งานประชุมผีแห่งหมู่บ้านสิบวิถี
งานประชุมผีแห่งหมู่บ้านสิบวิถี
ตอนที่ 41 งานประชุมผีแห่งหมู่บ้านสิบวิถี
ประมาณเจ็ดโมงเช้าเพลงขวัญก็มาเคาะรถเรียกปิ่นแก้ว เจ้าตัวที่นอนอยู่ในอ้อมกอดก็บ่นสาวรุ่นน้องเล็กน้อยให้ทองทับฟัง ก่อนจะเดินลงจากรถไปพูดคุย และเริ่มขึ้นมาอาบน้ำอาบท่า…
คุณหมอทั้งสองเมื่อเตรียมตัวเสร็จก็รีบพุ่งตรงไปยังเต็นท์ประชุม เพื่อเตรียมการในวันนี้โดยวันนี้แผนกเธอจะต้องออกไปตรวจเยี่ยมครรภ์ตามบ้านเรือน ซึ่งเธอนึกขึ้นได้ก็ชักชวนให้ทองทับรับหน้าที่เป็นผู้ช่วยอยู่ข้างกาย
เพลงขวัญแซวในระหว่างที่เดินไปว่า “นี่…ไม่อ่อนแรงบ้างเลยเหรอ?”
“ฮึ…อ่อนแรงบ้าอะไรกัน แบบนี้เขาเรียกว่าเติมพลังย่ะ!” ปิ่นแก้วใบหน้าอวบอิ่ม แต้ยิ้มตลอดทาง ตอบกลับอย่างอารมณ์ดี
“อ๋อ…เติมพลัง” เพลงขวัญทำเสียงเล็กเสียงน้อย หยอกล้อเพื่อนไปตลอดทาง
ส่วนทางบุญกองก็ไปเอ่ยปากประจบสอพลอลูกพี่ตน “ลูกพี่จ๋า…มีวิชาอะไรเด็ด ๆ ทำไมไม่บอกฉันบ้างเล่า?” สองมือเขาสับไหล่อีกฝ่าย คล้ายเด็กสับเยี่ยวตามผับบาร์
ทองทับเลิกคิ้วอย่างดูถูก “ข้าก็บอกไปแล้ว…ของแบบนี้มันอยู่ที่คารมโว้ยไอ้หนู!”
บุญกองเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เขาทำท่าฉงนสงสัย ก่อนจะบ่นกระปอดกระแปดอยู่นานสองนาน จึงหันไปถามพี่เพียรแทน
“ลูกพี่ของเอ็งไม่ได้ใช้เวทมนตร์จริง ๆ เรื่องนี้เป็นความจริง นี่เขาเรียกว่าลีลาเสือเฒ่า!” เพียรยิ้มตอบ
พอได้รับคำชมทองทับก็กอดอกเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิ
ระหว่างที่จัดร้านอยู่เพียรก็เอ่ยปากถาม “สาบานไปแล้วอย่าได้ให้เสียเกียรติลูกผู้ชายนะลุง”
“เฮ้ย! ทองทับชื่อนี้การันตียี่ห้อ…” ทองทับพูดด้วยท่าทีเชิงหยอกล้อ หากแต่เพียรกลับจ้องมองมาที่เขาด้วยท่าทีจริงจัง
“ข้าพูดจริง ๆ ไม่ได้โกหก!” เขากล่าวหนักแน่น
“แล้วเรื่องแก้แค้นจะเอาอย่างไง?”
