LNCrawler

ควายเพลิง

หออาชาไนย : พ่อค้าความตาย — novel.dek d.com · All chapters

ควายเพลิง

ตอนที่ 5 ควายเพลิง

 

ณ บริเวณภาคเหนือของราชอาณาจักรไทย

ท่ามกลางบรรยากาศซึ่งรายล้อมไปด้วยแมกไม้ที่เขียวขจี เพียบพร้อมไปด้วยพืชพันธุ์นานาชนิด ทั้งยอดเขาสูงเสียดฟ้าทะลุเมฆหมอก อันเป็นต้นกำเนิดของสายน้ำที่หล่อเลี้ยงสรรพสิ่ง อีกทั้งบรรดาสัตว์น้อยใหญ่ทั้งหลาย ต่างก็ออกล่าหาอาหารกันเป็นปกติวิสัย

ในบริเวณยอดเขาหัวโล้นแห่งหนึ่ง ปรากฏฝุ่นคละคลุ้งลอยล่องไปในอากาศ ฝุ่นเหล่านี้มันไม่ได้เกิดจากการเผาพวกซากพืชซากอ้อย หรือว่าเผาพวกไร่เลื่อนลอย ที่บรรดาชาวไร่นา มักนิยมชมชอบกระทำกัน ด้วยเพราะถือเอาความสะดวกสบายเป็นที่ตั้ง…

หากแต่ว่ามันบังเกิดขึ้นจากการปะทะเข้าห้ำหั่นกันของ ‘หนึ่งคนหนึ่งสัตว์’ ที่กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด!

จนทำให้บังเกิดภาพภูเขาหัวโล้นแห่งนี้ขึ้น เพราะว่าทั่วทั้งอาณาบริเวณปรากฏหลุมบ่อขึ้นใหม่เป็นจำนวนมาก อีกทั้งต้นไม้น้อยใหญ่พากันล้มระเนระนาด พืชพันธุ์นานาชนิดถูกเพลิงเผาไหม้จนเป็นเถ้าธุลี

เพลิงเผาไหม้ชนิดนี้ หาได้เป็นเปลวเพลิงธรรมดา หากแต่มันคือเพลิงที่บังเกิดจากพลังเวทมนตร์ เป็นเปลวเพลิงที่กำเนิดจากผู้ฝึกเวทมนตร์คาถา

หนึ่งคนที่ว่านั่นก็คือ บุรุษหนุ่มใบหน้าหมดจด ท่าทางขี้เล่น เรือนกายสูงโปร่ง ส่วนของผิวพรรณโครงหน้า นิยามว่าเป็นชายไทยแท้อย่างแน่นอน เขาสวมใส่แว่นสายตา แต่งกายด้วยเสื้อผ้าเดินป่าสีเขียวขี้ม้าตามสมัยนิยม

ส่วนเอกลักษณ์ที่พอจะสังเกตได้จากเสื้อก็คือตราสัญลักษณ์ ‘รูปม้า’ ที่ปักดิ้นทอง มองดูแล้วมีกำลังวังชา สื่อให้เห็นถึงความฮึกเหิม

ในตอนนี้เขาพลางเป่าปากเสียงดัง "ฟู่ว" ระบายความเหนื่อยล้าที่สะสมออกมา สายตาที่แน่แน่วของเขาจับจ้องอีกฝ่ายไม่ให้คลาดสายตา ด้วยเพราะ ‘สัตว์ประหลาด’ ที่อยู่ด้านหน้านี้ กำลังฝีเท้าของมันมากเหลือประมาณ

ส่วนหนึ่งสัตว์ที่ว่าก็คือ ‘ควายป่ารูปร่างคล้ายมนุษย์’ เพราะตัวมันยืนด้วยขาสองขา คล้ายกับมนุษย์ อีกทั้งเรือนกายยังเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ

ผิวของมันมีสีแดงก่ำ คล้ายดั่งเหล็กที่ถูกนาบกับไฟร้อนก็ไม่ปาน และยามเมื่อหายใจเข้าออกปรากฏเพลิงลุกโชนวูบวาบอยู่ตลอดเวลา

ด้านบนศีรษะปรากฏลักษณะเด่นประจำเผ่านั่นก็คือ ‘เขาควาย’ หากแต่ว่ามันแหลมคมประดุจหอก แรกเริ่มเดิมทีก่อนหน้านี้ ‘เขาควาย’ ยังเป็นสีเทาเหมือนควายทั่วไป แต่พอยิ่งสู้นานยิ่งแปรเปลี่ยนกลายมาเป็นสีทอง-แดง

