LNCrawler

นกภูตทูตปรากฏ!

หออาชาไนย : พ่อค้าความตาย — novel.dek d.com · All chapters

นกภูตทูตปรากฏ!

ตอนที่ 34 นกภูตทูตปรากฏ!

 

“ข…ขนาดนั้นเลยเหรอพี่!” บุญกองอุทานด้วยความตกใจ โกโก้เองก็เหงื่อโทรมกายไม่แพ้กัน

“ไอ้โก้เอ็งเห็นคนตายที่นี่เขาเผาศพกันหรือเปล่าล่ะ?” ชายหนุ่มแสยะยิ้ม

“ม…ไม่มีจ๊ะพี่ มีแต่ฝัง…ตายแล้วฝังอย่างเดียว บางทีฉันก็เห็นฝังกองทับรวมกัน!” โกโก้กอดแขนบุญกองขณะที่พูด

“นี่จึงเป็นความคิดที่ค่อนข้างจะสุดโต่ง ดังนั้นในบางครั้งจึงต้องใช้หลักของศาสนาพุทธเข้ามาอธิบายในบางเรื่อง ศาสนาผีนั้นเชื่อว่า เมื่อคนตาย…แต่ขวัญไม่ตาย พอกลายเป็นผี แล้วถูกเรียกว่า…ผีขวัญ เรียกสั้น ๆ ว่าผี”

ชายหนุ่มสองคนขนลุกชัน

“ผีประเภทที่สอง ซึ่งหากว่าจะอธิบายด้วยมุมมองของพุทธแล้ว พวกมันก็คือสิ่งที่กำเนิดขึ้นมาแบบ ‘โอปปาติกะ’ ส่วนเรื่องที่ไม่เชื่อในเรื่องอื่น ๆ ตามที่ข้าได้กล่าวมาข้างต้นแล้ว นั่นต้องบอกก่อนว่าเป็น ‘ศาสนาผีแบบดั้งเดิม’ พอยุคสมัยเปลี่ยนผันพวกผีก็จำต้องปรับตัวเช่นกัน…”

“ศาสนาผีในปัจจุบันนั้น แทบจะถูกกลืนกินด้วยศาสนาพุทธของพวกเรา หรือจะพูดว่ามันถูกผสมผสานเข้าไปด้วยกัน เรื่องสุดโต่งที่ว่ามาค่อย ๆ ถูกอธิบายด้วยกฎง่าย ๆ อย่างกฎอนิจจัง และความเชื่ออื่น ๆ นั้นก็ถูกอธิบายด้วยหลักพระธรรมของพุทธะ ซึ่งถือเป็นอกาลิโก”

ทองทับสำทับขึ้นว่า “ถูกต้องดังนั้นในหมู่บ้านนี้ อาจจะมีผีอยู่สองประเภทตามที่ไอ้เพียรมันบอก แต่สำหรับพวกเอ็งยากที่จะจำแนกมันได้…”

โกโก้สงสัยและเอ่ยปากถามขึ้นมาทันที “แล้วผีพวกไหนมันเก่งกว่ากันหรือจ๊ะพี่ทอง?”

“นั่นแน่ะไอ้หนู นี่เอ็งจะเลือกข้างงั้นรึ?” ทองทับหัวเราะร่า ถึงเวลาที่เขาจะต้องดับรัศมีของไอ้เด็กสารเลวข้างกาย เพราะมันอธิบายเยอะจนเกินไป

“แรกเริ่มเดิมที ‘ผีขวัญ’ จะมีฤทธิ์มากกว่า แต่ว่า ‘ผีวิญญาณ’ มีศักยภาพในการพัฒนาที่สูงกว่า จนเวลาผ่านไปเนิ่นนานมันก็บอกได้ยากแล้วว่าใครเก่งกว่าใคร คงต้องให้ทั้งสองฝ่าย ตีกันเองสักยก ถึงจะบอกได้”

ทองทับเอามือไพล่หลังวางมาดของนักเล่าเรื่อง

“อีกทั้งเรื่องนี้มีความสัมพันธ์กับควันธูปมากยิ่งนัก ไอ้โก้…ตอนนี้เผ่าไหนมีคนเยอะที่สุด แล้วเผ่าไหนมีคนน้อยที่สุด?”

