ประตูสู่หออาชาไนย ภาคที่ 7
ประตูสู่หออาชาไนย ภาคที่ 7
ประตูสู่หออาชาไนย ภาคที่ 7
สูเกเรหิ สมักเกหิ พะยักโฆ เอกายะเน หะโต
“หมูทั้งหลายพร้อมเพรียงกัน ยังฆ่าเสือโคร่งได้ เพราะใจรวมเป็นอันเดียว”
‘หอฝึกอาชาไนย’ ไม่เคยขาดผู้แข็งแกร่ง!
ในแต่ละปีจะมีผู้ถูกจัดเป็นตัวอันตรายสูงสุดอยู่เสมอ อย่างเช่นปีนี้…
คนหนึ่งสามารถปลุกร่างภูตสายฟ้า
คนหนึ่งได้รับฉายาว่าแม่มดกิ้งก่าเพลิง
และอีกคนหนึ่งกลับถือครองศัสตราเทพ!
ทั้งสามถูกส่งแยกไปคนละวงแหวน เพื่อไม่ให้ผู้มีพลังอันตรายปะทะกันจนกลายเป็นสมรภูมิเลือดซึ่งแม้แต่ครูฝึกก็อาจระงับไม่ทัน
ระบบคัดกรองนี้ถูกใช้และปรับปรุงมาหลายรุ่น
จนกระทั่งผู้คุมกฎเปิดแฟ้มประวัติของมนุษย์ธรรมดาผู้หนึ่ง…
เขาไม่มีสายเลือดพิเศษ
ไม่ได้รับพรจากเทพ
และไม่มีอำนาจใดติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด
ทว่ารายงานข่าวกรองของเขากลับหนาราวกับอัตชีวประวัติ
วีรกรรมบนลานประลอง เครือข่ายในตลาดผี และสัญญายมโลกที่เขาสร้างไว้ ตอกย้ำให้เห็นว่าความอันตรายของเด็กคนนี้ ไม่ได้อยู่ที่พลังทำลายล้าง…
หากแต่อยู่ที่ ‘ปัญญา’
เมื่อเกณฑ์เดิมไม่สามารถจัดเขาไว้ร่วมกับใครได้ และการปล่อยให้เขาเข้าไปอยู่ท่ามกลางผู้มีพลังอันตรายคนอื่นอาจสร้างปัญหาเกินควบคุม ผู้ใหญ่จึงตัดสินใจเปิดวงแหวนที่ 4 ขึ้นมาเป็นการเฉพาะ
พร้อมรวบรวมผู้เข้าฝึกหนึ่งพันคนซึ่งถูกระบบจัดว่าอ่อนแอ
บางคนยังสร้างตาน้ำไม่ได้
บางคนมีสายเลือดเก่าซึ่งไม่เคยได้รับการฝึก
และบางคนพึ่งก้าวเข้ามาสู่โลกของผู้ฝึกเวทมนตร์
เป้าหมายไม่ได้มีเพียงการแยกเพียรออกจากวงแหวนอื่น แต่คือการใช้เขาฝึกคนหนึ่งพันชีวิตให้กลายเป็นกำลังซึ่งหอฝึกสามารถนำไปใช้งานได้
หากเพียรฝึกคนเหล่านั้นไม่ได้ ภาระหนึ่งพันชีวิตก็จะกลายเป็นโซ่ตรวนถ่วงรั้งเขาไว้เสียเอง
แต่เหล่าผู้คุมกฎอาจมองข้ามความย้อนแย้งของแผนการนี้
เพราะสำหรับพ่อค้าที่มองทุกอย่างเป็นโอกาส ไม่มีทรัพยากรใดบนโลกไร้มูลค่า
การมอบคนหนึ่งพันคนให้ผู้ที่อันตรายที่สุดดูแล ตกลงแล้วมันคือการสร้างโซ่ตรวน...
หรือเป็นการประเคนกองทัพให้เขาเริ่มสร้างกันแน่!?