[เริ่มภาคที่ 8] ตลาดประมูลตำรา
[เริ่มภาคที่ 8] ตลาดประมูลตำรา
อวิททะสู มารวสานุวัตติโน
“คนเขลา ย่อมตกอยู่ในอำนาจของมาร”
[ ภาคที่ 8 ]
“เทศกาลล่าสัตว์!”
ตอนที่ 470 ตลาดประมูลตำรา
3 มิถุนายน พ.ศ. 2555
รุ่งอรุณสาดแสงแรกจับขอบฟ้า แต่สำหรับวงแหวนที่ 4 แล้ว มันคือรุ่งอรุณแห่งความเงียบงันอันน่าอึดอัด
ณ โอสถศาลาขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่ทั้งชั้นสองของอาคารเสริมพล บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นสมุนไพรฟื้นฟูพลังที่หอมเย็นสดชื่นปะปนกับกลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ
ทว่ามันกลับไม่สามารถกลบกลิ่นอายแห่งความอ่อนล้าที่จับต้องได้ ซึ่งหนักอึ้งอยู่ในอากาศราวกับผ้าห่มที่มองไม่เห็น เตียงรักษาจำนวน 995 เตียงได้ถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบแน่นขนัดไปทั่วทั้งชั้น
แสงสีฟ้าอ่อนจากเครื่องฟื้นฟูพลังเวท ส่องกระทบใบหน้าที่ซีดเซียวของผู้ที่หลับใหลไม่ได้สติ
มีหน้าอกที่กระเพื่อมขึ้นลงอย่างสม่ำเสมอเท่านั้น ที่เป็นสัญญาณว่าพวกเขายังคงมีชีวิตอยู่ ทีมแพทย์ถูกระดมมาจากทุกวงแหวน เพื่อมาเยียวยารักษาสภาพแผลอันเหวอะหวะ และอาการที่สาหัสของพวกเขา
ท่ามกลางภาพนั้น มีคนกลุ่มเล็ก ๆ ที่ดูอยู่ข้าง ๆ
เพียรยืนจิบกาแฟร้อน ๆ อยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ กลิ่นหอมขมของกาแฟคั่วสดนั้นตัดกลับกับกลิ่นสมุนไพรในห้องอย่างชัดเจน สายตาของเขาทอดมองไปยังภาพกองพันของตนที่นอนเรียงรายอยู่ด้วยแววตาที่เรียบเฉย
เขาสวมชุดพลทหารสีน้ำตาลอ่อนที่สะอาดสะอ้าน ราวกับพึ่งออกมาจากห้องพัก ไม่ใช่สนามรบที่นองไปด้วยเลือด
เมฆายืนพิงกำแพงอยู่ข้าง ๆ เพียร เขาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ราวกับไม่ได้ผ่านการต่อสู้มาเลย มีเพียงไอหมอกบางเบา ที่ลอยออกจากผิวของเขาเป็นระยะแล้วจางหายไปในอากาศ เขาหลับตาสัมผัสกับพลังที่พัฒนาขึ้น ‘วิชาวิถีน้ำ’ ของเขาพัฒนาจนถึงขีดสุดแล้ว
แถมพลังสายเลือด ‘ร่างภูตหมอก’ ก็ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์ ทำให้ร่างกายของเขาฟื้นตัวได้เร็วจนน่าเหลือเชื่อ แต่นั่นอาจจะเป็นเพราะได้รับน้ำทิพย์สายที่ 6 มาหล่อเลี้ยง ความเข้ากันได้นั้นมันมากเหลือประมาณ
ที่มุมหนึ่งของห้อง ธีระพันธ์กำลังยืนพิงผนัง บาดแผลบนร่างกายของเขาหายสนิทแล้ว ดวงตาที่เคยดุดันและเต็มไปด้วยจิตสังหาร มาบัดนี้เขากลับสงบนิ่งและมั่นคงขึ้นจากการปลุกสายเลือดนักรบโบราณอย่างสมบูรณ์
ส่วนกระท้อนก็นั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นไม่ไกลกัน ร่างกายกำยำของเขาดูผ่อนคลายและสดชื่นกว่าปกติด้วยซ้ำ
อีกจุดคือนำโชค สภาพของเขาก่อนหน้านี้รอแร่ปางตายเหมือนกัน เพียงแต่ถูกเพียรเอายายัดใส่ปากไปทำให้ฟื้นตื่นขึ้นมาสมบูรณ์ ‘ดวงดี’ กับ ‘ดวงแข็ง’ นั้นไม่เหมือนกัน ต่อให้ดวงดีแค่ไหนเจอฝูงตัวอ่อนขนาดนั้นเล่นงาน ก็ตายเอาได้
