LNCrawler

หนึ่งกระบวนท่า!

หออาชาไนย : พ่อค้าความตาย — novel.dek d.com · All chapters

หนึ่งกระบวนท่า!

ตอนที่ 613 หนึ่งกระบวนท่า!

 

แตงไทยหมุนตัวหลบหลีกหนามน้ำแข็งที่พุ่งโจมตีได้อย่างหมดจด ในมือของเขากระชับมีดอีโต้แน่น ฟันทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า บดขยี้แนวป้องกันชั้นนอกของนาวาจนแหลกเป็นจุลภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที

ยามเมื่อแตงไทยทะยานมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าโดมเยือกแข็งอันหนาทึบ นาวาพลันแสยะยิ้มบาง ๆ ภายใต้โดมปราการนั้น

เขารู้ดีว่าโดมนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยการแทรกแซงระดับโมเลกุล หากแตงไทยโง่เขลาคิดใช้กำลังกายภาพทุบทำลายเหมือนพวกบ้าพลัง แรงสะท้อนกลับและความเย็นจัดระดับศูนย์องศาจะกัดกินจนแขนขาของผู้โจมตีแหลกเหลวและหลุดร่วงไปเอง!

แต่แตงไทยไม่ได้ตั้งท่าที่จะใช้กำลังเข้าแลก ชายหนุ่มผู้เลื่องชื่อแห่งวงแหวนที่สองคนนี้ ไม่เคยมีใครเห็นเขาเอาจริงมาก่อน เพราะลำพังเพียงแค่พละกำลังดิบ ๆ เขาก็สามารถกวาดล้างศัตรูได้ราบคาบทั้งสนามรบแล้ว

ตอนนี้มีดอีโต้ในมือของเขาเริ่มขยายขนาดขึ้นจนดูน่ากลัวเกินจริง แท้จริงแล้วมันคือ ‘งาวิเศษ’ อาวุธประจำกายที่เผ่าช้างเงาพรายทุกคนครอบครอง

นัยน์ตาของแตงไทยสาดประกายเยือกเย็น ยิ่งกว่าพายุหิมะที่กำลังพัดกระหน่ำ เขาผสานพลังจาก ‘ตำราไอยราดับวิญญาณ’ เข้ากับ ‘ตำรามีดผ่าตัดวิญญาณ’ ซึ่งเพียรได้ถ่ายทอดให้เขาเป็นการเฉพาะ

และในเสี้ยววินาทีนั้น โลกในสายตาของแตงไทยพลันเปลี่ยนไป! เขาไม่ได้มองเห็นโดมน้ำแข็งที่แข็งแกร่งไร้เทียมทานอีกต่อไป แต่เขากลับมองเห็น ‘ลวดลายเวทมนตร์’ อันเป็นโครงข่ายเส้นใยพลังงานสีฟ้าที่ถักทอและไหลเวียนค้ำจุนโดมนี้เอาไว้

เส้นใยนับหมื่นเชื่อมต่อประสานกันราวกับระบบประสาทของสิ่งมีชีวิต

“วูบ!”

แตงไทยได้ตวัดอีโต้เพียงครั้งหนึ่งกลางอากาศ ราวกับศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ลงมีดผ่าตัดเส้นเลือดใหญ่ คมมีดนั้นสะบั้นวิญญาณไม่ได้ฟันกระทบก้อนน้ำแข็ง แต่มันเฉือนตัดเส้นใยพลังเวทที่เป็นแกนกลางวงจรจนขาดสะบั้น!

พลังทำลายล้างตัดขาดเวทมนตร์ดุจมีดร้อนที่เฉือนผ่านก้อนเนยนุ่ม ๆ

“เพล้ง…!!”

เสียงกระจกแตกดังกึกก้อง โดมเยือกแข็งที่ทรงพลังพังทลายลงในพริบตา!

โดมน้ำแข็งระดับเก้าที่ไร้เทียมทานสูญเสียแกนกลางพลังงานอย่างกะทันหัน มันพังทลายสลายกลายเป็นเพียงเกล็ดหิมะธรรมดาปะทะใบหน้าของนาวา…

นี่จึงทำให้เจ้าตัวเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงขั้นสุด ขนในกายลุกชัน ความเชื่อมั่นในปราการอันแข็งแกร่งถูกบดขยี้ลงในดาบเดียว

ยังไม่ทันที่เจ้าชายน้ำแข็งจะทันขยับตัวเพื่อร่ายเวทป้องกันระลอกสอง ร่างของแตงไทยก็กลืนหายไปกับเงาของละอองหิมะที่ปลิวว่อน ก่อนจะไปปรากฏตัวอยู่ทางด้านหลังของนาวาอย่างสมบูรณ์แบบ

พละกำลังมหาศาลดั่งช้างสาร ได้กดทับลงบนบ่าทั้งสองข้างจนเข่าของนาวาแทบทรุด ปลายงาวิเศษที่แผ่รังสีตัดวิญญาณจ่อจรดอยู่ที่คอหอยของนาวาอย่างเลือดเย็น

ความกดดันแห่งความตายนั้น บีบรัดจนนาวาไม่กล้าแม้แต่จะผ่อนลมหายใจ เขารู้ดีว่าหากขยับเพียงมิลลิเมตรเดียว วิญญาณของเขาจะถูกตัดขาดออกจากร่างอย่างแท้จริง

เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องกลืนความหยิ่งทระนง หลับตาลงและประกาศยอมแพ้ด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า

แตงไทยแห่งเผ่าช้างเงาพราย โค่นอันดับสองลงได้อย่างเฉียบขาดและงดงามไร้ที่ติ!