“ก็เจอก็แก้แค้น ไม่เจอก็ไม่แก้แค้น…ใช้ชีวิตให้มีความสุขแบบที่เอ็งบอก” ทองทับพูดไปตามที่ใจตนคิด
“ถ้าคิดอย่างงั้นได้ก็ดี…ติดคุกมานานใช้ชีวิตให้คุ้มดีกว่า!” เพียรคลี่ยิ้มออกมาให้เห็นในประโยคนี้ ตั้งแต่แรกที่ตาเฒ่านี่ได้ร่างกายคืนมา เขาก็เป็นห่วงมาโดยตลอดว่าอีกฝ่ายจะไปทำอะไรผลีผลามหรือเปล่า โชคดีที่ไม่เป็นเช่นนั้น
ทองทับก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเขาหลงกลไปติดกับดักไอ้หนูนี่หรือเปล่า แต่พอคิดเช่นนี้ถึงติดกับดักก็ถอนตัวไม่ได้เสียแล้ว อีกอย่างเป็นเพราะเขาหลงรักปิ่นแก้วไปหมดหัวใจจริง ๆ และเมื่อคืนเขาและเธอก็เข้ากันได้เป็นอย่างดี…
“วันนี้เราน่าจะเปิดร้านเป็นวันสุดท้าย เพราะคนในหมู่บ้านคนที่อยากจะมาทำก็ทำไปแล้วส่วนคนที่ไม่อยากทำจะบังคับให้มาทำนั้นมันก็ยาก…” เขาพูดกับบุญกองและทองทับ
“ก็ดี…วันนี้ข้าจะไปช่วยหมอปิ่นออกตรวจหน่อยนะ!” ทองทับเอ่ยปากบอกกล่าว
เพียรก็พยักหน้ารับ ก่อนจะครุ่นคิดขึ้นได้ “จะไปซ้อมใครก็เบา ๆ มือหน่อยล่ะ” หลังจากนั้นเขาก็ใช้เวทมนตร์ส่งเสียงไปยังทองทับโดยตรง บอกเล่าเรื่องแผนการของตนไป โดยไม่ให้เจ้าบุญกองมันได้ยิน
หลังพูดจบเขาก็จัดแจงข้าวของเตรียมเปิดร้าน วันนี้โกโก้ไปเข้าคิวหาหมอ จึงเหลือเพียงแค่พวกเขาสองคนที่ตั้งร้าน ส่วนทองทับเพียรไม่เคยคาดหวังให้มาช่วย
……
ที่ศาลเจ้าของเผ่าลีซู
ผีเฒ่าโดนเรียกออกมาชี้หน้าด่ากราด “ผีเฒ่าเอ็งจะเล่าก็เล่าให้ข้าฟังไม่หมด เล่นทำเอาข้าเสียหน้าจะแย่ เอ็งรู้บ้างไหม…หา?” อันที่จริงแล้วตัวเขาก็ไม่ได้โกรธมากขนาดนั้น เพียงแต่ว่าต้องแสดงละครไปตามบทบาท
“สรุปแล้วเผ่าเอ็งนี่มีผีกี่ตัวกันแน่วะ แล้วไอ้พวกผีฟ้ามันอยู่ที่ไหน?” ทองทับเริ่มเปิดปากพูดเปิดโปงความลับที่มีเฉพาะคนระดับสูงของเผ่าถึงจะรู้ได้
อะมีมะสั่นเป็นเจ้าเข้า เพราะเพียงไม่ถึงวันอีกฝ่ายก็รู้ลึกไปถึงผีบรรพบุรุษตน เขาจึงไม่กล้าปิดบังอะไรอีกฝ่าย
“ข้าน้อยเป็นแค่ผีรุ่นใหม่เท่านั้นขอรับใต้เท้า ส่วนผีบรรพชนรุ่นเก่ากว่านั้นอาศัยอยู่ในป่า ส่วนพวกผีฟ้านั้นข้าน้อยไม่แน่ใจเลย พวกเราเพียงติดต่อกับอีกฝ่ายนาน ๆ ครั้ง ซึ่งหลายครั้งที่ผ่านมาอีกฝ่ายก็ส่งคำสั่งลงมาให้เราตามหานกหัสดีลิงค์…” อะมีมะเล่ายาวเหยียด
“เอ็งอยากจะไป ‘เมืองผี’ อีกมิติตามที่บรรพชนได้บอกกล่าวหรือเปล่า?” ทองทับเอ่ยเข้าประเด็น
“ถ้าหากไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ข้าน้อยก็คงอยากไปอยู่บ้างขอรับ เห็นว่าที่นั่นเต็มไปด้วยพลังงาน ซึ่งเหมาะสำหรับพวกเราให้ได้อยู่อาศัย…” ชายชราค้อมหลังพูด
“เฮอะ ๆ ไปรนหาที่ตายล่ะสิไม่ว่า…” ทองทับแสร้งทำเป็นลึกลับ เพราะเขาเองได้ฟังคำบอกเล่ามาจากไอ้หนูเพียรมัน จึงรู้สถานการณ์โดยรวมมากกว่า
ดวงตาของผีเฒ่าลุกวาว “เรียนใต้เท้าได้โปรดช่วยคลายฉงนให้ข้าน้อยด้วยเถิด!” เขาทำความเคารพตามแบบฉบับของเผ่าตน
หลังจากนั้นทองทับก็บอกกล่าวอีกฝ่ายไปตามตรง ซึ่งย่อมสร้างความตื่นตะลึงให้กับผีเฒ่าเป็นอย่างมาก ในมุมมองของบรรดาผีที่นั่นเปรียบเสมือนสวรรค์ก็ไม่ปาน เขาเริ่มสั่นเทิ้มไปด้วยความหวาดกลัว
ก่อนจะกราบคารวะคนตรงหน้า “ใต้เท้าถ้าเช่นนั้นได้โปรดเมตตาชนเผ่าเราด้วยเถิด!”