เพียรเอ่ยปากขึ้น “ไปกันเถอะ! มุ่งหน้าไปสู่หอคอยบัญชาการกันก่อน ‘ตลาดประมูล’ มันเปิดมา 2 วันแล้ว แต่ตำราว่ายังไม่ถูกนำออกมา ส่วนใหญ่จะนำคะแนนมาแลกเปลี่ยนกับสิ่งของกันเสียมากกว่า…”
……
ณ หอประชุมกลางถูกใช้เป็นค่ายกลเคลื่อนย้าย
ครูฝึกชาติหัวหน้ากองที่ 4 กำลังยืนรออยู่ เขากวาดสายตามองพวกเพียรทั้ง 5 คนด้วยแววตาที่ซับซ้อน ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจ
“จะไปกันแค่นี้หรือ? ไม่พาเพื่อนคนอื่น ๆ ไปเปิดหูเปิดตาบ้างหรือไง?” ครูชาติเอ่ยถาม
“มันก็แค่ ‘ตลาดประมูลตำรา’ ไม่ได้ไปรบใหญ่เสียหน่อยครับครูชาติ จะพาคนไปทำไมเยอะแยะ ปล่อยให้นอนพักกันนั่นแหละ เพียงแค่สี่คนนี้ก็พอแล้วครับ” เพียรตอบกลับแบบสบาย ๆ เขาเข้าไปยืนที่แท่นเวทีตามความเคยชิน
……
แค่ชั่วพริบตาพวกเขามาถึง สถานที่ทำการของ ‘กองขึ้นทะเบียนและธุรการ’ หรือรู้จักกันในนามของ ‘กองที่ 1’ มันถูกใช้เป็นสถานที่จัดลานประมูลกลางทุก ๆ ปี
หลายคนเรียกมันว่า ‘มหาลานประมูลกลาง’ สถานที่สำคัญ เป็นจุดเชื่อมต่อของทุกวงแหวนอีกจุดหนึ่ง นอกจากหอตำรา
ด้านนอกเป็นลานกว้างแบ่งเป็นซุ้มต่าง ๆ ที่ใครมาก่อนได้ก่อน แต่ละคนที่ต้องการคะแนนอย่างเร่งด่วนก็มาประกาศรับซื้อกันที่นี่ ใครที่อยากขายคะแนนคุณความชอบก็ทำได้เช่นกัน ราคาซื้อขายขึ้นอยู่กับความพึงพอใจ ห้ามบังคับทุกกรณี
“ใครมีคะแนนเหลือใช้บ้าง! สำนักจันทร์ส่องหล้ารับซื้อไม่อั้น แลกกับยันต์เสริมพลัง!” เสียงของนายหน้าค้าคะแนนดังขึ้นอย่างไม่เกรงใจ
มีพลทหารหลายนายเดินไปดูสินค้าเหล่านั้น พวกเขามีคะแนนเหลือมากมายจริง ๆ เพราะไม่ได้เซ็นสัญญากับใครทั้งสิ้น
“ขายข่าว…ข้าต้องการวัตถุดิบวิเศษ!” ชายอีกคนหนึ่งตะโกนขึ้น และดูเหมือนหลาย ๆ คนเลือกที่จะทำเช่นนี้ จนเกิดเป็นเสียงดังเซ็งแซ่
ลานกว้างนี้ถูกเรียกอีกชื่อว่า ‘ตลาดค้าคะแนน’ มันจะเป็นกลุ่มพลทหารส่วนใหญ่ ที่มีคะแนนไม่สูงพอจะสู้ราคาได้ บทบาทที่แท้จริงของพวกเขานั้นคือ ‘การที่นำคุณความชอบของตน’ มาเป็นสินค้า เพื่อแลกเปลี่ยนกับ ‘วัตถุดิบวิเศษ’ ที่ผู้เล่นหลักนำมาเสนอ
มันเป็นหนทางเดียว ที่พวกเขาจะสามารถสร้างศาสตราคู่กายชั้นยอดมาได้ ‘ในเทอมนี้’ พวกเขานั้นเลือกที่จะอดเปรี้ยวไว้กินหวาน หวังจะได้สิ่งของตามที่ใจปรารถนา แต่คนส่วนใหญ่ในที่นี้นั้นมาร่วมสนุกเสียมากกว่า
ส่วน ‘ผู้เล่นหลัก’ คือกลุ่มคนที่มีคะแนนสะสมในระดับสูงมาก และได้รับการสนับสนุนทรัพยากร จากตระกูลหรือสำนักของตนเอง คนพวกนี้มีไม่มากนัก ส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นหัวหน้ากองร้อยกันทั้งนั้น
หลังจากการเดินเกมการเมืองอันเฉียบขาดของเพียร มันได้ทำให้ระดับคะแนนคุณความชอบถูกยกขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ดังนั้นแล้วคะแนนส่วนใหญ่ จึงกระจุกตัวกับพวกลูกท่านหลานเธอทั้งนั้น
อันที่จริงตลาดควรจะคึกคักกว่านี้มาก พวกที่มีคะแนนอยู่ก็จะเอามาขายกันในชั่วโมงสุดท้าย นี่คือก่อนที่จะเข้าห้องประชุมนั้น