……

ณ วงแหวนที่ 3

ท้องฟ้าเหนือสมรภูมิเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับถูกย้อมด้วยเลือด ปรากฏพายุทรายร้อนระอุพัดกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง กลิ่นอับของทรายแห้งได้ผสานกับกลิ่นพิษฉุนจมูกที่ทำให้แสบตาและระคายเคืองคอ

พลทหารทั้งสองฝั่งถูกสุ่มกระจายตัวตกลงไปในทะเลทรายอันเวิ้งว้างที่ไร้จุดสังเกต…

‘เพ็ญ’ ผู้ท้าชิงอันดับสาม หญิงสาวจากเผ่ากระเบนหางหนาม นั้นรู้ดีว่าศัตรูของเธอแข็งแกร่งเพียงใด เธอเลยใช้สิทธิ์ในการเลือกคน เลือกเฉพาะกองกำลังที่เชี่ยวชาญด้านพิษและการซุ่มโจมตีมารวมตัวกันล่วงหน้า

เมื่อถูกสุ่มกระจายกำลัง สนามรบทั่วทั้งมิติจึงกลายเป็นดงกับดักพิษทันที ลูกน้องของเก่งกล้าที่หลงทางต่างกรีดร้อง เมื่อถูกเงี่ยงพิษอัมพาตและกับดักเวทมนตร์ที่ซ่อนอยู่ใต้ทรายเล่นงาน การปะทะเกิดขึ้นทั่วทั้งแผนที่

มันไม่ใช่การชนกันของสองกองทัพ แต่เป็นการไล่ล่าในนรกทรายที่ฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ล่าและอีกฝ่ายเป็นเพียงเหยื่อ!

ทว่าท่ามกลางความโกลาหลและความตายนั้น มัจจุราชเดินดินคนหนึ่งกำลังเปิดม่าน ‘วันแมนโชว์’ ของตนเองเพื่อพลิกกระดาน

‘เก่งกล้า’ ผู้ท้าชิงอันดับสอง ชายหนุ่มรูปงามผู้ไร้ซึ่งสายเลือดวิเศษใด ๆ และเขาเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาจากสำนักพุทไธสวรรย์ กำลังยืนสงบนิ่งอยู่กลางพายุทราย ไม่สะทกสะท้านต่ออุณหภูมิที่ร้อนระอุ

ผิวหนังของเขาเปล่งประกายสีเงินจาง ๆ จากการบ่มเพาะตำรากายาเหล็กไหลที่เปลี่ยนเนื้อหนังให้หนักแน่น และทนทานต่ออุณหภูมิรวมถึงพิษร้ายได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เขาก้าวเดินฝ่าพายุทรายอย่างเยือกเย็น ราวกับกำลังเดินเล่น ท่าทางผ่อนคลาย มือซ้ายจับที่ฝักดาบอย่างมั่นคง มือขวาวางทาบที่ด้ามดาบเตรียมพร้อม...

ทหารจาก ‘กองร้อยหนามพิษ’ สามนายที่ได้ซุ่มซ่อนตัวอยู่ใต้ทรายพุ่งพรวดขึ้นมาพร้อมกริชอาบยาพิษ หวังจะซุ่มโจมตีจากด้านหลังและด้านข้างพร้อมกันในจุดอับสายตา!

“เปรี้ยง...!!!”

เสียงชักดาบของเก่งกล้าไม่ได้ดังกราวระงมเหมือนดาบเหล็กกระทบฝัก แต่มันดังกึกก้องราวกับเสียงกัมปนาทของแรงอัดอากาศที่ทะลวงกำแพงเสียง!

นี่ไม่ใช่เวทมนตร์ แต่เป็นผลึกแห่งความอุตสาหะอันบ้าคลั่ง การชักดาบวันละหมื่นครั้งมาตั้งแต่เด็ก ทนฝืนความเจ็บปวดจนกล้ามเนื้อฉีกขาดและสมานตัวครั้งแล้วครั้งเล่า

ผสานกับความหนักหน่วงของกายาเหล็กไหล และแรงเหวี่ยงหมุนของร่างกาย ทำให้ความเร็วของดาบนั้นทะลุขีดจำกัดของสายตามนุษย์ไปไกลลิบ

ไม่มีใครมองเห็นวิถีดาบ รู้ตัวอีกที ร่างของทหารทั้งสามนายก็ถูกตัดขาดเป็นสองท่อนเสียแล้ว!

