LNCrawler

[เริ่มต้นภาคที่ 6] คลื่นใต้น้ำ

หออาชาไนย : พ่อค้าความตาย — novel.dek d.com · All chapters

[เริ่มต้นภาคที่ 6] คลื่นใต้น้ำ

ขะโณ โว มา อุปัจจะคา
“อย่าให้โอกาสนี้ล่วงเลยท่านไป”

[ ภาคที่ 6 ]
“พันธสัญญาแห่งยมโลก!”

ตอนที่ 308 คลื่นใต้น้ำ

 

“พี่อยู่ไกลถึงท่าฉลอม แต่พี่ไม่ตรอมเพราะรักพะยอมยามยาก ออกทะเลจะหาปลามาฝาก แม่คุณขวัญใจคนยาก รับของฝากจากพี่ได้ไหม” ชายหนุ่มฮัมเพลง เสียงทุ้มต่ำลอยไปกับสายลมยามเย็น ขณะกำลังพายเรือกลับบ้าน

เขาให้พี่ลมกรดพาไปเช่าเรือเพื่อกลับบ้าน เพียรอธิบายว่าบ้านเขาอยู่ติดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา นั่งเรือกลับเร็วกว่าเห็น ๆ

ตอนแรกลมกรดก็คิดเช่นนั้น แต่พอลงเรือหางยาวมาจู่ ๆ เจ้าตัวก็บอกให้คนขับเรือหยุด แล้วหยิบเอาตรีศูลมาทำเป็นไม้พาย แจวเรือกลับบ้านพลางร้องเพลงอย่างอารมณ์ดี ราวกับวันนี้ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ราวกับสมรภูมิเดือดที่พึ่งผ่านมาเป็นเพียงฝันร้ายของคนอื่น

ลมกรดย่อมเห็นฉากต่อสู้ทั้งหมด แต่ดูท่าไอ้หมอนี่มันยังไม่ได้เอาจริงเลยด้วยซ้ำไป เป็นตัวอันตรายจริง ๆ ขนาดครูใหญ่ยังต้องขับไล่

ไม่นานนักเขาก็เบื่อ และให้คนขับเรือที่ร้องเพลงร่วมกันมาตลอดทางติดเครื่องแล้วขับกลับบ้านไป เพียรกล่าวขอบคุณตามมารยาท ยังไม่ลืมจ่ายเงินค่าเรือเอง เขาผิวปากและเดินขึ้นไปบนท่าเรือ วันนี้ไม่มีใครอยู่บ้าน ตายายกับน้อง ๆ ไปทำงานกันหมด

เขาได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อทำการชำระล้างกลิ่นดินปืนและคาวเลือดจาง ๆ ออกไป ก่อนจะปิดประตูหน้าต่างและเริ่มจัดการสิ่งของต่าง ๆ ที่ได้มาในวันนี้

เมื่ออยู่ตามลำพัง เขาเริ่มทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่าพร้อมกับถอนหายใจยาว ความเงียบภายในบ้านมันช่างแตกต่างจากเสียงโห่ร้อง เสียงระเบิดเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนลิบลับ 

ความตึงเครียดจากการต่อสู้และการเจรจาต่อรองตลอดทั้งวันนั้น ค่อย ๆ คลายลง เหลือเพียงความสงบที่เย็นเยียบ

เขาไม่ได้เปิดไฟ แสงสว่างที่ลอดออกมาจากซอกหลืบก็มากพอแล้ว

เขาเปลี่ยนมาให้ความสนใจกับ ‘ของกลางชิ้นแรก’ และมันน่าจะเป็นชิ้นที่สำคัญที่สุด ‘ตรีศูลเขี้ยวสมุทร’ เขาใช้มันทำเป็นไม้พาย ตอนแจวเรือมาในระหว่างนี้ก็ยังไม่ลืมข่มกำราบมันด้วย ดื้อนักก็จับแน่น ๆ หน่อยให้มันรู้สึกเจ็บปวด พอคิดจะดิ้นหนีก็ใช้สันมือกระแทก

โลหะสีนิลกาฬของมันดูดกลืนแสงที่เล็ดลอดเข้ามา ทำให้มันดูดำมืดยิ่งกว่าเงาใด ๆ แต่ปลายง่ามฟันฉลามกลับส่องแสงสว่างในที่มืด และยังมีไข่มุกที่ด้ามซึ่งส่องแสงสีฟ้าครามราวกับซ่อนทะเลเอาไว้ภายใน นี่คงเป็นไม้ตายอีกอย่างของเจ้าตัว

