LNCrawler

ลีลาของเสือเฒ่า

หออาชาไนย : พ่อค้าความตาย — novel.dek d.com · All chapters

ลีลาของเสือเฒ่า

ตอนที่ 40 ลีลาของเสือเฒ่า

 

ส่วนทางด้านปิ่นแก้ว เธอแอบไปนั่งพูดคุยกับทองทับอยู่สองต่อสอง ยามเมื่อได้พูดคุยก็เหมือนคนรู้จักกันมาเนิ่นนาน เพราะมีเรื่องให้พูดถึงได้ไม่หยุดหย่อน และไม่ว่าเธอจะชวนพูดคุยเรื่องไหนชายหนุ่มก็สามารถสนทนากับเธอได้หมด

ดูแล้วอีกฝ่ายเป็นคนที่มีความรู้ไม่ใช่น้อย เธอจึงเริ่มค่อย ๆ ไล่ถามถึงประวัติ หน้าที่การงานปัจจุบัน

ทองทับก็ตีบทโศกเล่าไปว่าตัวเองเรียนจบเพียงแค่ ม.6 เนื่องจากทางบ้านยากจน ดังนั้นตั้งแต่เด็กจึงขวนขวายหาสิ่งที่ต้องการมาด้วยตัวเอง ชายหนุ่มพูดบรรยายด้วยคำที่ไม่รุนแรง อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้สาวสวยได้พูดสอดแทรก เพื่อปลอบใจตน

และนี่เป็นลีลาเสือเฒ่าที่เรียกได้ว่าอาบน้ำร้อนมาก่อน หลังจากนั้นตัวเขาก็เล่าเรื่องของตัวเองตั้งแต่เมื่อหลายสิบปีก่อน ที่เต็มไปด้วยการฝ่าฟันสู้กับชีวิตอย่างทรหด…

เรื่องที่เขาเล่ามานั้นเป็นความจริงเกือบทั้งหมด แต่ก็แค่เพียงเปลี่ยนให้มันดูสู้ชีวิตมากขึ้นกว่าเดิม เป็นเพราะเขาจับจุดอ่อนจากคำพูดของหญิงสาวได้ จึงนำมันมาประยุกต์ใช้งาน

ซึ่งอันที่จริงประสบการณ์ที่เขาได้พบเจอ มันก็แทบจะเหนือกว่าคนในรุ่นเดียวไปไกลลิบ

ทั้งสองฝ่ายพูดคุยกันไปมาอยู่นาน จนกระทั่งหญิงสาวตาปรือเผลอเอนกายซบลงบนไหล่ของชายหนุ่มข้างกาย ใบหน้าของเจ้าหล่อนยังคงเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม

ทองทับได้แต่ปล่อยเลยตามเลย เขาจ้องมองไปยังฟากฟ้าท่ามกลางหมู่ดาวนับล้านดวงที่ลอยอยู่บนนั้น มันคอยส่งแสงจาง ๆ ลงมายังบริเวณที่ตนเองนั่ง นั่นจึงทำให้ดูสว่างไปด้วยแสงดาวมากเป็นพิเศษ

รอกระทั่งเวลาผ่านไปเนิ่นนาน ทางปิ่นแก้วจึงได้ลืมตาตื่นขึ้นมา เธอรู้สึกเขินอายอยู่บ้างเล็กน้อย “ข…ขอโทษด้วยค่ะ” หญิงสาวพูดเสียงแผ่วเบา

“ไม่เป็นไรเลยครับ…” ชายหนุ่มคลี่ยิ้มอบอุ่นเป็นการตอบกลับ จากนั้นเขาก็เอื้อมมือไปเสยผมบริเวณแก้มของหญิงสาว พลางจ้องมองแก้มนวลเนียนที่สาดสะท้อนต้องกับแสงไฟและแสงดาว ทำเอาหญิงสาวหัวใจเต้นตึกตัก ยามสายตาของทั้งคู่จ้องประสานกัน

หากแต่เป็นทองทับที่ตัวเขาผินหน้าหนี ชายหนุ่มมาดแมนพยายามทำตัวสำรวม คล้ายกับไม่กล้าจ้องสบตาเธอให้นานไปมากกว่านี้ อีกทั้งใบหน้าของเขายังขมวดคิ้วเล็กน้อย แลดูไม่มั่นใจคล้ายกำลังลังเลอะไรบางอย่าง

ซึ่งปิ่นแก้วมองเห็นได้จากด้านข้าง นั่นจึงทำเอาฝ่ายหญิงถึงกับจ้องมองอย่างสงสัยใคร่รู้ “เป็นอะไรไปหรือคะ…คุณทอง?”