ร่างของพวกเขาสลายกลายเป็นแสงวิญญาณ พร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนที่บาดลึกถึงแก่นวิญญาณดังก้องไปทั่วทะเลทราย เก่งกล้าสะบัดเลือดวิญญาณที่ไม่มีอยู่จริงออกจากคมดาบ แล้วเก็บเข้าฝักด้วยจังหวะที่แม่นยำดุจเครื่องจักรฟันเฟือง

เขารีบเดินหน้าต่อไป วิ่งไล่ล่าศัตรูที่ดักซุ่มอยู่อย่างเฉียบขาด คมดาบที่อัดแน่นด้วยน้ำหนักของความพยายาม บดขยี้ทุกเล่ห์เหลี่ยมของผู้ซุ่มโจมตีจนย่อยยับ

การไล่ล่าอย่างบ้าคลั่งของเขามาหยุดลง เมื่อเขาเดินเข้ามาถึงใจกลางพายุทราย ซึ่งเป็นอาณาเขตอันตรายที่สุดของเพ็ญ

หญิงสาวผิวสีแทนส่งรอยยิ้มเย็นชาให้เขา เธอกางอาณาเขตเทพกระเบนราหูขั้นสูงสุด เปลี่ยนผืนทรายรอบตัวรัศมีร้อยเมตร ให้กลายเป็นบ่อดูดกลืนมรณะที่กำลังหมุนวนราวกับน้ำวน เงี่ยงพิษอัมพาตนับร้อยพุ่งขึ้นมาจากพื้นทรายดุจหอกทะลวงสวรรค์

พร้อมกับแส้พลังงานสีดำ ซึ่งตวัดรัดตรึงร่างของเก่งกล้าจากทุกทิศทาง ปิดกั้นทางหนีรอดอย่างสมบูรณ์

เก่งกล้าไม่สามารถวิ่งไล่ฟันได้ง่าย ๆ อีกต่อไป ผิวหนังเหล็กไหลของเขาสั่นสะเทือนและเกิดรอยขีดข่วนบาง ๆ พิษเริ่มกัดกร่อนแม้แต่ปราการที่แข็งแกร่งที่สุด ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ลูกน้องของเก่งกล้าที่รอดชีวิตจากการกระจัดกระจาย

พึ่งจะฝ่าพายุทรายมารวมตัวกันได้สำเร็จ ที่ด้านหลังของเขาในสภาพสะบักสะบอม และเหนื่อยหอบ

เก่งกล้ายืนเป็นปราการหน้าสุดให้ลูกน้อง เขาไม่ได้ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ชายหนุ่มหลับตาลง รวบรวมลมหายใจเข้าสู่ศูนย์กลางจักระ ปล่อยวางทุกสิ่งรอบตัว

“ชักศาสตรา!”

เก่งกล้าออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงกังวานและเด็ดขาด เพื่อพยายามปลุกขวัญกำลังใจทหารทุกคน ‘กองร้อยเหล็กไหล’ ครึ่งร้อยนายที่ด้านหลัง เริ่มชักดาบและฟันคลื่นพลังออกไปข้างหน้าอย่างพร้อมเพรียงดุจคน ๆ เดียว!

คลื่นดาบนับร้อยสายผสานกันเป็นหนึ่งเดียว และเก่งกล้าคือผู้เปิดจังหวะนำ...

“เปรี้ยงงงงงงงงงงง!!!!!”

เขาชักดาบด้วยความเร็วและน้ำหนักสูงสุดที่เหนือกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา! คลื่นดาบยักษ์ที่อัดแน่นด้วยน้ำหนักของกายาเหล็กไหลและพลังเวทอันมหาศาล เริ่มฟันผ่าพายุทรายจนขาดสะบั้นแยกออกเป็นสองซีก!

พลังทำลายล้างแหวกอากาศและกรีดผืนทรายเบื้องหน้าจนเกิดเป็นรอยแยกตื้น ๆ และได้ทะลวงทำลายอาณาเขตกระเบนราหูของเพ็ญจนป่นปี้ไม่มีชิ้นดี แรงอัดอากาศมหาศาลนั้นกระแทกร่างของเพ็ญให้กระเด็นลอยขึ้นมาจากบ่อทรายดูด

ก่อนที่ปลายคมดาบสีเงินวาววับของเก่งกล้านั้น จะพุ่งเข้าประชิดจ่อที่คอหอยของเธอในเสี้ยวพริบตาเดียว ดาบนั้นหยุดนิ่งสนิทห่างจากผิวหนังเพียงเส้นผมกั้น

ชัยชนะอันหมดจดและทรงพลังตกเป็นของเก่งกล้าแห่งสำนักพุทไธสวรรย์!