จนถึงตอนนี้สามารถมองเห็นเปลวไฟที่รินไหลอยู่ในเขาของมันได้แล้ว ยิ่งเสริมอำนาจบารมีทำให้มันยิ่งดูน่าเกรงขาม มองดูอันตราย ป่าเถื่อน และบ้าคลั่ง ร่างกายของมันใหญ่โตกว่าคนธรรมดาทั่วไป 4-5 เท่าเห็นจะได้

รวมเข้ากับลักษณะที่บรรยายย่อมทำให้ ‘ควายป่า’ ตัวนี้ พร้อมที่จะทำลายทุกสรรพสิ่งที่ปรากฏแก่สายตามันให้สูญสิ้น

……

ชายหนุ่มวัยสามสิบกว่า ๆ ที่มองดูองอาจยืนจังก้าต่อสู้กับมันตอนนี้ สภาพของตัวเขาก็ดูทุลักทุเลอยู่พอสมควร ด้วยเพราะต้องรับมือกับเปลวไฟอันร้อนแรง รวมไปถึงพละกำลังและความเร็วอันมหาศาลของอีกฝ่าย

เขาจ้องมองที่ ‘ควายเพลิง’ ตัวนี้ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ไอ้คนที่อยู่ข้างในน่ะ ยังควบคุมตัวเองได้อยู่มั้ย?”

อันที่จริงที่เขาถ่วงเวลามาเนิ่นนานจนถึงบัดนี้ ก็เพราะด้วยควายเพลิงด้านหน้านี้ แท้ที่จริงแล้วกลับเป็นมนุษย์ ทว่าอีกฝ่าย ‘โดนของย้อนกลับเข้าตัว’ จนทำให้สภาพกลายเป็นควายเพลิงที่บ้าระห่ำ

“ตำราเวทคาถาชั้นต่ำ ขาด ๆ เกิน ๆ ก็ดันไปฝืนฝึกมัน…ไม่รู้หรือไงว่าเล่นกับไฟ สุดท้ายไฟมันจะลวกมือ!” ชายหนุ่มทั้งพึมพำกับตัวเอง พร้อมกับพูดแขวะควายเพลิงที่อยู่ตรงหน้า ด้วยหวังว่าอีกฝ่ายจะกลับคืนร่างได้

“ม่อออออ!” พอสิ้นเสียงร้อง ควายเพลิงก็พุ่งกระโจนเข้าใส่มนุษย์ตรงหน้า ทั้งยังซัดหมัดขวาเข้าใส่ ตามด้วยหมัดซ้ายติด ๆ หมายจะขยี้ศัตรูให้แหลกสลายภายใต้พละกำลังของตน

ทว่าสิ่งที่น่าอัศจรรย์ก็คือ ชายหนุ่มกลับยืนปักหลักมั่นคง พร้อมปล่อยหมัดอันกระจ้อยร่อยของตนสวนกลับไปอย่างไม่ยี่หระ ด้วยขนาดตัวและมวลน้ำหนักที่ต่างกัน แต่กลับไม่เป็นปัญหาในการรับมือในพละกำลังของควายเพลิงตัวนี้เลย

เสียงระเบิดจากกายเนื้อที่ปะทะกันดังเปรี้ยงปร้าง อากาศสั่นสะเทือน ยามเมื่อหมัดทั้งสองปะทะกัน พื้นดินที่ชายหนุ่มชุดเดินป่ายืนอยู่เริ่มปริแตกเป็นใยแมงมุม

ความเคลื่อนไหวก็เริ่มรุนแรงในครั้งต่อ ๆ มา ทั้งยังรวมถึงเปลวเพลิงที่มันหายใจเข้าออก ยามเมื่อปลดปล่อยออกมาก็ชวนร้อนระอุ และยิ่งนานมันก็ยิ่งเรียนรู้วิธีใช้ได้อย่างชำนาญ

“ผมจะให้เวลาคุณอีกเพียง 2 นาทีเท่านั้น! หากว่ายังยึดร่างกลับคืนมาไม่ได้ เราสองคนคงต้องได้เจอกันในรูปแบบอื่นแล้ว…” ชายหนุ่มเอ่ยปากเตือนแฝงนัยเอาไว้

ซึ่งตัวเขาเองถ่วงเวลามาเนิ่นนานมากแล้วในการต่อสู้ จนทำเอาภูเขาราบเป็นหน้ากลอง ด้วยเพราะถือเอาเมตตาเป็นที่ตั้ง ทั้งอีกฝ่ายยังไม่ได้พรากเอาชีวิตของผู้บริสุทธิ์ จึงยอมถอยให้ครั้งแล้วครั้งเล่า

แต่หากว่าปล่อยเวลาให้นานไปกว่านี้ ตนอาจจะพบ ‘เรื่องไม่คาดฝันเล็ก ๆ’ ขึ้นมาได้ ซึ่งไอ้เรื่องแบบนี้ใครมันอยากจะไปเสี่ยงดวง หรือวัดดวงกันเล่า? เพราะยิ่งมีเรื่องน้อยมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีไม่ใช่หรือ?

