้วยเพราะคิดว่าอ้อมกอดของผู้เป็นแม่คือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด…
‘แม่แมว’ ครั้นเมื่อได้ยินดังนั้น ดวงตาก็เปล่งประกายวูบวาบ จ้องมองเด็กน้อยด้วยความใคร่เอ็นดู
ส่วนพิมพ์ใจที่จับจ้องอยู่นาน เมื่อเห็นว่าเป็นแมวของเธอไม่ผิดแน่ จึงเอ่ยปากพูดขึ้นว่า “เดือน…นั่นเดือนจริง ๆ เหรอ?”
เสียงพูดที่ตะกุกตะกักดังขึ้นอีกครั้ง “เป็นฉันเอง…จ๊ะ…” แต่ครั้นเมื่อแม่แมวกำลังจะพูดต่อ ปรากฏว่าที่ด้านนอกกลับปรากฏขุมพลังประหลาด กระแทกเข้าใส่พลังอาคารบ้านเรือนอีกระลอก
แม่แมวเหมือนจะสัมผัสได้ถึงสิ่งแปลกประหลาดเหล่านั้นก่อนล่วงหน้า จึงได้เร้าพลังตัวเองออกมาถึงขีดสุด!
“เป็นฉันเอง…ตอนนี้เวลามีไม่มากแล้ว…จากนี้ไปจงแสร้งทำเป็นว่าวันนี้ไม่ได้อยู่ที่นี่เสีย ส่วนเหตุผลนั้น…ช่างมันเถอะ…พี่ต้องทำเสมือนว่าวันนี้เวลานี้ พวกเราไม่ได้อยู่ที่นี่…หลังจากที่เหตุการณ์สงบต้องรีบจากไปอย่างเงียบๆ” เสียงพูดของแม่แมวดูมีความกังวลเป็นอย่างมาก
“ฝากเลี้ยงดูลูก ๆ ของฉันด้วยนะจ๊ะพี่ ส่วนเจ้าเพียรเองก็เช่นกัน ดูแลตัวเองดี ๆ นะ…”
พอสิ้นประโยคนั้น ก็พลันบังเกิดแสงสีฟ้าเขียววูบไหวจากนัยน์ตาของแม่แมว จากนั้นเรือนกายของมัน ก็เริ่มหล่อหลอม ผสมรวมกันกลายเป็นแสงสีฟ้าและสีเขียว ก่อตัวเป็นม่านทรงกลมสองชั้น ขนาดพอให้ทั้งคนและสัตว์ได้อาศัยอยู่
ม่านพลังนี้ด้านนอกเป็นสีเขียว ด้านในเป็นสีฟ้า มันคอยปกป้องสิ่งมีชีวิตที่อยู่ภายในม่านแสงจากสิ่งอันตรายภายนอก ซึ่งไม่ว่าจะเป็นสิ่งชั่วร้ายอื่นใดก็มิอาจกล้ำกรายเข้ามาได้โดยง่าย
……
ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้
“เจ้าตัวแสบ! กลับบ้านกันลูก” พิมพ์ใจลูกหัวเจ้าตัวน้อยของเธอ ก่อนจะให้เด็กน้อยกล่าวสวัสดีคุณครู และพาขึ้นรถกลับบ้านตามปกติ
คุณแม่ยังสาวใบหน้าหมดจด แต่งเครื่องสำอางแต่พอดี ทำให้เธอดูคล้ายพี่สาวที่ยังไม่ได้แต่งงาน หากจะเทียบกับนักศึกษาวัยรุ่นก็สู้ได้อย่างสบาย ๆ
เด็กน้อยในวัยเจ็ดขวบปี ส่ายหัวไปมาตามจังหวะเพลงอย่างมีความสุข ไม่นานเจ้าหนูน้อยก็เปลี่ยนไปคิดเรื่องอื่น สายตาเหม่อมองดูบรรยากาศโดยรอบทันทีที่ใกล้ถึงหมู่บ้าน ซึ่งไม่ว่าเขาจะมองกี่ครั้งก็ไม่เบื่อสักที
เพราะมันร่มรื่นให้ความสดชื่น รวม ๆ แล้วเกิดจากร่มเงาไม้ใหญ่ และไม้ประดับประดานานาชนิด ที่ปลูกเรียงรายอยู่ตลอดสองข้างทาง ตั้งแต่หน้าหมู่บ้านจวบจนถึงภายใน ส่วนใหญ่เป็นไม้มงคลขนาดใหญ่ ที่ปลูกเอาไว้เพื่อเอาฤกษ์เอาชัย เป็นขวัญกำลังใจให้แก่คนในหมู่บ้าน
อีกจุดหนึ่งที่เด็กน้อยต้องทำเป็นประจำด้วยเพราะพ่อแม่สั่งสอนไว้ นั่นก็คือหันไปยกมือไหว้ศาลพระพุทธรูป รวมถึงศาลพระภูมิ
ครั้งหนึ่งเด็กน้อยถามว่า “ทำไมต้องไหว้ด้วยล่ะจ๊ะแม่?”
คุณแม่ยังสาวก็ตอบด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม “เอ่อ…ก็จะได้ขอพรท่าน หรือไม่ก็ให้ท่านช่วยดูแลคุ้มครองเราไงลูก อีกอย่างหนึ่งหนูไหว้ก็ไม่เห็นจะเสียสตางค์เลยนี่นา ถูกมั้ย?”
