ข้อมูลจักรวาล ชุดที่ 7
ข้อมูลจักรวาล ชุดที่ 7
ข้อมูลจักรวาลหออาชาไนย ชุดที่ 7
ระบบการคัดเลือกและโครงสร้างการฝึก
หอฝึกอาชาไนยเปรียบเสมือนนครทหารเวทมนตร์ ซึ่งเป็นประตูด่านแรกของผู้ที่จะก้าวเข้าสู่โลกเวทมนตร์
การจะเข้ามายังสถานที่แห่งนี้มีกฎเกณฑ์ที่ถูกวางไว้อย่างเข้มงวด โดยแบ่งแยกตามช่วงอายุ ต้นกำเนิดพลัง และพรสวรรค์อย่างชัดเจน
1. การรายงานตัวและการนำพา
เมื่อเยาวชนเข้าสู่ปีที่มีอายุ 15 ปี โดยนับตาม พ.ศ. มิได้นับจากวันเกิดจริง หากมีคุณสมบัติที่สามารถฝึกเวทมนตร์ได้ จะต้องเดินทางมารายงานตัวที่หอฝึกอาชาไนย คุ้งบางกระเจ้า
ในขั้นตอนนี้ กระทรวงเวทมนตร์จะส่งเจ้าหน้าที่จากหน่วยข่าวกรองที่เรียกว่า ‘ม้าเร็ว’ มาคอยประกบและนำทาง เพื่อป้องกันการหลบซ่อนหรือหลีกเลี่ยงการรายงานตัว
หากฝ่าฝืนไม่ยอมมารายงานตัว จะถูกออกหมายจับและตามล่าทันที
อย่างไรก็ตาม การมารายงานตัวเมื่ออายุ 15 ปี ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องเริ่มเข้ารับการฝึกในทันที
หลังจากผ่านการตรวจสอบและจำแนกประเภทแล้ว ผู้ที่มีพลังอันตรายหรือมีสถานะเป็น ‘ผู้สูงศักดิ์’ จะถูกส่งเข้ารับการฝึกทันที ส่วนผู้ฝึกเวททั่วไปจะได้รับการขึ้นทะเบียน ก่อนกลับมาเข้ารับการฝึกอย่างเต็มรูปแบบเมื่ออายุ 18 ปี
2. การจำแนกประเภทผู้เข้ารับการฝึก
สาเหตุสำคัญที่หอฝึกต้องแบ่งแยกผู้เข้ารับการฝึกออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือความแตกต่างทางด้าน ‘ต้นกำเนิดพลัง’
หากนำผู้ที่เกิดมาพร้อมพลังมหาศาลมาอยู่รวมกับผู้ฝึกเวททั่วไปตั้งแต่แรก ย่อมมีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายขึ้นได้
ด้วยเหตุนี้ ผู้เข้ารับการฝึกจึงถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
2.1 กลุ่มอายุ 15 ปี หรือ ‘เด็กเทพ’
ถูกเรียกว่า ‘ม้าสนาม’
ผู้เข้ารับการฝึกกลุ่มนี้คือพวกที่ถือกำเนิดมาพร้อมพลังพิเศษ และก่อให้เกิดปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติในยามลืมตาดูโลก
คนกลุ่มนี้จะถูกกระทรวงจับตามองเป็นพิเศษ และมีโอกาสน้อยมากที่จะหลุดรอดสายตาไปได้
ผู้สูงศักดิ์ทุกคนที่ถือกำเนิดขึ้นบนผืนแผ่นดินไทย จะต้องเดินทางมารายงานตัวและเข้ารับการควบคุมตามกฎของกระทรวง
นั่นเพราะคนกลุ่มนี้ถือเป็นภัยคุกคามขั้นรุนแรง หากปล่อยให้เติบโตขึ้นโดยไม่มีการควบคุมหรือฝึกฝนอย่างเหมาะสม
ด้วยเหตุนี้ นับตั้งแต่โบราณเป็นต้นมา ผู้สูงศักดิ์ทุกคนจึงถูกบังคับให้เข้ารับการฝึก
หลักสูตร 5 ปี
เมื่อเข้าสู่ปีที่มีอายุ 15 ปี พวกเขาจะต้องเข้าสู่ระบบฝึกแบบกินนอนประจำอยู่ภายในหอฝึกทันที
ปีที่ 1–2: เน้นการปรับพื้นฐาน ฝึกระเบียบวินัย และเรียนรู้เวทมนตร์เบื้องต้น
ปีที่ 3–4: เริ่มฝึกฝนเฉพาะทางตามสายพลัง ความถนัด และศักยภาพของแต่ละบุคคล
ปีที่ 5: เตรียมตัวสำหรับการสอบใหญ่และการออกไปปฏิบัติงานจริง
