LNCrawler

ผ่าตัดตา

หออาชาไนย : พ่อค้าความตาย — novel.dek d.com · All chapters

ผ่าตัดตา

ตอนที่ 2 ผ่าตัดตา

 

เด็กน้อยบางคนก็ทำหน้ายู้ จวนเจียนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ จนบรรดาผู้ปกครองก็ต้องงัดไม้ตายของแต่ละคนออกมาใช้ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะหนีไม่พ้นของกินของเล่น เพื่อที่ชักจูงเบี่ยงเบนความสนใจของบรรดาเจ้าตัวแสบทั้งหลาย

บรรดาเด็กน้อยส่วนใหญ่ก็เปลี่ยนจากหน้ายับยู่ กลายมาเป็นยิ้มแฉ่ง เดินแกว่งไม้แกว่งมือนำทางไปเองโดยไม่ต้องมีใครมาลากจูง

ผู้ปกครองส่วนใหญ่ก็พยักหน้าทักทายให้กันอย่างสนิทสนม เพราะด้วยหมู่บ้านนี้ อยู่กันอย่างครอบครัวจริง ๆ ไม่เหมือนหมู่บ้านใหญ่แห่งอื่น ที่พอแปรสภาพมาเป็นหมู่บ้านเกิดใหม่แล้ว ก็พากันต่างคนต่างอยู่ ยิ่งนานยิ่งกลับกลายเป็นว่า…ตัวใครตัวมัน

แต่ดูเหมือนในหมู่บ้านแห่งนี้ กลับแตกต่างออกไป เพราะบรรดารุ่นพ่อรุ่นแม่ก็สนิทสนมกันเป็นอย่างดี อาจเป็นเพราะอยากจะช่วยสานสัมพันธ์กับคนในแวดวงอื่น ๆ เพื่อพยายามหาเส้นสายทางอาชีพการงานให้กับครอบครัวของตน

ในขณะที่เพื่อน ๆ ทยอยจากไป กลับมีเด็กน้อยฟันหลอคนหนึ่งกำลังเล่นม้าหมุน พลางโบกไม้โบกมือด้วยท่าทีร่าเริง พร้อมตะโกนบอกเพื่อน ๆ ว่า “พรุ่งนี้เจอกัน!”

แน่นอนเสียงที่ตอบกลับมา คล้ายจะเป็นเหมือนสัญญาใจของบรรดาเด็ก ๆ ก็ต่างพูดในประโยคเดียวกันว่า “แน่นอน” หรือไม่ก็ “เออไว้เจอกันนะ”

หลังจากโบกมือลาส่งเพื่อน ๆ ทุกคนจากไป เด็กน้อยก็ยิ้มแฉ่ง รู้สึกเหมือนว่าวันนี้ตนเองทำภารกิจลุล่วง จึงส่ายหัวไปมาอย่างพึงพอใจ…

จนคุณแม่วัยสาวเดินเข้ามาหาลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ที่กำลังโยกศีรษะไปมาอย่างสุขอารมณ์ และเริ่มพูดว่า “แล้วเราละจะกลับได้หรือยังจ๊ะ?” เธอฉีกยิ้มกว้าง พร้อมกับบีบแก้มอ่อนนุ่มที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินโคลน

“ขอหมุนอีกรอบหนึ่งนะแม่นะ…” เด็กน้อยรู้ดีอยู่แล้วว่าแม่ตนเองมายืนคอยอยู่นานแล้ว ซึ่งดูเหมือนแทบทุกวันก็จะเป็นอย่างนี้ เว้นก็เสียแต่วันที่มีธุระเร่งด่วนจริง ๆ ถึงจะมาอุ้มตนเองออกไปตรง ๆ เลย

“พอแล้วลูกจ๋า…นี่กลับไปดูแม่แมวดีกว่ามั้ย? ประเดี๋ยวแม่แมวไม่มีคนดูแลเอานะ!” เธอเริ่มชักจูงเด็กน้อยด้วยวิธีการของตัวเอง

เจ้าเด็กน้อยพอคิดถึง ‘แม่แมว’ ที่ตั้งแต่ตนเกิดมาก็อยู่คลอเคลียใกล้ชิดสนิทสนมกันมาตลอด ก็ยอมหยุดม้าหมุนแต่โดยดี จากนั้นก็รีบจูงมือแม่ พาเดินตรงกลับเข้าบ้านในทันที

ระหว่างทางก็ยังไม่ลืมถามคำถามเดิม ๆ “แม่จ๋า…แม่แมวจะกลับมาเป็นปกติอีกทีเมื่อไหร่เหรอ?”

