ประตูสู่หออาชาไนย ภาคที่ 10
ประตูสู่หออาชาไนย ภาคที่ 10
ประตูสู่หออาชาไนย ภาคที่ 10
ปัญญา นรานัง ระตะนัง
“ปัญญา เป็นรัตนะของเหล่านรชน”
ท่ามกลางความมืดมิดอันเป็นนิรันดร์…
สถานที่ที่ไม่มีแผ่นดินให้เหยียบย่ำ ไม่มีทิศให้เลือกเดิน และไม่มีแสงดาวคอยนำทาง
ทว่าในความมืดนั้น มีบางสิ่งพร้อมกลืนกินทุกชีวิตที่อ่อนแอเกินกว่าจะรักษาตนเองไว้
เพียรเคยมีเครื่องมือมากมาย
แต่บัดนี้ สิ่งเดียวที่เขาพึ่งพาได้คือปัญญาของตน
ความรู้ยังคงอยู่ในความทรงจำ หลักธรรมยังฝังอยู่ภายในจิต และประสบการณ์จากทุกสนามที่ผ่านมายังคงติดตามเขามา
ปัญญาอาจเป็นรัตนะของมนุษย์…
แต่การครอบครองรัตนะ ไม่ได้หมายความว่าผู้ครอบครองจะรู้จักใช้มัน เช่นเดียวกับความรู้ซึ่งไม่อาจช่วยชีวิตผู้ใดได้ หากไม่สามารถนำมาใช้ในสถานที่ซึ่งไม่มีตำราเล่มใดกล่าวถึง
เพียรต้องเรียนรู้กฎของความมืดจากสิ่งที่พยายามกลืนกินเขา ต้องทำความเข้าใจเส้นทางในสถานที่ซึ่งไม่มีแผนที่ และต้องสร้างคำตอบจากสิ่งที่ยังเหลืออยู่ ก่อนดวงจิตของเขาจะถูกทำลายจนไม่อาจกลับบ้านได้อีก
ทุกแสงที่ถูกจุดขึ้นล้วนมีราคา
แสงอาจช่วยให้ผู้หลงทางมองเห็นสิ่งซึ่งอยู่เบื้องหน้า ขณะเดียวกัน มันก็ประกาศให้สิ่งที่ซ่อนตัวอยู่โดยรอบรู้ว่า เหยื่อยังมีชีวิต
การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้เริ่มต้นด้วยเรือ แผนที่ หรือดวงดาวคอยนำทาง หากเริ่มต้นด้วยดวงจิตหนึ่งดวงซึ่งถูกริบทุกสิ่งที่เคยใช้ยืนยันอำนาจของตน จนเหลือเพียงรัตนะซึ่งไม่มีผู้ใดพรากไปจากจิตของเขาได้
แต่ในทะเลมืดซึ่งทุกประกายอาจเรียกผู้ล่า...
เพียรจะเปลี่ยนปัญญาของตนให้กลายเป็นเส้นทางกลับบ้านได้หรือไม่?
หรือรัตนะชิ้นสุดท้าย จะเป็นเพียงแสงดวงหนึ่งซึ่งดับหายไปในอนธการ?