โกโก้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบไปว่า “เผ่าไทใหญ่มีคนเยอะสุด เพราะเปิดกว้างที่สุด ส่วนเผ่าอื่น ๆ ก็ไล่เรียงกันมา มองดูแล้วเท่า ๆ กันจ้ะพี่ทอง”

“ถ้าอย่างนั้นก็ให้คิดไว้ก่อนเลยว่า ‘ผีบรรพชนเผ่าไทใหญ่’ ก็น่าจะมีฤทธิ์มากที่สุด เพราะรู้จักที่จะปรับตัว อันนี่ต้องดูที่วิสัยทัศน์ของพวกลูกหลานแล้ว…”

บุญกองเอ่ยปากถามบ้าง “ล…ลูกพี่หมายถึงพวกผู้นำชนเผ่าเหรอจ๊ะ?”

“เออทั้งสองนั่นแหละ ผู้นำชนเผ่าก็ส่วนหนึ่ง ผีบรรพชนก็ส่วนหนึ่ง เพราะเวลาจะสื่อสารอะไรกันก็มักจะพูดผ่าน ‘ร่างทรง’ ที่เป็นผู้หญิงซึ่งโดยมากแล้วมักจะเป็นหัวหน้าชนเผ่า ดังนั้นในวัฒนธรรมชนเผ่า ‘ผู้หญิงจึงเป็นใหญ่’ และก็เป็นผู้นำ” ทองทับพูดขึ้น

“ตั้งแต่โบราณมาในประวัติศาสตร์ของพวกชนเผ่า พวกผู้หญิงนั้นเป็นเจ้าของบ้านและที่ดิน ส่วนพวกผู้ชายเป็นได้แค่คนพักอาศัย ในประเพณีการแต่งงานนั้นเป็นเครื่องชี้และบ่งบอกถึงสถานะ เช่น เจ้าสาวแปลว่านาย ส่วนเจ้าบ่าวแปลว่าข้ารับใช้”

“นี่มันหงส์เหนือมังกรที่แท้จริง!” บุญกองเอ่ยปากแซวพอนึกถึงตำนานของคนจีน

“ก็เออน่ะสิ จากหลักฐานที่เคยพบในประเพณีนี้ ผู้ชายต้องไปเป็นข้ารับใช้บ้านผู้หญิง รอว่าเมื่อไหร่ผู้หญิงเขาจะรับเป็นผัว มีอะไรกันได้ มีลูกกันได้…แต่ไม่รับเป็นผัว จนกว่าฝ่ายพ่อฝ่ายแม่จะพอใจ บางคนก็รอนานถึง 15 ปีแน่ะ ถึงจะได้ยอมรับเป็นผัว และถึงได้แยกตัวไปปลูกเรือนใหม่” ทองทับพูดกลั้วหัวเราะ

เพียรเอ่ยแขวะ “โอ้โห้ว…มันจะทรมานอะไรขนาดนั้น!” เขาไม่มั่นใจตาเฒ่านี่ปรุงเสริมเติมแต่งจนเกินความพอดีหรือเปล่า

“เฮ้ย! เรื่องนี้ข้าเจอมากับตัวเชียวนะ ทำเป็นเล่นไป” ทองทับยักคิ้วหลิ่วตา ท่าทางยกตนข่มท่าน สายตามองไอ้เด็กน้อยด้อยประสบการณ์อย่างหยามเหยียด

“แต่เดี๋ยวนี้คงไม่มีให้เห็นแล้วแหละ เพราะถ้าเผ่าไหนไม่ปรับตัว พวกเขยแต่งเข้าก็จะพากันหนีหายหมด เวลาใครจะแต่งงานกับเผ่าไหนมันก็แอบไปสืบเสาะกันใช่มั้ยล่ะไอ้โก้?” เขาหันไปสบสายตากับลูกสมุนหมายเลขสอง

“ใช่จ้ะ…ปกติแล้วเพื่อนฉัน ถ้ามันถูกใจสาวบ้านไหน มันจะไปถามพวกรุ่นพี่ที่แต่งเข้าไปในเผ่าก่อน เดี๋ยวนี้เผ่าไหนขี้เหนียวพวกผู้ชายก็เลือกเหมือนกัน!” โก้บอกเล่าประสบการณ์ตามที่ตนเคยได้พบมา