แรกเริ่มเดิมทีต้นกำเนิดของมันก็คือ ‘ควายป่า’ ธรรมดา ๆ หากแต่ถูกเจ้าของร่างนี้ใช้เวทคาถาทำพิธีกรรมบางอย่างฆ่ามัน

และดึงเอาวิญญาณของมันมาประทับ กักขังเอาไว้ในรอยสักรูปควายเพลิง พร้อมกับใช้พลังเวทหล่อเลี้ยงรอยสักนั้น เพื่อหนุนเสริมพลัง เพิ่มพูนอำนาจให้กับตัวเอง

แต่อนิจจา…ควายป่าตัวนี้ดันมีเชื้อของสัตว์ในตำนานอย่าง ‘มหิงสาเพลิงโทสะ’ อีกทั้งชายคนนี้ที่ฝึกฝนมนต์คาถาดังกล่าว ยังได้รับการสืบทอดมาแบบไม่ครบถ้วน เรียกได้ว่าในตำรามีแค่ไหนก็ฝึกไปแค่นั้น ส่วนที่เหลือก็ฝึกฝนขึ้นใหม่เอง

แน่นอนว่าการทำแบบนี้ ข้อดีย่อมมี หากแต่ข้อเสียกลับมีมาก…เสียยิ่งกว่ามาก!

เพราะว่าหากถูก ‘คาถาย้อนกลับ’ ก็จะกลายเป็นแบบเจ้าของร่างรายนี้ ‘ที่ได้เปลี่ยนจากนายกลายมาเป็นบ่าว’ วิญญาณควายป่าเริ่มรุกไล่เจ้าของร่างอย่างช้า ๆ โดยมันค่อย ๆ กลืนกินดวงวิญญาณ ผ่านพลังเวทที่เจ้าของร่างส่งมาหล่อเลี้ยง

ควายป่าเริ่มทำการสะสมพลังทีละเล็กทีละน้อย ยิ่งนานมันยิ่งแข็งแกร่ง และเริ่มกลายร่างแปรเปลี่ยนไปทั้งอย่างนี้ จุดหักเหสำคัญคงหนีไม่พ้น ‘สายเลือดมหิงสาเพลิงโทสะ’ ที่สถิตอยู่ในดวงวิญญาณของควายป่านับตั้งแต่มันเกิดมา

มหิงสาเพลิงโทสะ เป็นสัตว์ร้ายในตำนานตัวหนึ่ง ซึ่งยามเมื่อมันโกรธเกรี้ยวพละกำลังก็จะยิ่งเพิ่มพูนขึ้นมาก ยามเมื่อมันโมโหเปลวเพลิงก็ยิ่งร้อนแรงเป็นทบเท่าทวีคูณ

ซึ่งควายเพลิงชนิดนี้ได้ปรากฏอยู่ในตำราบันทึกหมื่นสัตว์ร้าย ทำให้ชายหนุ่มเสื้อเขียวสามารถรับมือมันได้อย่างไม่ร้อนรน

ความคิดแรกที่ยังหวังว่าอีกฝ่ายจะยึดร่างกลับคืนมาได้ เพราะเห็นแก่คุณความชอบที่พอรู้ว่าตัวเองเริ่มจะควบคุมเวทคาถาไม่อยู่ จึงได้รีบปลีกตัวมาอยู่อย่างสันโดษ ไม่ยอมให้เป็นภัยแก่สังคม

และบังเอิญที่มาพบเจอกับตัวเขาพอดี จึงหยุดยั้งสถานการณ์ไม่ให้เลวร้ายไปกว่านี้ได้

หาไม่แล้วเขาคงเผด็จศึกควายป่าตัวนี้ไปนานแล้ว!


หากท่านแล้ว ชอบใจ๊ชอบใจ อย่าลืมส่งขนมนมเนยมาเป็น "ของขวัญ" ให้ผู้เขียนด้วยนะครับ