“ป…เปล่าครับ ผมก็แค่…” ทองทับทำท่ากระอักกระอ่วนอย่างมีมาด เขาพยายามแสร้งทำท่าเป็นดั่งบุรุษในนิยายที่ต้องตาพบรักกับดอกฟ้า แต่ไม่อาจที่จะเอื้อมไปถึง ด้วยเพราะกลัวว่าตนจะฉุดรั้งให้เธอลงมาเกลือกกลั้วบนพื้นดิน…

เขาพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “คุณหมอไปอาบน้ำก่อนดีไหมครับ พรุ่งนี้เช้าเห็นว่ายังจะต้องลุยงานอีกเยอะเลย…”

ครั้นเมื่อเห็นชายหนุ่มไม่ตอบ เธอก็ใคร่สงสัยจึงลองถามขึ้นอีกครั้ง “คุณทองมีเรื่องอะไรกังวลใจหรือเปล่าคะ เล่าให้ปิ่นฟังได้นะ…” หญิงสาวถามอย่างสงสัยใคร่รู้ เพียงแต่ว่าชายหนุ่มพยายามบ่ายเบี่ยงไม่ตอบ

รอจนกระทั่งเธอตื๊อไม่เลิกเขาถึงได้สารภาพความจริง “ค…คือว่าผมชอบคุณปิ่นมาก ๆ แต่ขณะเดียวกันผมก็กลัวครับ…” เขาลากเสียงประโยคหลังสั้นเล็กน้อย

ปิ่นแก้วก็คลี่ยิ้มสดใสยามเมื่อได้ยินคำสารภาพรัก เธอจึงจ้องมองไปยังใบหน้าของชายหนุ่ม ก่อนถามขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ดูคล้ายกับว่าจะเดาอะไรบางอย่างได้ “คุณกำลังกลัวอะไรหรือคะ?”

“ผมกลัวก็แต่เราสองคนอาจจะไม่เหมาะสมกัน…” ชายหนุ่มหันไปจ้องสบตา ก่อนจะพูดต่อไปว่า “คุณเป็นหมอมีหน้าที่การงานที่ดี แถมการศึกษาก็ดี อยู่ในสังคมที่ดี ส่วนตัวผมนั้น…” เขาเว้นวรรคไว้ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าอย่างจนใจ

เธอสัมผัสได้ถึงความจริงจังและความจริงใจของอีกฝ่าย ผ่านทางดวงตาซึ่งมันเปี่ยมล้นไปด้วยประสบการณ์คู่นั้น พร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า “ใครบ้างที่ไม่เคยทำผิด แต่ทว่าทำผิดแล้วจะรู้จักแก้ไข หรือว่าทำให้มันดีขึ้นกว่าเดิมหรือเปล่า ตอนนี้คุณได้ทำหรือยังคะ?”

ชายหนุ่มหันไปสบตา พร้อมกับคว้าจับมือทั้งสองข้างของเธอมากุมไว้ “ผมกำลังทำอยู่!”

ปิ่นแก้วเอ่ยปากถามขึ้น “ถ้าอย่างนั้นแล้วคุณจะกลัวอะไร?” ขณะเดียวกันสายตาของเธอ ก็จ้องเข้าไปยังแววตาคู่นั้นไม่หลบหนี คล้ายจะต้องการเค้นเอาคำตอบ

ทองทับลูบไล้ที่ใบหน้าหญิงสาวอย่างไม่รู้ตัว พร้อมเอ่ยปากขึ้น “คุณคือฟ้า…ทรายคือฉัน ไม่มีวันใกล้กัน ห่างกันไกลแสนไกล ห่างจนใจไหวหวั่น ดั่งฟ้าและแผ่นทราย…”

ละครพลอดรักบทนี้ถูกแอบมองดูโดยชายหนุ่มทั้งสอง

เพียรพูดพลางกัดฟันกรอด “ผีเฒ่าน่าตายนี่…สมควรไปสมัครเล่นละครเวที!”

