LNCrawler

สาวเครือฟ้า

หออาชาไนย : พ่อค้าความตาย — novel.dek d.com · All chapters

สาวเครือฟ้า

ตอนที่ 32 สาวเครือฟ้า

 

ทองทับได้ทีก็เริ่มกล่าวแนะนำตนเอง “สวัสดีครับ คุณหมอเพลงขวัญ ผมชื่อทองทับนะครับ ยินดีที่ได้รู้จักและอีกหน่อยคงได้เจอกันบ่อย ๆ เลย เพราะตอนนี้ผมเป็นประธานที่ปรึกษาของไอ้เพียรมันน่ะ” ชายหนุ่มส่งยิ้มให้อย่างมีเสน่ห์

“อ่าวเหรอคะ…ไม่เคยได้เจอกันเลย?”

“ส่วนใหญ่ผมจะอยู่ต่างจังหวัดน่ะคุณหมอ คอยวิ่งรับใช้ ‘นายท่าน’ คนนี้ที่ขยันสร้างงานให้กับคนอื่นไม่หยุด” พอพูดถึงคำว่านายท่าน เขาเน้นย้ำคำมาเป็นพิเศษ

ดวงตาของเพลงขวัญแพรวพราว เธอชอบใจยิ่งนักที่มีคนแขวะเจ้าหมอนี่ต่อหน้า จึงคลี่ยิ้มสดใสออกมา มองดูแล้วให้ความสนิทสนม

ในส่วนของทองทับเองอยู่กับเพียรมานาน มีหรือจะไม่รู้นิสัยของคุณหนูเจ้าอารมณ์ท่านนี้ การด่าไอ้เพียรนั่นก็คือคำชม ดุไอ้เพียรนั่นก็คือการตีสนิทกับเธอ

“พวกชอบก่อเรื่องก่อปัญหาเสร็จ แล้วก็สะบัดก้นหนีไปเสียดื้อ ๆ เอาปล่อยให้คนอื่นคอยรับผิดชอบแทน เนี่ยนิสัยไม่ดีจริง ๆ เลยเนอะ พี่ทองทับ” เธอคล้ายจะเจอคนพรรคพวกเดียวกันแล้ว

ทองทับพยักหน้าหงึกหงัก กล่าวแขวะไอ้เด็กสารเลวนั่นไปหลายประโยค หลังจากนั้นทั้งสองคนก็สนทนาอย่างมี ‘ชั้นเชิง’ หลังจากพูดถามเรื่องโน้นเรื่องนี้ได้สองสามประโยคก็หยุดลง

หากแต่เจ้าบุญกองยังมีข้อสงสัยอยู่อีก “พี่ทองทับจ๊ะมีเรื่องเล่าอื่น ๆ อีกไหม” ชายหนุ่มพยายามชงให้ลูกพี่ตนได้อวดภูมิความรู้

“มีสิ!” เขาพยักหน้าให้ไอ้เด็กน้อยนี่ ไม่เสียแรงที่ตนได้สอนมากับมือ “ภาพที่เป็นอยู่ของชาวเผ่าอาข่า อันที่จริงแล้วในเห็นของข้า ‘มิดะ’ ส่วนหนึ่งอาจจะมีเค้าโครงมาจาก ‘สาวเครือฟ้า’ อีกทีหนึ่ง”

“เป็นอย่างไรหรือจ๊ะพี่?”