“งั้นก็ดีเลย ประเดี๋ยวเองไปติดต่อจัดการเปิดประชุมผีบรรพบุรุษของแต่ละชนเผ่าหน่อย ส่วนถึงเวลานั้นพวกข้าจะไปปรากฏตัวเอง และเรื่องที่ข้าเล่าก็เก็บไว้เป็นความลับ เอาไว้ต่อรองกับคนอื่น ๆ ได้” เขาใช้ทั้งไม้อ่อนไม้แข็งในการจัดการกับผีเฒ่า
โดยเฉพาะเรื่องนรกกับเมืองผี หากใช้ให้เป็นประโยชน์มันก็คือข่าวสารที่ต้องใช้เงินแลก
“ข้าน้อยผู้ต้อยต่ำกราบคำนับท่านไว้ ณ ที่นี้” ผีเฒ่าอะมีมะ ได้ทำความเคารพอย่างสูงสุดอีกครั้งหนึ่ง
ส่วนทองทับก็หายตัวไปจากบริเวณนั้น ใช้วิชาเหินฟ้าทะยานลมไปยังสถานที่เรียนพิเศษ โดยตรง หลังออกจากหมู่บ้านเขาก็ไม่ได้เก็บงำความเร็วตนเลย เพียงไม่กี่นาทีก็ได้มาปรากฏตัวอยู่ที่บนตึกอาคารหลังหนึ่ง
ทางด้านเพียรก็ได้ป่าวประกาศว่า…วันนี้ทำการเปิดร้านเป็นวันสุดท้าย ให้คนช่วยกันไปกระจายข่าวหน่อย ซึ่งก็ได้ผลดีทีเดียว ไม่นานก็มีคนมาเข้าคิวจนยาวเป็นหางว่าว
……
ทางโครงการเองวันนี้ก็ดำเนินการไปได้ด้วยดี ไม่ค่อยมีเรื่องติดขัด ส่วนห้องน้ำส่วนกลางก็สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ทางเจ้าขุนเมื่อภารกิจตัวเองลุล่วงก็ขอปลีกตัวไปพักผ่อน เขาบอกกล่าวกับพวกลูกน้องตามตรง จากนั้นก็ตรงไปที่บ้านของแม่ยอดดวงใจซอมพอ เช่นเดียวกันกับข้าวหมาก หรือหากจะให้พูดไปตามตรงแล้ว…
พวกผู้ชายในโครงการที่ยังโสดทั้งหมด ต่างก็แยกย้ายไปหาหญิงสาวที่ตนได้ทำการนัดหมายไว้…
หลังจากทองทับไปได้ไม่นาน หัวหน้าผีบรรพชนก็เรียกผีตัวอื่น ๆ ภายในศาลเจ้าออกมา และเริ่มปรึกษาหารือ พูดคุยเรื่องที่ได้ยินได้ฟังมา
ผีเหล่านี้ไม่ได้มีพลังอำนาจหรือควันธูปเท่าอะมีมะ นั่นจึงถูกแบ่งแยกตำแหน่งจากความแข็งแกร่งที่ใช้เป็นตัวกำหนด ตัวเขาเองจึงกลายเป็นคนที่ซวยที่สุด และก็เป็นคนที่โชคดีที่สุดเช่นกัน ที่ตนได้รับข้อมูลเหล่านี้ก่อนใครเพื่อน
จึงเริ่มให้ผีสาวเข้าทรงร่าง และเริ่มติดต่อกับทางหัวหน้าชนเผ่าลีซูโดยทันที เพียงไม่นานภายในห้องประชุมก็เต็มไปด้วยผู้เฒ่าผู้แก่ ซึ่งกำลังทำความเคารพแก่ผีบรรพชน ซึ่งหาได้ยากมากที่พวกตนจะถูกเรียกมาประชุมติด ๆ กัน
หญิงชราหัวหน้าเผ่ายกมือไหว้เหนือศีรษะก่อนจะพูดขึ้น “ท่านเจ้าข้า มีอะไรให้พวกอีฉันรับใช้หรือเจ้าคะ”
เด็กสาวเปล่งเสียงพูดแปลกประหลาดออกมา คล้ายมีพูดสองคน “พวกเอ็งจงไปติดต่อหัวหน้าเผ่าอื่น ๆ บอกว่าข้าต้องการจัดประชุมผีบรรพชนทุกชนเผ่า…ในคืนนี้!”
