ท้ายเล่มกับผู้เขียน ภาคที่ 5
ท้ายเล่มกับผู้เขียน ภาคที่ 5
ท้ายเล่มกับผู้เขียน
ภาคที่ 5 กำเนิดกายทิพย์!
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับเพียรจนถึงท้ายภาคนี้ครับ
ภาคที่ 5 มีเรื่องหนักอยู่ไม่น้อย เพียรต้องผ่านทั้งความล้มเหลว ความสูญเสีย และการต่อสู้กับสิ่งซึ่งอยู่ลึกกว่าศัตรูที่มองเห็นได้
แต่สิ่งที่ผมอยากพูดถึงในหน้าท้ายเล่ม คือช่วงลานม้าสนาม
หลังจากพาเพียรผ่านเรื่องหนักมาตลอดทั้งภาค ผมตั้งใจให้ช่วงท้ายเป็นเวลาคืนกำไรให้นักอ่านบ้าง...
เพียรไม่ได้เข้าสนามในฐานะเด็กผู้มีสายเลือดสูง ไม่มีสำนักใหญ่คอยหนุนหลัง และไม่ได้คิดจะต่อสู้ด้วยวิธีที่คู่ต่อสู้ถนัด
เขาเข้าไปในฐานะเด็กซึ่งรู้ว่า หากพลังสู้ไม่ได้ ก็ต้องอ่านคน อ่านเกม และหาทางทำให้อีกฝ่ายใช้ข้อได้เปรียบของตนไม่ได้
สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงชัยชนะในการประลอง
มันคือช่วงเวลาที่คนทั้งสนามเริ่มรู้ว่า เด็กธรรมดาซึ่งถูกประเมินต่ำเกินไป สามารถกลายเป็นตัวปัญหาได้มากเพียงใด
เพียรอาจไม่ได้แข็งแกร่งที่สุด
แต่เขาพร้อมเปลี่ยนกติกาให้กลายเป็นอาวุธ และพร้อมหยิบทุกอย่างติดมือกลับไป หากฝ่ายตรงข้ามเปิดช่องให้เขาทำได้...
เพียรเดินออกจากลานพร้อมชัยชนะ ชื่อเสียง และสิ่งซึ่งไม่ควรอยู่ในมือของเขา
เจ้าของเดิมย่อมไม่ปล่อยให้เรื่องจบลงเพียงเพราะแพ้ในสนาม
ส่วนผู้ใหญ่ซึ่งเฝ้ามองอยู่ ก็ย่อมไม่ปล่อยให้เด็กคนหนึ่งถือของสำคัญเดินกลับบ้าน โดยไม่มีใครเข้ามาต่อรอง
เรื่องราวจะเดินต่อไปใน หออาชาไนย ภาคที่ 6 สัญญายมโลก
เมื่อการต่อสู้ด้วยกำลังจบลง การต่อสู้ด้วยเงื่อนไข ข้อตกลง และผลประโยชน์กำลังจะเริ่มขึ้น
เพียรอาจรู้วิธีล้มคู่ต่อสู้
แต่เขาจะรับมืออย่างไร เมื่อคนซึ่งเดินเข้ามาหาไม่ได้มาเพื่อสู้ หากมาเพื่อซื้อ แลก ทวงคืน หรือผูกเขาไว้ด้วยคำสัญญา
หลังอ่านจบ ผมอยากถามนักอ่านตรง ๆ ว่า ฉากหรือประเด็นใดในภาคนี้ที่ประทับใจคุณมากที่สุด
เพียงหนึ่งหรือสองประโยคก็พอครับ ความคิดเห็นและรีวิวของนักอ่านช่วยให้ผมเห็นว่า ช่วงใดของเรื่องทำงานได้จริง และช่วยให้นักอ่านคนถัดไปตัดสินใจก้าวเข้ามาในโลกของหออาชาไนยได้ง่ายขึ้น
เสียงเชียร์ในสนามเงียบลงแล้ว
เด็กเทพล้มอยู่ข้างหลัง
ส่วนสิ่งที่เพียรถือกลับมา...
กำลังทำให้ผู้ใหญ่หลายฝ่ายลุกขึ้นจากที่นั่ง
R. Lert (รสเลิศ)