และคืนนี้เอง คำพูดของทองทับก็ประเดประดังเข้ามา ในห้วงความคิดของทางปิ่นแก้วไม่หยุดหย่อน

เพลงขวัญเอ่ยปากสอบถามเพื่อนสาวที่พลิกกายไปมา “เป็นอะไรพี่ปิ่น…หลงรักเขาเข้าให้แล้วเหรอ?”

เธอลุกขึ้นก่อนพูดว่า “อื้อ…” เธอนิ่งเงียบไปสักพักหนึ่งก่อนพูดว่า “ฉันคิดว่าฉันรักเขาว่ะแก!”

เพลงขวัญหยั่งเชิงถาม “แน่ใจแล้วเหรอ…ใช้สัญชาตญาณผู้หญิงแล้วหรือยัง?”

“ร้อยเปอร์เซ็นต์…ใช้ไปจนหมดเกลี้ยงแล้ว เขาก็คือคนที่ใช่สำหรับฉัน!” ดวงตาของเธอแพรวพราว ยามเมื่อนึกถึงใบหน้าอันหล่อเหลา เรือนกายที่กำยำล่ำสัน พร้อมกับดวงตาดุจดาวฤกษ์คู่นั้น ยามเมื่อจ้องเข้าไปภายในนัยน์ตาคู่นั้นมันสว่างสดใส พลันก่อให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นและพึ่งพาได้แก่เธอ

“แกคิดว่าถ้าฉันรับรักอีกฝ่าย…มันจะดูใจเร็วไปไหม?” ปิ่นแก้วถามขึ้น

เพลงขวัญครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบ “อันที่จริงมันก็ถือว่าเร็วนะ…แต่มันก็ไม่ได้เป็นตัวการันตีว่าในอนาคตพี่กับพี่ทองทับจะอยู่กันไม่รอด เพราะคนที่คบหาดูใจกันมานาน แต่งงานมีลูกแล้วก็แยกย้ายกันเยอะแยะไป”

“ก็จริงเนอะ…” ปิ่นแก้วคลี่ยิ้มอย่างอารมณ์ดี ก่อนที่จะเท้าคางเหม่อมองท้องฟ้าในยามค่ำคืน หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งเธอจึงพูดว่า “งั้นพรุ่งนี้ฉันจะตอบรับรักอีกฝ่าย!”

เธอขมวดคิ้ว…ก่อนเปลี่ยนใจ “ไม่สิฉันจะบอกคืนนี้เลย!”

“หา! อารมณ์แปรปรวนไปหรือเปล่าเนี่ยพี่?” แต่ดูคล้ายคำพูดเธอจะเป็นเสียงลมพัดผ่านหู อีกฝ่ายหาสนใจแต่อย่างใด รีบส่งข้อความนัดทองทับออกมาพูดคุยกันในชุดนอน

ทองทับยามเมื่อเห็นอีกฝ่ายส่งข้อความมาหา จึงคลี่ยิ้มสดใส ก่อนจะเดินลงมาจากรถ…

“มีอะไรหรือครับคุณหมอ…” ทองทับยังไม่ทันที่จะพูดจบ ก็ถูกหญิงสาวคล้องคอลงมา เธอไม่รอช้าเริ่มประกบริมฝีปากเข้ากับชายหนุ่มทันที

ส่วนทองทับก็ไม่ได้เหนียมอาย เขาก็ให้ความร่วมมือกับคุณหมออย่างเต็มที่ สองมือของเขาจับเอวคอดกิ่วของเจ้าหล่อนไปพลาง ๆ

แน่นอนว่าทั้งสองคนบนรถ เพียรและบุญกองต่างเห็นฉากนี้ พวกเขาศึกษาเรื่องนี้อย่างสนอกสนใจ นั่นย่อมรวมไปถึงเพลงขวัญด้วย

“ถ้าคุณเป็นแฟนฉันแล้วจะไม่ทิ้งไปใช่มั้ย?”