เด็กน้อยพยักหน้าหงึกหงัก ดูเหมือนจะเข้าใจและก็ไม่เข้าใจ แต่เอาเป็นว่าไม่เสียสตางค์อย่างที่แม่ว่าไว้ก็เป็นอันใช้ได้นี่นา
ทั้งสองศาลถูกออกแบบไว้อย่างวิจิตร ตั้งสง่าอยู่บริเวณทางเข้าหน้าหมู่บ้าน เพื่อความสะดวก พร้อมที่จะให้ลูกบ้านได้เข้าไปกราบไหว้ขอพร ตามแต่วาระต่าง ๆ
ดังนั้นยามเมื่อแขกไปใครมา เพียงแค่ได้ชำเลืองมองผ่าน ก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่น่าอยู่น่าอาศัย ซึ่งยังผสมผสานไปกับการออกแบบบ้านเรือนของสถาปนิกมือหนึ่ง ที่ดูจะใส่ใจในรายละเอียดต่าง ๆ
ไม่ว่าจะเป็นการเลือกสถานที่ตั้งของหมู่บ้าน ซึ่งตั้งอาศัยอยู่ภายในทำเลทอง ผ่านการช่วยกันวิเคราะห์จากบรรดากูรูทั้งหลาย บนศาสตร์แขนงต่าง ๆ ที่ใช้ในการสร้างบ้านทั้งของไทยและของจีน เช่นว่า มีถนนใหญ่ตัดผ่าน มีแม่น้ำลำคลอง…
สำหรับการหาอาหารการกินของหมู่บ้านนี้ ก็ตั้งอยู่ไม่ไกลจากตลาดนัก เพียงแค่ปั่นรถจักรยานไม่ถึงสามนาทีก็ถึงตลาดนัดแหล่งชุมชน
เรียกได้ว่า ‘เจริญหูเจริญตา’ ซึ่งแน่นอนว่าองค์ประกอบที่ว่ามาเหล่านี้ จึงดันราคาบ้านแต่ละหลังให้พุ่งทะลุสุดเพดาน ของวงการอสังหาริมทรัพย์
เพราะมันตอบโจทย์สำหรับ ‘ผู้ที่มีอันจะกิน’ ทำให้ดึงดูดผู้มีฐานะการงานที่ดี ต่างคนต่างก็พากันเข้ามาจับจองจนหมดทุกหลัง หลังจากที่เปิดขายได้ไม่นาน
ดังนั้นคนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านนี้ค่อนข้างจะร่ำรวย ไม่ว่าจะเป็นการประกอบธุรกิจส่วนตัวก็ดี หรือไม่ก็จะเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงขององค์กรรัฐและเอกชน
หลังจากกลับมาบ้านเด็กน้อยก็เปิดประตูรถ รีบเดินเข้าไปในบ้านทันที เป้าหมายของเขาคือห้องของสัตว์เลี้ยง
เด็กน้อยคิดในใจ “ยังดีที่ตอนขึ้นมาตนย่องเบา” เขาแอบหัวเราะคิกคักมีความสุขกับความสามารถของตน
ที่ด้านหลังผู้เป็นแม่ก็เดินตามเข้ามาไม่ห่าง เธอลูบหัวลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ก่อนที่จะเปิดประตูดูความเป็นอยู่ของสัตว์เลี้ยงแสนรักของตน ครั้นเมื่อเห็นทั้งสี่ตัวนอนหลับอยู่ จึงห้ามไม่ให้ลูกชายไปรบกวนเวลาพักผ่อน
ส่วนเจ้าตัวน้อยเมื่อเห็นว่าแม่แมวกับลูกแมวหลับอยู่ ก็ไม่ได้เข้าไปก่อกวน จึงรีบวิ่งแจ้นเอากระเป๋านักเรียนไปเก็บในห้อง ก่อนจะออกไปเล่นกับเพื่อน ๆ ตามที่นัดหมายเอาไว้
……
ที่สนามเด็กเล่นของหมู่บ้าน
เหล่าบรรดา ‘วัยรุ่นฟันน้ำนม’ ที่ต่างคนก็ต่างน้ำมูกย้อย มองดูจากส่วนสูง รวมไปถึงการเล่นพิเรนทร์ของพวกเขา อายุคงไม่พ้น 7-8 ขวบปีเห็นจะได้ ก็กำลังวิ่งโร่พากันเล่นอย่างสนุกอยู่กับเพื่อน ๆ ในหมู่บ้าน
หลังจากที่เล่นสนุกสนานกันจนเต็มคราบแล้ว บรรดาวัยรุ่นฟันน้ำนมก็จำต้องถูกพรากออกจากกันชั่วคราว ด้วยเพราะบรรดาคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลาย ที่ออกมาตามเจ้าตัวแสบของตนกลับบ้าน
เด็ก ๆ ส่วนใหญ่ ต่างก็อยู่ในสภาพที่มอมแมม เพราะว่าพึ่งเล่นดินเล่นโคลนกันมาหมาด ๆ ทำเอาพ่อแม่ผู้ปกครองได้แต่ละเหี่ยใจ กับความซุกซนของบรรดาเด็กน้อยทั้งหลาย และยิ่งได้เห็นสภาพของลูกหลานตน ก็อดไม่ได้ที่จะเอ็ดไปคำรบหนึ่ง