“เห็นมั้ยล่ะ!” ทองทับเอานิ้วโป้งเช็ดจมูก เป็นเชิงว่าข้าเจ๋งใช่ไหม…

เพียรก็ได้แต่ปล่อยไปเลยตามเลย “เอาเป็นว่าพวกเอ็งรู้แค่นี้ก็พอ ประเดี๋ยวรู้เยอะเกินไปมันจะนอนไม่หลับเอา!” หลังจากนั้นตัวเขาก็พาทุกคนเดินกลับบ้าน…

……

ในระหว่างที่จัดกิจกรรมเต้นรำอยู่นั้นเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น!

ภายในเผ่าแต่ละเผ่าพวกบรรดาผู้เฒ่าผู้แก่ ต่างก็มาประชุมกันในที่นัดหมายของแต่ละชนเผ่า พวกเขาเริ่มทำการบวงสรวง ก่อนเชิญบรรพชนประทับที่ร่างทรง

ร่างทรงในปัจจุบันไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นหัวหน้าเผ่าอีกต่อไปแล้ว พวกเขาหาเด็กสาวที่มีร่างกายเหมาะสำหรับการเป็นภาชนะแทน เพื่อให้ติดต่อกับผีบรรพชนได้ง่าย

แต่ก่อนนี้ปัญหาก็คือเมื่อเข้าทรงปรากฏว่า สติของหัวหน้าเผ่าจะไม่รับรู้เรื่อง ด้วยเพราะคนที่ทรงร่างอยู่โดนยึดร่างกายไป ส่วน ‘ขวัญ’ ก็หลบไปอยู่ในซอกมุมใดมุมหนึ่ง ภายหลังจึงเกิดเป็นปัญหาของเรื่อง ‘ฤๅษีแปลงสาร’ ที่ถูกปรุงแต่งใหม่โดยพวกผู้เฒ่าที่รับฟังคำสั่ง

ร่างทรงของทุกชนเผ่าแทบจะประทับร่างกันในเวลาไล่เลี่ยกัน

ณ เผ่าลีซู ศาลเจ้าประจำหมู่บ้าน ซึ่งเรียกว่า “อาปาโหม่ฮี”

“พวกมึงเรียกกูมามีอะไรเกิดขึ้นอีกรึ!” เสียงที่คล้ายหญิงชราสูงวัยดังออกมาจากปากของหญิงสาววัย 15 ปี

คราวนี้หญิงชราผู้เป็นหัวหน้าเผ่าลีซู พูดขึ้นว่า “ท่านบรรพชนพวกข้าพบกับนกหัสดีลิงค์แล้วเจ้าข้า!”

“เป็นเรื่องจริงรึ?” น้ำเสียงตะลึงพรึงเพริดดังขึ้น

“ข้าพเจ้าเป็นคนตรวจสอบพบด้วยตัวเอง ไม่ผิดแน่เจ้าข้า อีกทั้งพวกยายเฒ่าเผ่าอื่น ๆ ก็ยืนยันตัวด้วยเช่นกัน…” เธอคือหญิงชราที่เอ่ยปากเรียกเพลงขวัญในวันนั้น

หลังจากนั้นทั้งชนเผ่าก็เตรียมพูดคุยปรึกษาหารือกัน สำหรับแผนการและเรื่องอื่น ๆ ไหน ๆ บรรพชนก็ทรงร่างสักที จึงหาเรื่องมาปรึกษาให้มาก ๆ หน่อย

ที่ชนเผ่าอื่น ๆ ยามเมื่อได้ยินรายงานของลูกหลานตน พวกผีบรรพชนต่าง ๆ ก็เริ่มเรียกชื่อสัตว์วิเศษตัวนี้ออกมาในทำนองเดียวกัน และเริ่มประชุมปรึกษาหารือกันในทันที!


สอบถามหน่อยครับ เนื้อเรื่องมันไม่ได้ตึงเครียด หรือวิชาการจ๋าไปใช่มั้ยครับท่านนักอ่าน