ท้ายเล่มกับผู้เขียน ภาคที่ 7
ท้ายเล่มกับผู้เขียน ภาคที่ 7
ท้ายเล่มกับผู้เขียน
ภาคที่ 7 หอฝึกอาชาไนย
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหอฝึกอาชาไนยมาจนถึงหน้าสุดท้ายของภาคนี้ครับ
เมื่อเริ่มต้น พวกเขาถูกเรียกว่า ‘วงแหวนลูกหมู’
เป็นชื่อดูแคลนผู้เข้าฝึกซึ่งยังสร้างตาน้ำไม่ได้ ไม่มีสายเลือดโดดเด่น ไม่มีศัสตราเทพ และไม่มีคุณสมบัติมากพอจะถูกจัดให้อยู่ร่วมกับผู้อื่น
ในสายตาของคนอื่น พวกเขาคือภาระ เป็นเพียงฝูงสัตว์ที่รอถูกส่งเข้าโรงเชือด…
ทว่าเมื่อนำคำว่า ‘หมู’ มาเติมไม้เอก ความหมายย่อมเปลี่ยนไป
จากสัตว์ตัวหนึ่ง กลายเป็นกลุ่มคน
จากผู้เข้าฝึกที่ถูกโยนมารวมกัน กลายเป็นผู้ที่เริ่มรักษาแถว รับผิดชอบคนข้างกาย และเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน
เพียรไม่ได้ปิดบังเจตนาเรื่องการตั้งชื่อกองกำลังว่า ‘กองพันสิบหมู่’
ชื่อนั้นรับมาจากสำนักช่างสิบหมู่ อันเป็นรากฐานสำคัญในชีวิตของเขา ขณะเดียวกันก็สะท้อนภาพคนสิบกองร้อย ซึ่งต้องนำความสามารถที่แตกต่างกันมาประกอบเข้าด้วยกัน
เพราะในสนามจริง ความเก่งของคนคนเดียวอาจช่วยให้รอดได้ชั่วคราว
แต่การพาคนหนึ่งพันชีวิตไปถึงปลายทาง ต้องอาศัยสิ่งที่มากกว่านั้น
พุทธศาสนสุภาษิตประจำภาคกล่าวว่า
“หมูทั้งหลายพร้อมเพรียงกัน ยังฆ่าเสือโคร่งได้ เพราะใจรวมเป็นอันเดียว”
เมื่อมนุษย์รวมกำลังกันอย่างมีระเบียบ รู้จักใช้ความแตกต่างของแต่ละคน และยอมส่งหน้าที่ให้ผู้ที่เหมาะสมที่สุด พลังที่ซ่อนอยู่ในคนธรรมดาย่อมถูกรีดเร้นออกมาได้ไกลกว่าที่ใครคนหนึ่งจะทำได้ตามลำพัง
เพียรเป็นผู้สร้างเงื่อนไขให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น
แต่เมื่อเขาถอนตัวออกจากสนาม กองพันสิบหมู่ยังสามารถส่งต่อการนำจากเมฆาไปสู่แผน เปลี่ยนกระบวนทัพ และยืนหยัดจนครบเวลาได้ด้วยตนเอง
นั่นคือช่วงเวลาที่คำดูแคลนถูกเปลี่ยนความหมายอย่างสมบูรณ์
พวกเขาไม่ได้ออกจากสนามในฐานะลูกหมูซึ่งรอถูกเชือดอีกต่อไป
พวกเขาออกมาในฐานะ ‘หมู่’ ซึ่งรู้แล้วว่า ต่อให้ไม่มีผู้แข็งแกร่งยืนอยู่ตรงกลาง คนธรรมดาก็ยังพากันไปถึงปลายทางได้!
สิ่งที่พวกเขาแลกมาจากภารกิจ 7 วันอันตราย ไม่ได้มีเพียงบาดแผลและความเหนื่อยล้า…
ยังมีคะแนนคุณความชอบจำนวนมหาศาล ซึ่งกำลังจะถูกเปลี่ยนเป็นตำรา ศัสตรา และรากฐานสำหรับเส้นทางต่อไป
เมื่อคนหนึ่งพันชีวิตพิสูจน์แล้วว่าพวกเขาสามารถยืนอยู่เป็นหมู่ได้ สนามต่อไปจึงไม่ใช่การทดสอบว่าพวกเขาจะรวมตัวกันสำเร็จหรือไม่
แต่เป็นการแย่งชิงว่าสิ่งที่จะนำมาเสริมเขี้ยวเล็บให้หมู่ซึ่งพึ่งถือกำเนิดขึ้นนี้?
เรื่องราวจะเดินต่อไปใน หออาชาไนย ภาคที่ 8 เทศกาลล่าสัตว์
เมื่อคะแนนคุณความชอบถูกนำเข้าสู่ตลาดประมูล เพียรจะเปลี่ยนผลจากการยืนหยัดร่วมกันให้กลายเป็นรากฐานแบบใดสำหรับกองพันสิบหมู่
หลังอ่านจบ ผมอยากทราบว่า…
ช่วงเวลาใดทำให้คุณรู้สึกว่า ‘วงแหวนลูกหมู’ ได้กลายเป็น ‘กองพันสิบหมู่’ อย่างแท้จริง
เพียงหนึ่งหรือสองประโยคก็มีความหมายครับ รีวิวของนักอ่านช่วยให้ผมเห็นว่า การเปลี่ยนแปลงของคนธรรมดากลุ่มนี้ส่งไปถึงผู้อ่านอย่างไร และช่วยเปิดทางให้นักอ่านคนถัดไปก้าวเข้ามาในโลกของหออาชาไนย
เสียงนับถอยหลังหยุดลงแล้ว
ลูกหมูซึ่งเคยถูกผลักไปอยู่ปลายแถว ได้เรียนรู้วิธียืนอยู่เป็นหมู่
ส่วนสิ่งที่หมู่นั้นร่วมกันแลกมา...
กำลังรอถูกตีราคาในตลาดประมูล
R. Lert (รสเลิศ)