LNCrawler

ประตูสู่หออาชาไนย ภาคที่ 9

หออาชาไนย : พ่อค้าความตาย — novel.dek d.com · All chapters

ประตูสู่หออาชาไนย ภาคที่ 9

ประตูสู่หออาชาไนย ภาคที่ 9

 

อัตตา หะเว ชิตัง เสยโย

“ชนะตนนั่นแล ประเสริฐที่สุด”

 

เสียงฝีเท้าของพลทหารกองพันที่สี่ดังกึกก้องขึ้นมาจากลานฝึกเบื้องล่าง…

จังหวะอันหนักแน่นและพร้อมเพรียงยืนยันว่า กองพันซึ่งเพียรสร้างขึ้นสามารถเดินหน้าต่อไปได้แล้ว แม้ไม่มีผู้พันของพวกเขายืนบัญชาการอยู่ตรงนั้น

ในเวลาเดียวกัน บนยอดหอคอยดารา ผู้สร้างกองพันกลับนั่งอยู่ในสภาพผ่ายผอมจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม

หลังเทศกาลล่าสัตว์สิ้นสุดลง เพียรได้เห็นแล้วว่า ราคา ข่าวสาร กฎหมาย และความอยากของผู้คนสามารถเปลี่ยนตลาดให้กลายเป็นพื้นที่ล่าได้อย่างไร

ทว่าสิ่งที่เขาเคยคิดว่าตนควบคุมไว้ได้ ไม่ได้สงบลงพร้อมกับการล่า หากกลับเติบโตอยู่ภายในร่างเดียวกับเขา

เพียรเคยใช้ความต้องการของผู้อื่นเป็นเครื่องมือ เพราะเขารู้ว่า หากมองออกว่าใครปรารถนาสิ่งใด ก็ย่อมสามารถวางผลประโยชน์ไว้ตรงหน้า แล้วชักนำให้อีกฝ่ายเดินไปตามทิศทางที่ต้องการ

แต่ศัตรูในครั้งนี้ไม่ใช่คนแปลกหน้า และไม่อาจรับมือด้วยวิธีเดิม

บางครั้ง มารพูดด้วยน้ำเสียงของเราเอง

มันใช้ความทรงจำ ใช้บาดแผล และหยิบถ้อยคำซึ่งฟังดูถูกต้องที่สุดขึ้นมาวางตรงหน้าอย่างสุภาพ

มันฟังคล้ายความคิดของเพียรเองเสียจนแทบไม่มีรอยต่อให้สังเกตเห็น

งานเลี้ยงของมาร ไม่จำเป็นต้องมีโต๊ะยาว โคมไฟหรูหรา หรือแขกผู้มีเกียรติจากทั่วสารทิศ

บางครั้ง งานเลี้ยงนั้นถูกจัดขึ้นอย่างเงียบเชียบภายในใจของคนเพียงคนเดียว

มีความปรารถนาเป็นอาหาร

มีความมั่นใจเป็นเครื่องปรุง

และมีสิ่งซึ่งเจ้าภาพภาคภูมิใจวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ

เพียรอาจเคยคิดว่าตนเป็นเจ้าภาพ ผู้กำหนดว่าแขกคนใดควรได้รับสิ่งใด และงานเลี้ยงจะสิ้นสุดลงเมื่อไร

แต่แขกในคราวนี้ไม่ได้เข้ามาเพื่อรับเฉพาะสิ่งที่เขายินดีมอบให้

พวกมันกำลังเรียกร้องมากกว่านั้น

สงครามภายนอกยังคงรอเพียรอยู่ ศัตรูหลังแนวป้องกันก็ยังไม่ยอมศิโรราบ

ก่อนจะเอาชนะผู้ใด เขาต้องเผชิญหน้ากับศัตรูซึ่งไม่อาจมองเห็นอยู่ตรงหน้า และไม่อาจใช้เล่ห์กลแบบเดิมรับมือได้

มารเพียงกระซิบด้วยเหตุผลที่ฟังดูสมบูรณ์แบบ จนเจ้าของความคิดเองยังแยกไม่ออกว่าเสียงนั้นเป็นของผู้ใด

เพียรจะรู้ได้อย่างไรว่า ความคิดใดเป็นของตน

และความคิดใดคือคำเชื้อเชิญจากมาร ซึ่งนั่งรออยู่ที่โต๊ะมานานแล้ว…