และที่เขาเรียกมันออกมา ก็เพื่อต้องการสำรวจอย่างใกล้ชิด ตัวเขาสัมผัสได้ถึงพลังงานที่เกรี้ยวกราดซึ่งยังคงคุกรุ่นอยู่ภายในวิญญาณของมัน แต่พอเริ่มใช้ปลายนิ้วดีดอย่างแรง มันก็ยอมสงบไปเอง

“นี่สินะ…อาวุธวิญญาณคู่กำเนิด” เขารำพึงกับตัวเอง แววตาเป็นประกายด้วยความสนใจใคร่รู้มากกว่าความโลภ

เขาเคยอ่านเจอเรื่องราวของเหล่าเด็กเทพจากตำราเก่า ๆ ในสำนักหอจดหมายเหตุ พวกเขาแตกต่างจากผู้ฝึกตนทั่วไปที่ต้องพยายามหล่อหลอมอาวุธขึ้นมาเอง แต่เด็กเทพบางคนเกิดมาพร้อมกับพลังหรืออาวุธที่เป็นส่วนหนึ่งของวิญญาณโดยกำเนิด เช่น ชายตาแดงคนนั้น หรือเจ้าฉลามน้อยคนนี้

ความรู้เหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้เขาแตกต่าง เขามักจะใช้เวลาว่างศึกษาของเก่าจากตำราในหอจดหมายเหตุ แล้วเที่ยวตระเวนไปตามร้านขายของเก่าหรือแหล่งประมูลเพื่อ ‘ช้อนซื้อ’ ของดีในราคาถูกที่คนอื่นมองข้าม

ก็เหมือนกับ ‘แหวนมิติ’ วงนี้ที่เขาได้มาจากร้านขายของเก่าในราคาเพียงไม่กี่หมื่นบาท ทั้งที่มูลค่าที่แท้จริงของมันอาจสูงกว่านั้นหลายล้านเท่า

หลังจากชื่นชมของล้ำค่าชิ้นใหม่จนพอใจ เขาก็หายันต์มาผนึกมัน ถ้าหากขืนพยศขึ้นมาอีก เขาจะจัดการขั้นเด็ดขาด เขาขู่กับอีกฝ่ายเอาไว้ ด้วยอาวุธวิญญาณระดับสูงเช่นนี้ มันย่อมรู้ดีว่าควรทำตัวเช่นไร

ก่อนจะหันมาสนใจของอีกชิ้น ที่เขาแอบเอาออกมาจากร่างกายของฉลามน้อย ซึ่งนั่นก็คือ ‘สมอวิญญาณ’ นี่คือสิ่งที่เขาเรียกมัน เพราะมันเหมือนกับเรือที่จอดอยู่กลางทะเลแล้วทิ้งสมอเอาไว้ เกี่ยวไม่ให้เรือเคลื่อนที่ขยับไปไหน

เหมือนกับวิญญาณของอีกฝ่าย โดยปกติแล้วมันควรจะถูกเขาเตะออกจากร่างถ้าหากโดนไปหลายหมัดขนาดนั้น ถ้าหลุดแล้วกลับเข้ามาใหม่ได้เขาไม่มีปัญหาแต่อย่างใด แต่สิ่งที่ดึงรั้งดวงวิญญาณเอาไว้มันควรค่าแก่การพิจารณา

สำหรับเขาแล้ว ทั้งสองมีมูลค่าที่แตกต่างกันไป ‘หนึ่งอาวุธวิญญาณ’ สามารถใช้เพื่อตรวจสอบในการหล่อหลอมวัตถุแห่งชะตาชีวิตในอนาคตใหม่ได้ ซึ่งเขาจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเพชรตาแมวให้มันกลายเป็นสิ่งอื่น เพื่อจะแสดงอำนาจได้ถึงขีดสุด

ดังนั้นตรีศูลที่ถือกำเนิดมาพร้อมกับฉลามน้อยจึงเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด ถ้าหากตัวเขาไม่เชี่ยวชาญด้านวิญญาณคงไม่สามารถเอามันกลับมาได้ เนื่องจากมันพยศและกำราบได้ยากยิ่ง

ส่วนทางด้าน ‘สมอวิญญาณ’ สิ่งนี้แตกต่างออกไป มันอาจทำให้เขาค้นพบความรู้ใหม่ ๆ ที่จะนำไปพัฒนาตัวเองต่อไปได้ เขาเทกลุ่มแสงไร้รูปออกมาจากขวด ตอนนี้มันค่อยแปรเปลี่ยนเป็นมีสีขาวนวลตา มันลอยนิ่งอยู่บนฝ่ามือ สัมผัสไม่ได้ถึงน้ำหนักแต่กลับรู้สึกถึงความหนาแน่นมหาศาล