“สาบานด้วยเกียรติของลูกผู้ชาย…”

ดวงตาสดใสของเธอจับจ้องไปยังชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า เจ้าตัวกำลังคลี่ยิ้มสดใสพร้อมกับกางนิ้วมือทั้งสามในท่าสาบาน ปิ่นแก้วพูดต่อว่า “ถ้าอย่างงั้นนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไปเราเป็นแฟนกันนะ…”

“คิดดีแน่แล้วนะ?” ทองทับเอ่ยปากถาม

หญิงสาวก็พยักหน้ารับ “คิดถี่ถ้วนแล้ว!” เธอพูดยืนยัน

ทองทับไม่ลังเลที่จะเอ่ยปาก “งั้นคืนนี้เราไปนอนด้วยกันไหม?” เขาใช้นิ้วโป้งชี้ไปที่รถอีกคันซึ่งยังว่างอยู่ แน่นอนว่าทุกคนย่อมได้ยิน เพราะแง้มหน้าต่างเปิดกันไว้อยู่

ปิ่นแก้วก้มหน้าเอียงอาย เธอไม่พูดแต่กลับจูงมือชายหนุ่มเดินไปที่รถบ้านแทน หากแต่ติดตรงที่มันเปิดประตูรถไม่ได้ ทำเอาเธอใบหน้าแดงก่ำ ส่วนทองทับก็พยักพเยิดส่งสัญญาณให้กับเพียร

ทางเพียรก็คลี่ยิ้ม ก่อนที่จะโยนกุญแจไปให้ลูกพี่ตน “ตามสบาย…”

ครั้นเมื่อได้ยินใบหน้าของปิ่นแก้วก็แดงก่ำยิ่งกว่าเดิม ดังนั้นยามเมื่อเปิดประตูรถได้แล้ว เธอจึงรีบเดินเข้าไปในรถอย่างรวดเร็ว ส่วนทางด้านทองทับก็โบกไม้โบกมือให้รถทั้งสองคัน และเริ่มขึ้นไปจัดการบรรเลงเพลงรักกับแม่ยอดดวงใจ

ชายหนุ่มหญิงสาวที่เป็นโสดมานาน จึงอดอยากปากแห้งอยู่ไม่ใช่น้อย โชคยังดีที่รถเก็บเสียงได้อย่างมิดชิด เพราะทั้งคู่บรรเลงเพลงรักกันอย่างหนักหน่วง เรียกได้ว่าตลอดทั้งคืน

……

ช่วงเช้าตรู่ประมาณตีห้าครึ่ง ทางคุณหมอปิ่นแก้วก็เดินลงมาจากรถ ใบหน้าเธอแลดูอ่อนเพลียเล็กน้อย หากดวงตานั้นแต่งแต้มไปด้วยความสุข เพราะรสรักเมื่อคืนมันหอมหวานสำหรับเธอมาก…

เธอจัดการโยกย้ายข้าวของมาไว้ในรถคันที่สาม ซึ่งจะใช้อาศัยอยู่กับแฟนแน่นอนว่าเธอย่อมสามารถใช้คำนี้ได้เต็มปาก หรือจะเรียกให้มากกว่านี้ก็ไม่เกินเลย

เพลงขวัญยามเมื่อเห็นรุ่นพี่อ่อนเปลี้ยเพลียแรง ก็หัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ ก่อนจะเริ่มเอ่ยปากถามถึงเหตุการณ์เมื่อคืน หญิงสาวทั้งสองสนทนากันอยู่พักหนึ่ง

ไม่นานคุณหมอก็เดินลงมาจากรถพร้อมกับกระเป๋าสัมภาระ เธอจัดแจงทุกอย่างบนรถคันที่สามใหม่ทั้งหมด จากนั้นก็นอนหลับปุ๋ยไปบนอ้อมกอดของคุณสามี…

ทองทับก็โอบกอดเธออย่างอบอุ่น กระทั่งเริ่มใช้พลังเวทประคบประหงม เพื่อให้แม่ยอดดวงใจนอนหลับสนิท รุ่งเช้าจะได้มีแรงลุกขึ้นไปทำงาน