“มันก็คือภาพลักษณ์ของสาวภาคเหนือ ที่ได้ถูกเสกสรรปั้นแต่ง โดยนิยามว่า เป็นสาวสวยที่โง่ อ่อนแอต่อโลก ถูกหลอกใช้ง่าย ที่บูชาความรักเป็นสรณะ” 

ทองทับเริ่มบรรเลงเพลงกล่อมทุกคน โดยได้บอกกล่าวสิ่งที่ตนรู้ให้ทุกคนฟัง โดยมุ่งเน้นไปที่เพลงขวัญ

ทางด้านเพียรตั้งแต่ถูกพูดแซะ หรือด่าอ้อม ๆ กระทั่งยามเมื่อทองทับได้เริ่มบรรเลงเพลงกล่อมคนอื่น ตัวของเขาไม่ได้ออกความคิดเห็นอะไรอีกเลย ได้แต่ปล่อยให้เสือเฒ่านั่น เปิดการแสดงของตนต่อไป

หลังจากเสร็จพิธีต้อนรับแล้ว ผู้ใหญ่บ้านก็ไปกล่าวขอบคุณทุกท่านที่ได้ให้ความร่วมมือตามปกติ ผู้คนก็เริ่มแยกย้ายกระจัดกระจายเดินไปพูดคุยโน่นนี่นั่น

เพลงขวัญเองก็กลับไปรวมตัวกับเพื่อนสนิทที่นั่งรออยู่ เธอกลับไปรายงานข่าวที่ตัวเองไปสืบเสาะมาอย่างละเอียด อีกทั้งยังบอกด้วยว่า “ทองทับดูแล้วเป็นหนุ่มใหญ่…ที่ดูมีความรู้” อีกทั้งตำแหน่งหน้าที่การงานก็ไม่เลว ถึงขั้นดีมาก ๆ เลย

ด้วยเพราะคนที่จะทำงานกับพ่อค้าหน้าเลือดอย่างเพียรได้ จะต้องเป็นคนที่เก่งในระดับหนึ่ง เธอเองสัมผัสได้บ่อยไป โดยเฉพาะพวกทนายความในบริษัทนี่ชั้นเลิศกันทั้งนั้น ซึ่งมีแต่คนอยากสมัครเข้าบริษัททนายความของเพียร

จึงทำให้ลูกน้องส่วนใหญ่มักจะเป็นทนายความ เพราะนอกจากว่าบริษัทของเจ้าตัวจะรับออกแบบความตายแล้ว ก็ยังมีบริษัททนายความขนาดใหญ่ตั้งแยกไว้ต่างหาก

เพื่อใช้ในการจัดการมรดก หรือเรื่องอื่น ๆ เนื่องจากสิ่งเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับกฎหมายแทบจะทั้งนั้น

เธอเองก็เป็นหนึ่งในผู้บริหารของบริษัทที่ได้แขวนชื่อเอาไว้ แต่ว่ากลับเข้าไปประชุมงานบ่อยมากกว่าเจ้าของเสียอีก

...…

ลานสาวกอด หรือลานพลอดรัก อันที่จริงแล้วก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลก หากแต่ว่ามันก็ได้ถูกบรรยายมาให้มันเกินจริงมากไปนิดหน่อย ก็คล้ายกับงานวัดเมื่อทั้งสองความชอบพอกันขึ้นมา ก็อาจจะนัดไปทำเรื่องอย่างว่ากัน ณ บริเวณใดบริเวณหนึ่งรอบ ๆ วัด

ลานสาวกอด หรือลานกิจกรรมแห่งนี้ก็เป็นเช่นกัน อาสาสมัครที่ส่วนใหญ่จะเป็นบรรดาชายหนุ่มโสดต่างก็ถูกล้อมรอบไปด้วยหญิงสาวจากชนเผ่าต่าง ๆ ที่เข้ามาจีบ

จำต้องยอมรับว่ายุคสมัยมันได้เปลี่ยนไปแล้ว หญิงสาวชนเผ่าไม่ได้หน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่แต่อย่างใด บางคนก็สวยหยาดฟ้าไปเลย น้อยมากที่จะใช้เครื่องประทินโฉม หากจะใช้ก็แต่งบาง ๆ พอเป็นพิธี นั่นย่อมมัดใจหนุ่ม ๆ ภายในตัวเมืองได้อย่างง่ายดาย