เขาได้ใช้มือสัมผัส เพียงไม่นานนักความเย็นเยียบก็แผ่ออกมาจากมัน ราวกับเป็นความเย็นจากก้นบึ้งของมหาสมุทรที่แสงสว่างไม่อาจส่องถึง

เพียรเรียกเพชรตาแมวทั้งสองออกมา ลูกแก้วสีเขียวและสีฟ้าลอยวนอยู่รอบตัวเขาอย่างคุ้นเคย แต่ทันทีที่เพชรตาแมวสีฟ้าลอยเข้าใกล้กับสมอวิญญาณ มันก็พลันส่องสว่างวาบขึ้นมาอย่างรุนแรง

แสงสีฟ้าที่เคยสงบนิ่ง บัดนี้ได้สั่นระริกราวกับเปลวไฟที่โหมกระหน่ำ เพียรขมวดคิ้วแน่น “อย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด!” เนื่องจากเพชรตาแมวตอบสนองกับสมอวิญญาณ เขาจึงคิดว่ามันคงจะมีบางสิ่งที่เกี่ยวข้อง ถึงได้แอบเก็บมันออกมาอย่างเงียบเชียบ

เขาได้จับกลุ่มแสงสีนวล โยนเข้าไปใกล้กับเพชรตาแมวสีฟ้า และก็ปล่อยให้มันได้ยืนยันว่าความรู้สึกนั้น แต่ทันใดนั้นเองภาพความทรงจำอันเลือนรางมันก็ฉายชัดขึ้นในหัวของเขา ซึ่งก็คือภาพของบุรุษหนุ่มร่างสูงโปร่ง เขาสวมเสื้อผ้าดูสบาย ๆ คล้ายกับพวกนักท่องเที่ยวที่กำลังไปทะเล

เพชรตาแมวสำแดงภาพและเสียงอย่างคมชัด เสียงของตาสำเริงปรากฏเด่นชัด และนี่คือบทสนทนาเก่าก่อน

“ท่านเจ้าที่ครับ ผมขอทราบชื่อของท่านได้หรือเปล่า ด้วยเพราะผมก็ไม่เคยติดต่อกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาก่อน จึงไม่รู้ว่าที่พูดออกไปมันเป็นการล่วงเกินหรือไม่ ถ้าหากว่าใช่ผมก็ขออภัยไว้ ณ ตรงนี้…”

เพียรขมวดคิ้วเมื่อได้ยิน เขาวางแผนเล่นงานไอ้เจ้าที่คนนี้อยู่แล้ว ก่อนหน้านี้ที่หั่นราคากับผู้สูงส่งท่านนั้น ภายหลังเมื่อเห็นลายเซ็นจึงรู้ว่าที่แท้เป็นเจ้ากระทรวง ดูท่าเขาคงต้องไปถามเรื่องกับปู่ดินสอสักหน่อยแล้ว

เพชรตาแมวสีฟ้านี้ เขาเคยมอบให้แม่เอาไว้ห้อยคอ ในคืนที่ตาขับปลาวาฬปราบเสี่ยไปยังชลบุรี ได้เจอเจ้าที่ฉัตรก่อนจะเกิดฉากไล่ล่า ก็ถึงว่าเพชรตาแมวจำกลิ่นอายของเจ้าหมอนี่ได้

เพียรเริ่มวิเคราะห์ “นี่คือพลังงานชนิดเดียวกับเจ้าที่ฉัตรที่โรงพยาบาลนั่นไม่มีผิด แต่ว่าทำไมพลังงานของทั้งสองถึงสัมพันธ์กัน และมันมาปรากฏตัวอยู่กับไอ้เจ้าฉลามน้อยได้อย่างไร แล้วมันเกี่ยวกันอย่างไร เรื่องนี้ต้องถามผู้รู้สักหน่อย?”

เขาเริ่มตั้งข้อสงสัยมากมาย เพราะประสบการณ์ของเขายังด้อยอยู่นัก จึงต้องไปถามปู่ดินสอหรือไม่ก็พวกปู่ทวดยักษ์เทพ เรื่องนี้มันเกินกว่าความรู้และความเข้าใจของเขาจริง ๆ

สมการที่เขาไม่เคยคิดถึงมาก่อนได้ปรากฏขึ้นตรงหน้า รอวันที่จะถูกแก้ไข เขารู้ว่าเรื่องนี้ซับซ้อนกว่าที่คิด แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะหาคำตอบ เขาจึงเก็บสมอวิญญาณกลับเข้าแหวนมิติไปอย่างระมัดระวัง

“รู้แค่ว่ามันเกี่ยวข้องกันก็พอ เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง” เพียรคิดว่าตรีศูลนั้น เกรงว่าจะเก็บไว้ได้ไม่นาน จึงต้องรีบจัดการ ของชิ้นนี้ร้อนลวกมือแต่ราคาก็สูงลิบลิ่ว