ในบางปี พวกเขาอาจต้องฝึกทำงานร่วมกับกลุ่ม ‘ม้าฝึกหัด’ แต่โดยมากแล้วจะถูกส่งไปฝึกงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ของกระทรวง
เว้นเสียแต่ว่าผู้ใหญ่ในกระทรวงจะจัดกิจกรรมพิเศษบางอย่างขึ้นมา…
2.2 กลุ่มอายุ 18 ปี
ถูกเรียกว่า ‘ม้าฝึกหัด’
ผู้เข้ารับการฝึกกลุ่มนี้มีจำนวนมากกว่า และมีความหลากหลายทั้งทางด้านเผ่าพันธุ์ ชาติพันธุ์ และที่มาของพลัง
โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 สายหลัก ดังนี้
สายสัญชาตญาณ
(กลุ่มสัตว์วิเศษจำแลง)
คนกลุ่มนี้มิใช่มนุษย์ธรรมดา แต่คือสัตว์วิเศษที่สามารถ ‘จุดไฟแห่งปัญญา’ จนได้รับสติปัญญา ตื่นรู้ในพลังเวทมนตร์ และสามารถจำแลงกายเป็นมนุษย์ได้
พวกเขาถูกเกณฑ์ให้เข้ามาฝึก เพื่อเรียนรู้การควบคุมร่างจำแลง และปรับตัวให้เข้ากับกฎเกณฑ์ของสังคมมนุษย์
ผู้ฝึกในสายนี้จะใช้สัญชาตญาณดั้งเดิมของเผ่าพันธุ์ผสานเข้ากับเวทมนตร์ มีตั้งแต่สัตว์วิเศษทั่วไป ไปจนถึงกรณีหายากอย่างพวกแมลงและสัตว์ขาปล้อง
สายสืบเชื้อและศรัทธา
(กลุ่มสายเลือดพิเศษและผู้ได้รับประทานพร)
กลุ่มมนุษย์ที่มีต้นกำเนิดของพลังชัดเจนและทรงพลัง แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
‘ผู้สืบสายเลือดพิเศษ’ เช่น ผู้สืบเชื้อสายจากตระกูลโบราณ หรือผู้มีสายเลือดผสม
และ ‘ผู้ได้รับพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์’ เช่น ผู้ที่ได้รับประทานพรหรือพลังอำนาจจากเทพเจ้าองค์ใดองค์หนึ่ง
สายสามัญ
(กลุ่มมนุษย์ธรรมดาผู้ตื่นรู้พลังในภายหลัง)
คนกลุ่มนี้ถือเป็นประชากรส่วนใหญ่ของหอฝึก
พวกเขาคือมนุษย์ธรรมดาที่ไม่ได้ถือกำเนิดมาพร้อมพลังพิเศษ แต่เกิดการตื่นรู้ในพลังขึ้นภายหลังจากสาเหตุบางอย่าง จนสามารถสัมผัสและใช้งานเวทมนตร์ได้
ม้าฝึกหัดทั้งสามสายจะเข้ารับการฝึกอย่างเข้มข้นภายในหลักสูตร 2 ปี เพื่อปรับพื้นฐาน ควบคุมพลัง และเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าสังกัดหน่วยงานต่าง ๆ ของกระทรวง
3. ระบบคุณความชอบ
‘คุณความชอบ’ เป็นหนึ่งในสกุลเงินหลักที่ทรงอำนาจและมีความสำคัญที่สุดภายในหออาชาไนย
มันถูกใช้เพื่อแลกเปลี่ยนสิทธิพิเศษบางอย่าง ซึ่งไม่สามารถซื้อหาได้ด้วยลูกแก้วแก่นเวทหรือเงินตราทั่วไป
ระบบนี้ถูกออกแบบขึ้นเพื่อกระตุ้นและวัดผลพลทหาร โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังต่อไปนี้
3.1 มูลค่าและกฎข้อบังคับของคุณความชอบ
แม้ภายในหอฝึกจะมีระบบเงินตราตามปกติ ได้แก่
100 เหรียญทองแดง = 1 เหรียญเงิน
100 เหรียญเงิน = 1 เหรียญทอง
100 เหรียญทอง = 1 ลูกแก้วแก่นเวท
แต่คุณความชอบไม่สามารถซื้อหาด้วยเงินตราเหล่านี้ได้โดยตรง
การจะได้รับคุณความชอบต้องเกิดจากการกระทำที่สร้างประโยชน์ การปฏิบัติภารกิจ หรือการแสดงความสามารถให้เป็นที่ประจักษ์เท่านั้น
กฎเหล็กที่สำคัญที่สุดของกระทรวงคือ…
‘ห้ามบังคับซื้อขายคะแนนอย่างเด็ดขาด!’