หัวหน้าเผ่าตกใจเล็กน้อย “ท่านเจ้าข้า…มีเรื่องอะไรร้ายแรงหรือไม่ พวกอีฉันจะได้รับมือถูก!” หญิงสูงวัยพูดด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
“เรื่องนี้มันเกี่ยวพันกับหลายฝ่าย รอให้เริ่มประชุมก่อนเดี๋ยวพวกเอ็งก็รู้เอง อะไรที่มันยังไม่ควรก็อย่าได้สู่รู้มากนัก!” เด็กสาววัยละอ่อนทำสีหน้าดุใส่หญิงชรา
“เจ้าข้า…ข้าพเจ้าจะไปทำตามบัดนี้” พอหญิงชรารับคำสั่งไป วิญญาณที่สถิตอยู่ในร่างทรงก็ค่อย ๆ ออกจากร่าง มอบกายคืนแก่ลูกหลาน
“พวกเรารีบส่งจดหมายออกไป ดูท่าคงจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น ส่วนสถานที่ประชุมก็ให้ใช้เป็นห้องประชุมกลางที่โรงเรียนด้านล่างก็แล้วกัน…” หญิงชราอีกคนหนึ่งพลันเอ่ยปากพูดขึ้น เธอได้พูดสรุปประเด็นและใจความ
หลังจากที่ทุกฝ่ายได้รับจดหมายของชนเผ่าลีซูก็แปลกใจอยู่บ้าง อันที่จริงหลายชนเผ่าต่างก็มีแนวคิดจะจัดประชุมอยู่แล้ว เรื่องของ ‘นกหัสดีลิงค์’ ที่ทางผีบรรพชนเบื้องบนได้สั่งการลงมา
เมื่อทุกคนคิดว่าเป็นเช่นนั้น จึงรีบติดต่อพวกผีบรรพบุรุษของตัวเองอย่างรวดเร็ว โดยที่ทุกคนเห็นพร้อมต้องกันว่าใช้ห้องประชุมกลางเป็นที่ประชุม
ในเผ่าไทใหญ่ ชายชราเอ่ยปากถามขึ้น “ท่านบรรพชนเราจะแบ่ง ‘นกงวงงา’ ให้กับคนเผ่าอื่น ๆ จริงหรือ?”
“มีแต่จะต้องแบ่ง ไม่เช่นนั้นคงได้เกิดสงครามเป็นแน่!” เสียงแปร่งหูดังออกมาจากหญิงสาวคนหนึ่ง
“น่าเสียดายถ้าเราเก็บไว้เอ็งได้ก็คงจะดี” หัวหน้าเผ่าถอนหายใจพูด พลางส่ายหัวอย่างไม่ค่อยจะยินยอม
ในชนเผ่าอื่น ๆ คำพูดในลักษณะคล้าย ๆ กันนี้ปรากฏขึ้นเช่นเดียวกัน พวกผีบรรพชนรู้ว่าคนในเผ่าต่างไม่ยินยอม แต่หากเกิดการต่อสู้ขึ้นมาเป็นพวกเขาที่ต้องลงมือต่อสู้!
ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเกิดการเจรจาอย่างสันติ และในเมื่อเผ่าลีซูออกหน้าแล้วก็ให้อีกฝ่ายแบกรับไป เพราะว่าการจะเป็นคนกลางเปิดประชุมไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะทำให้คนอื่นยอมที่จะโอนอ่อนผ่อนตาม
ดังนั้นทุกเผ่าจึงได้จัดเตรียมกำลังออกมาทั้งหมด ยกเว้นไว้เพียงแค่เผ่าลีซูที่จะส่งคนในศาลไปเข้าร่วมเท่านั้น ไม่ได้ตามเข้าไปในป่าลึก