ว่าแล้วเขาก็ตะโกนเรียกปู่ยักษ์เทพทั้งสี่ให้มาช่วยดู เพราะถือว่ามันเป็นอาวุธวิญญาณระดับสูงมาก ๆ ในระดับเดียวกัน เกรงว่ายากจะหาอาวุธใดมาเทียบเคียง แถมมันยังอ่อนแออยู่นัก และถือเป็นเวลาอันเหมาะสม

……

ตอนเย็นวันเดียวกัน ณ สำนักฉลามบูรพา

บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่เต็มไปด้วยความเงียบงันที่น่าอึดอัด อากาศหนักอึ้งราวกับอยู่ใต้น้ำลึก เงาของเสาแกะสลักรูปฉลามทอดยาวไปบนพื้นราวกับกรงขัง

รองเจ้าสำนักคลื่น ได้นั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึมจนน่ากลัว ซึ่งที่ด้านข้างเขามีผู้อาวุโสของสำนักอีกสองสามคนนั่งอยู่ด้วยสีหน้าที่ไม่ต่างกัน

“ข่าวมาถึงแล้ว ยืนยันแล้วว่าเจ้าสมุทรมันปลอดภัยดี” เสียงของผู้อาวุโสคนหนึ่งทำลายความเงียบ

“ขอแค่มีชีวิตอยู่ก็เป็นพอ แต่ข้าเกรงว่าเราจะต้องปรับสภาพจิตใจของไอ้หนูอีกเยอะเลย เพราะว่าถูกหยามศักดิ์ศรีจนไม่เหลือชิ้นดี ตรีศูลอาวุธแห่งชะตาชีวิตถูกยึดไปเป็นของบำเหน็จศึก” อีกคนเสริมด้วยน้ำเสียงที่กรุ่นโกรธ

“ทำไมโรงเรียนถึงปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ นั่นมันอาวุธวิญญาณคู่กำเนิดเชียวนะ หรือนี่เป็นแผนการของพวกมันตั้งแต่แรก ที่จัดให้เจ้าสมุทรเผอิญไปเจอกับไอ้เด็กจากสำนักช่างสิบหมู่นั่นในวันเดียวกัน?” ชายหนวดยาวเหมือนปลาดุกพูดขึ้น

“แผนการหรือ? ไม่ว่ามันจะเป็นแผนการของใคร แต่ว่าผลลัพธ์คือความอัปยศของสำนักเรา” ผู้อาวุโสอีกคนทุบที่วางแขนบนเก้าอี้ดังปัง 

“เราต้องทวงคืนตรีศูลกลับมาให้ได้ แล้วต้องเร่งฟื้นฟูเยียวยาจิตใจของไอ้หนูเจ้าสมุทรโดยด่วน ไม่อย่างนั้นมันสติแตกเป็นแน่!”

รองเจ้าสำนักผู้เป็นพ่อยังคงนิ่งเงียบ แต่แววตาของเขาลุกโชนด้วยโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกสรรพสิ่ง ในที่สุดเขาก็เอ่ยปากขึ้นเป็นครั้งแรก น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งจากก้นบึ้งมหาสมุทร

“รีบติดต่อ…ดินสอ…แห่งสำนักช่างสิบหมู่…เดี๋ยวนี้ แล้วถามมันว่าต้องการสิ่งใดเป็นข้อแลกเปลี่ยน ถ้าให้ได้พวกเราก็จะให้”

ตอนนี้เขาเป็นห่วงสุขภาพจิตของลูกชายมากกว่า เพราะตรีศูลนั่นสุดท้ายมันก็ต้องมอบคืนมาอยู่ดี “เราต้องทำอะไรกับไอ้หนูนั่น ไปโรงเรียนกันเถอะ ครูใหญ่เมธีท่านก็คงไม่ว่าหรอกในกรณีเช่นนี้”


จะบอกว่าตรีศูลเนี่ยเป็นประเด็นเลยนะ เรื่องนี้อีกยาวเลย ในขณะที่ค่อย ๆ อ่านไปท่านจะได้เห็นความลึกลับของโลกเวทมนตร์ที่สะท้อนผ่านเรื่องราวของ ‘ตรีศูล’ นี่แหละ ผมยังคิดอยู่ควรจะตั้งชื่อว่า ตรีศูลที่หายไปดีหรือเปล่า?

ใครสะดวกช่วยเขียนรีวิวให้หน่อยนะครับ ขอบคุณครับ

af46065f3e2a7e3768f569fd72845dcf.jpg