คุณแม่สาวสวยก็ยิ้ม ๆ ตอบกลับไปว่า “ก็ใกล้หายแล้วนะ…อิงจากที่คุณหมอเขาบอกน่ะ”

เด็กน้อยเดินตุปัดตุเป๋ กอดอกของตัวเอง พร้อมพูดอย่างเป็นห่วงว่า “แม่แมวจะกลับมามองเห็นอีกครั้งใช่ มั้ยจ๊ะแม่…”

“นี่หนูถามครั้งที่เท่าไหร่แล้วเนี่ยฮะ?” เธอลูบหัวลูกชายด้วยความเอ็นดู พร้อมกับตอบคำถามลูกชาย “ไม่ต้องห่วงหรอกน่าคุณหมอที่ผ่าตัดตา เขาก็บอกหนูแล้วไงว่าไม่กี่วันก็หายดีแล้ว”

เด็กน้อยพยักหน้าหงึก ๆ ภายในใจครุ่นคิดว่า “ถ้างั้นรีบกลับไปให้ถึงบ้านไว ๆ หน่อยจะดีกว่า ประเดี๋ยวจะไปเล่นเป็นเพื่อน ‘ลูกแมว’ ที่พึ่งเกิดใหม่มาได้เดือนกว่า ๆ” ทดแทนในส่วนของแม่แมวที่กำลังพักรักษาอาการอยู่…

“งั้นเดี๋ยวหนูรีบไปหาแม่แมวก่อนนะ…” พอพูดจบประโยค เด็กน้อยก็วิ่งพุ่งตรงกลับบ้านในทันที

เสียงตะโกนไล่หลังดังขึ้นว่า “ช้า ๆ หน่อยลูก นี่…อย่าลืมอาบน้ำก่อนนะ ถึงค่อยไปหาแม่แมว” เธอยิ้มเจื่อน แต่ก็เข้าใจได้ ด้วยเพราะตั้งแต่ลูกชายของเธอเป็นทารก ก็ถูกแม่แมวคอยประกบอยู่ข้างกายไม่ห่างไปไหน

เรียกได้ว่าแมวตัวนี้กลายเป็นพี่เลี้ยงของลูกชายเธออีกคน…ก็ไม่เกินเลย เพราะตอนอยู่บ้านก็คอยประกบซ้ายประกบขวา

และยิ่งตอนนี้ด้วยแล้ว มีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นมาอีก 3 ตัว ซึ่งก็ไม่รู้ว่าแมวแสนรักของเธอแอบไปทำลูกกับแมวบ้านอื่นตอนไหน

ดังนั้นพอเธอพบว่าแมวตนตั้งท้องจึงดีใจมาก เพราะแรกเริ่มก็หวังให้ ‘ยัยแมวตัวแสบ’ ของเธอคลอดสมาชิกเพิ่มอยู่นานแล้ว แต่เจ้ากรรมไม่รู้ติดปัญหาอะไรถึงได้ถ่วงเวลาการคลอด การหาคู่มานานจนไม่กี่เดือนก่อนถึงตั้งท้องขึ้น

เด็กน้อยมาถึงบ้านก็รีบวิ่งตะบึงเข้าไปอาบน้ำทันที เพียงแต่ไม่ถึงนาทีก็วิ่งออกมาเสียแล้ว ทำเอาคนเป็นแม่ที่เดินตามมาถึงทีหลังเอ็ดไปอีกรอบ

“เจ้าตัวแสบ แบบนี้เขาไม่เรียกว่าอาบน้ำจ้ะ เขาเรียกว่าวิ่งผ่านน้ำ!” เธอพูดเสียงขึ้นจมูก อารมณ์ระคนขำขันกับพฤติกรรมของลูกชาย

“ดูสิ คราบดินมันยังเปรอะอยู่เลยเนี่ย…กลับไปอาบน้ำใหม่เดี๋ยวนี้! ถ้าไม่งั้นแม่อาบให้แล้วอย่ามาบ่นว่านานนะ” พอถึงจุดนี้เธอก็เท้าเอว ก้มตัวสบสายตากับเจ้าตัวแสบ