ทางด้านผู้ชายในชนเผ่าก็ไม่ต่างกัน แต่ละคนก็ออกไปชักชวนสาวพูดคุย ดูคล้ายจะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ หลังจากจัดพิธีต้อนรับหรืองานตอนกลางคืนขนาดใหญ่เช่นนี้ ถือเป็นเวลาที่จะเลือกคู่ครอง

ตัวเจ้าขุนนั้นก็มีพวกสาว ๆ มารุมล้อมอยู่มากมาย ซึ่งแต่ละคนก็พูดได้เลยว่าเป็นสเปกของตนทั้งนั้น ชายหนุ่มไม่ได้ปฏิเสธใครเลย ครั้นเมื่อมีหญิงสาวนำผ้าพันคอที่ถัดขึ้นมามอบให้ เขาก็คลี่ยิ้มรับไว้ พลางกล่าวขอบคุณ

ดวงตาของเขาเปี่ยมล้นไปด้วยความสุข ยามเมื่อมีหญิงสาวแรกรุ่นเข้ามาห้อมล้อม นั่นจึงทำให้เขารู้สึกว่าตนเหมือนเป็นคนพิเศษ 

สิงห์ร้ายที่เห่อเหิม ซึ่งกำลังหลับใหลอยู่ภายในร่างของบรรดาชายหนุ่ม ในคณะก็ค่อย ๆ ถูกปลุกสัญชาตญาณแห่งการล่า ขึ้นมาทีละเล็กทีละน้อย…

ทั้งสี่คนยืนอยู่บนที่สูง ยามเมื่อมองลงไปที่เนินด้านล่าง ต่างก็เห็นดอกรักที่กำลังค่อย ๆ ผลิบาน ชายหนุ่มหญิงสาวที่ถูกใจกันต่างก็แลกเบอร์โทรศัพท์ซึ่งกันและกัน

บริเวณนี้อบอุ่นไปด้วยความรัก จนเพียรเอ่ยปากบอกว่า “การเพิ่มประชากรของประเทศเราถ้ามีลานกิจกรรมแบบนี้มาก ๆ เข้าไม่ต้องกลัวจะเป็นสังคมสูงวัยอีกต่อไป…” 

เพียรจำต้องยอมรับว่าวิธีการแบบนี้มีข้อดีมาก ๆ นั่นก็คือให้ชายหนุ่มหญิงสาวได้พบปะกันแบบเจอหน้า

หากจะมองให้มันเป็นยุคสมัยใหม่ ที่นี่ก็ไม่ต่างอะไรจาก ‘แอปหาคู่’ ที่หนุ่มสาวในกรุงฯ ต่างก็ใช้หาแฟนหาคู่ครองกัน หากแต่รูปของแต่ละคนก็ผ่านมาหลายแอป จนพอไปเจอตัวจริงกลับกลายเป็นว่า…มันไม่ใช่!

บุญกองหันไปมองโกโก้ที่เดินติดกับพวกเขาเป็นเงาตามตัว ก่อนถามขึ้นว่า “ไอ้โก้นี่เองไม่ไปเที่ยวจีบสาวกับเขาบ้างรึ?”

โก้เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง “พี่บุญถึงอย่างไรฉันก็ต้องออกไปเห็นโลกกว้าง พอเข้ามหาลัยแล้วเดียวฉันก็เจอคนสวย ๆ อีกมาก จะรีบร้อนไปทำไมกัน…” เด็กหนุ่มกอดอกพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม พอทบทวนคำพูดตัวเองก็ลอบพยักหน้าในใจ

หางคิ้วของบุญกองกระตุกขึ้นมาทันที ก่อนด่าออกไปว่า “ไอ้เด็กโง่…”

แน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นบนลานกิจกรรมเพียรกับทองทับเอง ก็สังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้คนธรรมดาไม่อาจค้นพบ


ไหน ๆ มาอยู่ภาคเหนือแล้วจัดเต็มเสียหน่อย ส่วนตอนหน้าวิชาการนิดหน่อยครับ… แฮะ ๆ