ประตูสู่หออาชาไนย ภาคที่ 6
ประตูสู่หออาชาไนย ภาคที่ 6
ประตูสู่หออาชาไนย ภาคที่ 6
ขะโณ โว มา อุปัจจะคา
“อย่าปล่อยให้โอกาสดีผ่านไป”
เพียรใช้ตรีศูลเขี้ยวสมุทรพายเรือกลับท่าเตียน พลางฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี
เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน อาวุธเล่มนี้ยังสำแดงอำนาจอยู่กลางลานม้าสนาม บัดนี้มันกลับถูกเด็กวัยสิบห้าใช้แทนไม้พาย และถูกตบด้ามเบา ๆ ทุกครั้งที่คิดจะพยศ
คนอื่นอาจเห็นอาวุธคู่กำเนิดของผู้สูงศักดิ์ เห็นของวิเศษซึ่งควรรีบส่งคืนก่อนจะนำภัยมาถึงตัว
แต่เด็กซึ่งเติบโตมากับเสียงต่อราคาของตลาดท่าเตียนย่อมมองต่างออกไป
ของชิ้นใดยิ่งมีคนร้อนใจอยากได้คืน ของชิ้นนั้นยิ่งไม่ควรถูกส่งกลับไปโดยยังไม่รู้ว่ามันแลกอะไรได้บ้าง
ชัยชนะบนลานม้าสนามจึงไม่ได้ทิ้งไว้เพียงชื่อเสียงหรือบาดแผลของผู้แพ้ มันทิ้งทั้งตรีศูล สมอวิญญาณ และร่องรอยของความลับบางอย่างไว้ในมือของเพียร
สิ่งที่ยึดมาด้วยกำลังอาจกลายเป็นความรู้
ของบำเหน็จจากสนามรบอาจกลายเป็นไพ่บนโต๊ะเจรจา
ส่วนศัตรูซึ่งเคยไม่ยอมถอย อาจจำเป็นต้องเป็นฝ่ายถามก่อนว่าต้องจ่ายเท่าใดจึงจะได้ของคืน
เพียรรู้ว่าหมัดของตนทำให้คู่ต่อสู้ล้มลงได้ แต่ในโลกเวทมนตร์ บางครั้งเรื่องราวไม่ได้ถูกตัดสินกันบนลานประลอง
ยังมีอีกสนามหนึ่งซึ่งตำแหน่ง ชื่อ สิทธิ์ และข้อตกลงมีราคาของมันเอง
สนามที่ของวิเศษไม่ได้ถูกใช้เพื่อฟาดฟัน หากสามารถแลกเปลี่ยนเป็นผลประโยชน์ในรูปแบบอื่นได้
ตรีศูลเล่มนี้กำลังเปิดทางให้เพียรเห็นว่า ชัยชนะหนึ่งครั้งสามารถเปลี่ยนเป็นสิทธิ์ ความรู้ เครือข่าย และโอกาสซึ่งไม่เคยอยู่ในมือของเด็กวัยสิบห้ามาก่อน
และเมื่ออายุของเขามาถึงเกณฑ์ ประตูอีกบานก็กำลังรอเปิดออก
หลังประตูนั้น คนเป็นเดินปะปนกับคนตาย ข่าวสารและความลับถูกนำมาต่อราคา ความปรารถนาที่ยังไม่สำเร็จถูกเขียนลงในพันธสัญญา
ส่วนโอกาสซึ่งไม่มีผู้ใดมองเห็น อาจมีค่ามากกว่าของวิเศษทั้งชิ้น
ตลาดผี คือแหล่งค้นหาโอกาสและสามารพลิกชะตาของผู้ฝึกเวทมามกาย
ซึ่งรอเพียงผู้ที่มองออกว่าสิ่งใดมีราคา ผู้ใดกำลังต้องการมัน และควรเขียนเงื่อนไขอย่างไรก่อนยื่นมือเข้าไปแลกเปลี่ยน
เพียรไม่เคยปล่อยของมีค่าให้ผ่านมือไปง่าย ๆ
คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่าเขาจะคืนตรีศูลหรือไม่?
แต่อาวุธของเด็กเทพซึ่งเขาพายกลับบ้านในเย็นวันนั้นจะพาเขาไปถึงประตูใด และหลังประตูของตลาดคนตาย เขาจะพบโอกาสที่กำลังรอให้คว้า
หรือพบสัญญาซึ่งกำลังรอผูกมัดเขาอยู่เช่นกัน...