คุณความชอบไม่สามารถนำไปแลกเปลี่ยนกลับเป็นลูกแก้วแก่นเวทได้โดยตรงเช่นกัน
การแลกเปลี่ยนหรือโอนย้ายคะแนนทุกครั้งต้องเกิดจากความสมัครใจของผู้ถือครอง โดยมี ‘กองยุทธการและประเมินผลการฝึก’ หรือกองที่ 5 แห่งหน่วยที่ 1 เป็นผู้รับผิดชอบในการประเมินผลงาน คำนวณคะแนน และมอบรางวัล
*** ภายในหอฝึกแห่งนี้ คะแนนคุณความชอบหาได้ง่ายที่สุดแล้ว หากเรียนจบออกไป กว่าจะได้มาแต่ละแต้มนับว่ายากเอาการ ***
3.2 ช่องทางการนำไปใช้งาน
คุณความชอบเปรียบเสมือนกุญแจสำหรับปลดล็อกทรัพยากรระดับสูงของหอฝึก ได้แก่…
สิทธิ์การเข้าหอตำรา
นี่คือหนึ่งในเป้าหมายสูงสุดของพลทหาร เพราะต้องใช้คะแนนสูงถึง 5,000 คะแนน เพื่อแลกสิทธิ์เข้าหอตำราในเทอมที่ 3
ภายในหอตำรา กลไกของสถานที่จะเป็นผู้ตรวจสอบความเหมาะสม และช่วยกำหนดเส้นทางวิชาที่สอดคล้องกับผู้ฝึกแต่ละคน
หากต้องการเข้าถึงตำราในชั้นที่สูงขึ้น เช่น ตำราระดับ 2 ก็ยังจำเป็นต้องใช้คะแนนเพิ่มเติมอีกเป็นจำนวนมาก
การชำระค่าบริการพิเศษ
คุณความชอบสามารถใช้ชำระค่าบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกบางอย่างแทนเงินตราธรรมดาได้
เช่น การเช่า ‘ห้องจิตมายา’ สำหรับฝึกซ้อมยุทธวิธีภายในโลกเสมือนจริง
การใช้เป็นข้อต่อรองทางการเมือง
พลทหารสามารถใช้คะแนนเป็นเครื่องมือในการต่อรอง แลกเปลี่ยน หรือสร้างอิทธิพลภายในกองร้อยของตนเองได้
3.3 วิธีการได้มาซึ่งคะแนนคุณความชอบ
ระบบถูกออกแบบให้พลทหารต้องขวนขวายในหลายมิติ เพื่อสะสมคะแนนให้เพียงพอต่อเป้าหมายของตนเอง
การแข่งขันและภารกิจหลัก
ถือเป็นแหล่งกอบโกยคะแนนที่ใหญ่ที่สุด โดยมีหลักเกณฑ์ชัดเจน เช่น
ชนะอย่างสมบูรณ์แบบ: 500 คะแนน
ชนะตามปกติ: 300 คะแนน
เสมอ: 150 คะแนน
ภารกิจล้มเหลว: 50 คะแนน
โบนัสพิเศษทางยุทธวิธี
กองร้อยที่แสดงผลงานโดดเด่นจะได้รับคะแนนเพิ่ม เช่น
ใช้ยุทธวิธีดีเด่น: 150 คะแนน
ชนะอย่างเด็ดขาด โดยมีผู้เสียชีวิตน้อยกว่า 10%: 100 คะแนน
บรรลุภารกิจลับ: 50–150 คะแนน
พลิกเอาชนะคู่แข่งที่มีอันดับสูงกว่า: 100 คะแนน
วีรกรรมส่วนบุคคล
หากพลทหารแสดงความกล้าหาญ มีผลงานโดดเด่นเป็นพิเศษ หรือยอมเสียสละเพื่อช่วยเหลือเพื่อน จะได้รับคะแนนส่วนบุคคลตั้งแต่ 50 คะแนนขึ้นไปเข้าบัญชีโดยตรง
แม้ว่ากองร้อยของตนเองจะทำภารกิจล้มเหลวก็ตาม
งานจิตอาสาและวิชาการ
การทำคะแนนสอบวัดผลได้ดี หรือการเป็นจิตอาสาช่วยงานครูฝึก ก็สามารถสร้างคุณความชอบได้เช่นเดียวกัน
เช่น การช่วยเตรียมสนาม ช่วยงานภายในห้องปรุงยา หรือดูแลหอตำราสาขา
กิจกรรมทางเศรษฐกิจ
พลทหารสามารถผลิตยา อาวุธ หรือสิ่งของต่าง ๆ ไปวางขายภายใน ‘ตลาดพลทหาร’
นอกจากนี้ ยังสามารถรับจ้างเป็นคู่ซ้อม หรือรับภารกิจขนาดเล็กจากกระดานข่าว เพื่อแลกเปลี่ยนเป็นคะแนนคุณความชอบจากเพื่อนพลทหารด้วยกันได้