เด็กน้อยที่เห็นแม่ชี้คราบดิน ก็จำต้องยอมจำนนด้วยหลักฐาน ยืนยิ้มสู้ทนฟังแม่บ่น ก่อนที่จะหมุนตัวกลับเข้าไปอาบน้ำใหม่แต่โดยดี…

หลังจากที่ได้ขัดสีฉวีวรรณตัวเองใหม่อีกครั้ง เด็กน้อยก็เดินยิ้มร่ามาโอ้อวดแม่ คล้ายต้องการจะได้รับคำชมเชย ซึ่งแน่นอนว่าเด็กน้อยย่อมสมปรารถนา เพราะแม่ตนเอ่ยคำชมไปรอบหนึ่ง จึงทำท่ายืดอกพร้อมยิ้มยิงฟันใส่แม่อย่างภาคภูมิใจ ทั้งยังได้รับอนุญาตให้ขึ้นไปหาแม่แมวแล้วด้วย

ในห้องที่ตกแต่งด้วยสีโทนอ่อน บนพื้นวางเรียงรายไปด้วยของเล่นแมว ในห้องก็จัดสัดส่วนไว้ได้อย่างเป็นระเบียบ ไม่ว่าจะเป็นพวกบรรดาอาหารเม็ด อาหารสำหรับลูกแมว หรือจะเป็นสิ่งของอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงต่างก็มีครบครัน

เด็กน้อยแสนซนเปิดคอกแมวออก เพื่อเข้าไปหาสมาชิกใหม่ของบ้าน ที่พึ่งคลอดและลืมตาดูโลกได้ไม่นาน พร้อมเลียนเสียงร้องเหมียว ๆ เอ๊ว ๆ สลับกันไป

เนื่องจากถูกแม่สั่งห้าม ไม่ให้เข้าใกล้เล่นกับเจ้าเพื่อนใหม่ สามตัวมากนัก เพราะกลัวว่าแม่แมวจะขยับเขยื้อน เข้ามาดูเพราะเป็นห่วงลูก ๆ ของมัน

ตนจึงถูกกำชับนักหนาว่าให้ผ่านช่วงนี้ไปก่อน ยังมีเวลาให้เล่นอีกเยอะ จึงได้ย้ายไปดูอาการฝั่งของแม่แมวแทน

“แม่แมวอาการเป็นอย่างไรบ้าง” เด็กน้อยรู้สึกไม่ค่อยคุ้นชินกับคำเรียกเท่าไหร่ เพราะแต่ไหนแต่ไรมา ก็เรียกว่า ‘พี่เดือน’ อยู่ตลอด ๆ จนกระทั่งมีลูกแมวมาใหม่ ตนจึงคิดเรียกคำใหม่ว่า ‘แม่แมว’ แทนเสียเลย

เด็กน้อยยื่นมือไปสะกิดแม่แมว ที่กำลังนอนพักผ่อนอยู่ ภายในใจก็ครุ่นคิดอะไรไปเรื่อย

เนื่องจากว่าแม่แมวพึ่งจะถูกพาไปผ่าตัดครั้งใหญ่เมื่ออาทิตย์ก่อน ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้มีอาการผิดปกติแต่อย่างใด แต่ปรากฏว่าหลังจากคลอดลูกกลับมีปัญหาขึ้นมาเสียอย่างงั้น?

โดยที่ดวงตาของแม่แมว เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่น คล้ายเมฆหมอกครอบดวงตาทั้งสองข้างเอาไว้ เพียงหนึ่งวันหลังจากคลอดลูก และด้วยความอาทรร้อนใจ เขาจึงรีบไปบอกพ่อกับแม่เกี่ยวกับอาการของแม่แมวที่เกิดขึ้น

ดังนั้นทั้งครอบครัวจึงหอบกระเตงบรรดาแมว เพื่อเข้าไปหาหมอในทันที

ที่โรงพยาบาลสัตว์หมอก็ได้ตรวจดูอาการ และบอกว่าให้เดือนได้พักฟื้นอาการจากการคลอดลูกเสียก่อน แล้วค่อยนัดวันผ่าตัดใหญ่อีกทีหนึ่ง

เด็กน้อยได้ยินคุณหมอบอกว่า “แม่แมวเป็นโรคต้อกระจก และจำเป็นต้องผ่าตัดครั้งใหญ่”