ท้ายเล่มกับผู้เขียน ภาคที่ 6
ท้ายเล่มกับผู้เขียน ภาคที่ 6
ท้ายเล่มกับผู้เขียน
ภาคที่ 6 สัญญายมโลก
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาจนถึงหน้าสุดท้ายของภาคนี้ครับ
เมื่อหมึกบนเอกสารของ บริษัท สู่สุคติ จำกัด เริ่มแห้ง
เพียร รัตนะยูง ไม่ได้ยืนอยู่ในฐานะเด็กที่รอให้ผู้ใหญ่เข้ามาแก้ปัญหาให้อีกต่อไป
เขามีกิจการ มีเครือข่าย มีคนทำงานร่วมกัน และมีสัญญาของวิญญาณหนึ่งพันดวงรอให้ดำเนินการให้สำเร็จ
ภาพเด็กหนุ่มในชุดนักศึกษาซึ่งกำลังลงนามบนกระดาษ จึงเป็นบทสรุปของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ
เพียรเริ่มใช้ระบบแทนการลงมือทุกอย่างด้วยตนเอง
แต่การมีระบบไม่ได้หมายความว่าเขาเข้าใจโลกของผู้ใหญ่ทั้งหมดแล้ว
ตลอดการเดินทางที่ผ่านมา เพียรมองเห็นโอกาสซึ่งคนอื่นมองข้ามอยู่เสมอ เขารู้ว่าของที่ไม่มีค่าในมือคนหนึ่ง อาจมีราคามหาศาลสำหรับอีกคน รู้ว่าข้อมูลสามารถเปลี่ยนเป็นอำนาจต่อรอง
และรู้ว่าความต้องการของผู้คนสามารถนำมาจัดระเบียบให้กลายเป็นกิจการได้
อย่างไรก็ตาม… โอกาสส่วนหนึ่งที่เขาคว้าไว้ได้สำเร็จ มีผู้ใหญ่ช่วยเปิดทางอยู่เบื้องหลัง
ดินสอช่วยมองกระดานให้ไกลกว่าเดิม ผู้มีอำนาจรอบตัวช่วยสร้างช่องต่อรอง และประสบการณ์ของคนรุ่นก่อนคอยป้องกันไม่ให้ความผิดพลาดของเขากลายเป็นหายนะทันที
จนกระทั่งเพียรเลือกลงสนามด้วยตนเอง
เมื่อเขาเป็นฝ่ายเปิดเกมในศาล เพียรกลับปล่อยเวลาให้อีกฝ่ายตั้งตัวและพลิกสถานการณ์ได้
ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากเพียรขาดปัญญา เขามองเห็นช่องทางได้เร็วกว่าคนจำนวนมาก เพียงแต่ยังไม่เข้าใจว่า การมองเห็นโอกาสกับการลงมือให้ทันจังหวะนั้นเป็นคนละเรื่องกัน
พุทธศาสนสุภาษิตประจำภาคกล่าวว่า
“อย่าปล่อยให้โอกาสดีผ่านไป”
เมื่อมองย้อนกลับไป สุภาษิตนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงคำยกย่องเด็กซึ่งมองทุกวิกฤตให้กลายเป็นกำไร แต่เป็นคำเตือนว่า โอกาสไม่ได้รอผู้ที่มองเห็นมันอยู่ตลอดไป
เรื่องราวจะเดินต่อไปใน หออาชาไนย ภาคที่ 7 หอฝึกอาชาไนย
เมื่อสิ่งที่เพียรต้องจัดการไม่ใช่เพียงเอกสารหรือผลประโยชน์ แต่เป็นชีวิตของคนจริง ๆ ปัญญาซึ่งเคยช่วยให้เขามองเห็นโอกาส จะเพียงพอสำหรับการพาคนเหล่านั้นเดินไปพร้อมกันหรือไม่
หลังอ่านจบ ผมอยากทราบว่า…
คุณคิดว่าความพ่ายแพ้ของเพียรในศาลสมเหตุสมผลไหม?
เพียงหนึ่งหรือสองประโยคก็มีความหมายครับ รีวิวของนักอ่านช่วยให้ผมเห็นว่า บทเรียนและการเปลี่ยนแปลงของตัวละครส่งไปถึงผู้อ่านได้มากเพียงใด และช่วยเปิดทางให้นักอ่านคนถัดไปก้าวเข้ามาในโลกของหออาชาไนย
หมึกบนสัญญาแห้งแล้ว
ป้ายบริษัทถูกแขวนขึ้นเหนือประตู
แต่แฟ้มคดีในศาลยังคงเปิดค้างอยู่
และจากอีกฟากหนึ่งของเมือง เสียงนกหวีดจากหอฝึกกำลังดังขึ้น
R. Lert (รสเลิศ)