ที่ปลายทางคือโดมพลังงานโปร่งใส ซึ่งเบื้องบนฉายภาพหมู่ดาวจำลองที่เคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ สร้างบรรยากาศที่โอ่อ่าแต่กดดัน ใจกลางห้องคือ ‘เวทีประมูลกลาง’ ที่ยกสูงขึ้นเล็กน้อย รอคอยการเปิดฉากสงครามครั้งใหม่
ระหว่างนี้เสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยของคนนับพัน ดังก้องสะท้อนจนเกิดเป็นเสียงฮัมที่ทรงพลัง ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น สมาชิกเผ่าจันทราขย้ำฝัน หลายคนกำลังเคลื่อนไหวอย่างแนบเนียนในฝูงชน
พวกเขากำลังปล่อยข่าว ใครที่ไม่ชอบขี้หน้าใคร ย่อมต้องอย่างเตะถ่วงสกัดขาเป็นธรรมดา ทุกคนนั้นทำงานเป็นเครือข่ายส่งข้อมูลให้กับจงรักอย่างต่อเนื่อง เขานั่งหลับตาอยู่ที่มุมหนึ่งค่อย ๆ ควบคุมหมากไปทีละนิด ๆ
เพียรกับพรรคพวกเดินเข้ามาด้วยท่าทีนิ่งสงบ ไม่ได้เป็นจุดสนใจ พวกเขาดูไม่ได้แตกต่างไปจากคนอื่น ๆ นั่นอาจจะเป็นเพราะทุกคนล้วนสวมใส่เครื่องแบบเหมือนกันหมด
ในขณะเดียวกัน เพียรได้ส่งโทรจิตไปหาจงรักกับแตงไทย เพื่อให้นำเอาคะแนนมาส่งมอบให้กับตน ด้วยเพราะทรัพยากรทั้งหมดนั้นก็มาจากเขา และพอได้เข้าห้องประมูลไปแล้วจะไม่สามารถเพิ่มคะแนนได้อีก
เพราะว่ามีกฎเหล็กอยู่ ก่อนที่จะเข้าสู่ห้องประมูล ‘กองที่ 1’ จะทำการตรวจสอบและลงทะเบียน ‘คุณความชอบ’ ทั้งหมดที่แต่ละคนมีอยู่ เมื่อการประมูลเริ่มต้นขึ้น พวกเขาก็จะไม่สามารถระดมคะแนนจากภายนอกได้อีก มีแค่ไหนก็ต้องสู้แค่นั้น!
ทั้งสองเดินมาขนาบข้าง ณ จุดลงทะเบียน ‘เมฆา’ ที่มาด้วยนั้นก็เป็นเพราะสัญญาของเขายังคงอยู่ ถึงแม้ว่าจะย้ายวงแหวนไปแล้ว แต่คะแนนที่ได้รับก็ยังอยู่ที่เขา จึงต้องทำทุกอย่างให้มันเป็นกิจจะลักษณะ
ครูฝึกจากกองที่ 1 ที่นั่งอยู่ด้านหน้าห้องประมูล เขารับผิดชอบในการขึ้นทะเบียนตรวจสอบคุณความชอบ และการลงนามพันธสัญญาทั้งหมดอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นกลไกที่หอฝึกใช้ในการขูดรีดทรัพยากรจากตระกูลใหญ่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
เพียรกับทั้ง 3 เดินมาด้วยกัน และแจ้งรายละเอียดต่อหน้าครูฝึก จากนั้นครูฝึกก็ได้ทำการตรวจรายละเอียด และก็ตกตะลึงอยู่ไม่ใช่น้อย เพราะคะแนนที่เพียรมีอยู่ ถ้าเอาของทั้ง 3 คนมารวมด้วยแล้ว มันมากเกินกว่าที่เขาเคยเห็น
“พวกคุณยืนยันแล้วใช่ไหม…ที่จะเดินเกมแบบนี้?” ครูฝึกหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“แน่นอนครับ!” เพียรตอบ ส่วนเพื่อน ๆ ทั้ง 3 คนก็พยักหน้ารับเช่นกัน
“เอาล่ะ! งั้นขอบัตรประจำตัวด้วย จากนี้ไปคะแนนจะอยู่ภายในบัตรของพวกคุณ ห้ามประมูลสูงกว่าที่คะแนนมีอยู่ คงจะรู้กฎกันอยู่แล้วสินะ?”
ภาคนี้จะบรรยายยังไงดีล่ะ…เอาเป็นว่าจำคำผมเอาไว้นะ ตอนที่ 500 คือบทสวดที่เพียรเคยเป่าหู ‘บุญกอง’ ในภาคแรก ครั้นเมื่อ ‘ทองทับ’ ได้ยิน ก็ยังต้องขมวดคิ้ว มารอดูกันว่าจะเป็นอะไร
ผมหวังว่าจะไม่ทำให้ท่าน ๆ ต้องผิดหวัง ฮึฮึ…
#แอบสปอยล์เล็กน้อย เพราะวางแผนปูทางมานานจัด