ท้ายเล่มกับผู้เขียน ภาคที่ 8
ท้ายเล่มกับผู้เขียน ภาคที่ 8
ท้ายเล่มกับผู้เขียน
ภาคที่ 8 เทศกาลล่าสัตว์
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาจนถึงหน้าสุดท้ายของภาคนี้ครับ
ในภาคนี้ ฉายา ‘พ่อค้าความตาย’ ได้เผยความหมายออกมาอย่างชัดเจน
เพียรเป็นพ่อค้า ทั้งด้วยอาชีพ นิสัย และสันดาน
เขามองเห็นราคา ต้นทุน ผลตอบแทน และจังหวะเรียกเก็บหนี้อยู่ในแทบทุกสิ่ง
เขายัง ‘ค้าความ’ โดยใช้กฎหมาย หลักฐาน และกระบวนการศาลตัดอำนาจของคนซึ่งเคยคิดว่าตนไม่มีวันถูกแตะต้อง
ส่วนความตายก็ไม่เคยอยู่ห่างจากชีวิตของเขา…
กิจการของเพียรเกี่ยวข้องกับศพและดวงวิญญาณ เขาทำข้อตกลงกับคนตาย เปิดประตูนรกทุกวันที่ 1 และ 15 และกำลังเดินอยู่บนเส้นทางซึ่งอาจนำไปสู่ตำแหน่งที่เขาเคยบอกสองเทพแห่งความตายว่าปรารถนา
ในภาคนี้ ความหมายทั้งหมดมารวมอยู่ในคำว่า ‘ค้าความตาย’
เพียรไม่ได้เพียงอยู่ใกล้ความตาย แต่เขาเริ่มกำหนดราคาให้มัน
ข้อมูลมีราคา ค่าหัวมีราคา
แม้แต่เส้นผม เสื้อผ้า และขยะของผู้ต้องหาก็ยังมีราคา
เมื่อผลตอบแทนสูงพอ ผู้คนในตลาดก็พร้อมเปลี่ยนตนเองเป็นนักล่า โดยไม่ต้องมีใครออกคำสั่งตรง ๆ
นี่คือ “เทศกาลล่าสัตว์”
บางคนล่าเพราะเงิน
บางคนล่าเพราะตำรา
บางคนล่าเพราะตำแหน่ง
บางคนล่าในนามของความยุติธรรม
และบางคนเพียงต้องการเห็นศัตรูหลั่งเลือด
เพียรได้นำความโลภ ความโกรธ และความหลงของผู้คนมาใช้เรียกเก็บหนี้จากเขาเขียว
ทว่ากฎการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมยังดำรงอยู่ไม่เสื่อมหาย…
พุทธศาสนสุภาษิตประจำภาคกล่าวว่า
“คนเขลา ย่อมตกอยู่ในอำนาจของมาร”
ความเขลาไม่ได้เกิดจากการไม่มีความรู้เสมอไป บางครั้งคนเรารู้มากพอจะสร้างเหตุผลรองรับทุกสิ่งซึ่งตนอยากทำ
เมื่อเพียรรู้วิธีใช้กิเลสเล่นงานผู้อื่น…
มารร้ายก็ย่อมรู้วิธีเล่นงานเขาเช่นกัน!
มันใช้ความแค้นเป็นอาหาร ใช้ความฉลาดของเขาสร้างเหตุผล
เพียรอาจรู้ว่าควรซื้ออะไร ขายอะไร และเรียกเก็บหนี้เมื่อใด
แต่ภาคนี้ทำให้เขาพบว่า ตนไม่ได้เป็นผู้กำหนดราคาของทุกสิ่ง…
เรื่องราวจะดำเนินต่อใน
หออาชาไนย ภาคที่ 9 งานเลี้ยงของมาร
เมื่อเทศกาลล่าสัตว์สิ้นสุดลง พ่อค้าผู้เรียกเก็บหนี้จากผู้อื่นยังต้องเผชิญกับบัญชีซึ่งรอเรียกเก็บจากตนเอง
คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่าเขาเขียวจะตอบโต้อย่างไร
แต่คือเพียรจะยังเป็นผู้ใช้กิเลส หรือกลายเป็นผู้ถูกกิเลสใช้เสียก่อน
หลังอ่านจบ ผมอยากทราบว่า… ภาคนี้ทำให้คุณมองฉายา ‘พ่อค้าความตาย’ เปลี่ยนไปอย่างไร
เพียงหนึ่งหรือสองประโยคก็มีความหมายครับ รีวิวของนักอ่านช่วยให้ผมเห็นว่า ความหมายซึ่งซ่อนอยู่ในชื่อเรื่องเดินทางไปถึงผู้อ่านมากน้อยเพียงใด
ในตอนที่เพียรทำภารกิจเปิดประตูนรกเสร็จสิ้น พระกาฬไชยศรีกลับเตือนชายหนุ่มว่า…
อย่าได้รนหาที่ตายให้มันมากนัก!
R. Lert (รสเลิศ)