โอบกอดแม่ยอดยาหยี!
โอบกอดแม่ยอดยาหยี!
ตอนที่ 669 โอบกอดแม่ยอดยาหยี!
หลังจากกอดกันอยู่นานสองนาน ยายเต่าก็กลับไปที่ร้านยักษ์ดื่มนม…
พอพูดถึงเรื่องนี้แล้วเขาก็เกาใบหน้าเล็กน้อย นั่นเพราะธุรกิจของแม่แท้ ๆ ยังต้องให้ยายมาดูให้อีก ยัยนภาจอมแสบขยายสาขาไปมากมาย ทำเอายายวิ่งหัวหมุน กลับมาเจอดีแน่!
พอตกสาย ๆ เขาก็เตรียมออกไปหาแม่ยอดยาหยี แม้จะไม่มีพลังเวท แต่ทรัพย์สมบัติกลับมีอยู่อย่างมหาศาล แค่ลูกแก้วแก่นเวทตอนนี้จะเอามากินเล่นแทนลูกอมก็ยังได้ ทว่ามันอาจส่งผลเสียในอนาคต จึงทำได้เพียงใช้มันเป็นเครื่องมือสำหรับร่ายเวทมนตร์ต่าง ๆ
เมื่อกระแสพลังเวทแล่นพล่านผ่านปลายนิ้ว เพียรก็ไม่รอช้าวาดวงแหวนเวทที่ใช้อำพรางตาลงบนเรือนร่าง อีกทั้งยังอำพรางหุ่นเชิดองครักษ์ตามไปด้วย รูปลักษณ์ที่เคยผอมโซถูกม่านมายาบิดเบือน ให้ดูมีน้ำมีนวลและกลับมาหล่อเหลาสมบูรณ์แบบดุจคนปกติอีกครั้ง
บัดนี้มัจจุราชหนุ่มพร้อมเต็มที่แล้ว ที่จะออกไปเผยตัวและเดินเที่ยวออเซาะแม่ยอดยาหยีของเขา!
ในขณะเดียวกัน ทางด้านของไกรสรที่ได้รับคำสั่งจากนายน้อยให้ไปจัดการเตรียมความพร้อมเรื่องรถยนต์ ก็ได้เดินเข้ามารายงานความคืบหน้า
“นายน้อยครับ… เรื่องรถยนต์ที่สั่งให้ผมไปจัดการ ตอนนี้เรียบร้อยพร้อมใช้งานแล้วนะครับ!” ไกรสรเอ่ยรายงาน
รถคันที่เพียรหมายตาเอาไว้สำหรับใช้งาน ไม่ใช่รถธรรมดาทั่วไป หากแต่เป็นรถหรูคู่ใจประจำตระกูลอย่างรถเบนซ์คลาสสิก หรือที่คนไทยมักเรียกติดปากกันในฉายาว่า ‘เบนซ์ปลาวาฬ’ รถคันนี้เปี่ยมไปด้วยความทรงจำและวีรกรรมอันโชกโชน
เพราะมันคือรถคันเดียวกับที่ตาสำเริงเคยขับฝ่าดงผีเปรตและห่าผีนับหมื่น เพื่อบุกไปช่วยชีวิตครอบครัวที่เมืองชลบุรีในอดีตนั่นเอง
สำหรับรถยนต์คันนี้ พวกนายช่างใหญ่จากเผ่านกภูตทูต ถอดรื้อประกอบจนเชี่ยวชาญ เพราะกลัวว่าอยู่เฉย ๆ ประเดี๋ยวจะโดนไล่กลับไป ที่นี่คือแดนสวรรค์สำหรับพวกเขา
เพียรพยักเพยิดส่งสัญญาณ บอกให้ไกรสรขับรถไปยังจุดหมาย…
……
ณ มหาวิทยาลัยใจกลางเมือง บรรยากาศร่มรื่นใต้ร่มไม้ใหญ่เต็มไปด้วยความคึกคักของกลุ่มวัยรุ่น หญิงสาวในวัยสะพรั่งอย่าง ‘เพลงขวัญ’ กำลังนั่งล้อมวงอ่านหนังสือเตรียมสอบอยู่กับกลุ่มเพื่อนสนิท โดยมีน้าเพลงพิณผู้เป็นแม่คอยนั่งดูแลอยู่ไม่ห่าง
จู่ ๆ บรรยากาศก็พลันเปลี่ยนไป เมื่อรถเบนซ์คลาสสิกสีดำขลับที่ถูกขัดจนเงาวับแล่นเข้ามาจอดเทียบท่าอย่างนุ่มนวล ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งก้าวลงมาจากรถ รอยยิ้มทรงเสน่ห์และใบหน้าที่หล่อเหลาสมเป็นชายไทยของเขา
มันดึงดูดสายตาของเพื่อน ๆ เพลงขวัญจนหลายคนต้องแอบมองตาค้าง
เพียรในรูปลักษณ์ที่ถูกอำพรางตามาดสง่างามดุจนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ได้เดินตรงเข้าไปทักทายกลุ่มเพื่อนของแม่ยอดยาหยีอย่างแนบเนียนและเป็นธรรมชาติ
“สวัสดีครับทุกคน ติวหนังสือกันเหนื่อยไหมครับ?” เพียรเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้เพลงขวัญและแนะนำตัวกับเพื่อน ๆ ของเธอ “ผมชื่อเพียรนะครับ เป็นพี่ชายคนสนิทของขวัญ ขอฝากเนื้อฝากตัวกับเพื่อน ๆ ของน้องขวัญด้วยนะครับ”
สาว ๆ ในกลุ่มต่างก็พากันซุบซิบเสียงดัง ส่วนเพลงขวัญก้มหน้าเอียงอาย พร้อมกับทำหน้ามุ่ยเล็กน้อยที่เห็นเขากล้ามาปรากฏตัวพร้อมกับรอยยิ้มยียวนแบบนี้
เพียรไม่รอให้เกิดช่องว่าง เขาหันไปสบตาเพลงขวัญและเอ่ยอธิบายด้วยน้ำเสียงที่ดูนุ่มนวลและห่วงใย
“ช่วงที่ผ่านมาพี่ต้องขอโทษด้วยนะที่หายหน้าหายตาไปเลย ไม่ค่อยได้แวะมาเยี่ยมขวัญ พอดีพ่อปกป้องบอกพี่เอาไว้น่ะ ว่าช่วงนี้ขวัญกำลังเรียนหนักมาก พี่ก็เลยไม่อยากจะเข้ามารบกวน ประเดี๋ยวจะคิดถึงพี่จนไม่มีสมาธิ!”
คำหยอกนี้ทำให้สาว ๆ ในกลุ่มส่งเสียงแซวกันยกใหญ่ ส่วนเพลงขวัญเม้มปากหน้าแดงก่ำ
เพียรลอบยิ้มในใจ ภารกิจเปิดตัวเพื่อเข้าหาแม่ยอดยาหยีในวันนี้ถือว่าเริ่มต้นได้อย่างงดงามและแยบยลที่สุด!
หลังจากนั้นเพียรได้อ้างกับกลุ่มเพื่อนของเธอตามประสาคนเป็นทนายความ เขาไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอยไป ชายหนุ่มฉวยจังหวะนี้ขออนุญาตพาเพลงขวัญออกมาเดินเล่นพักผ่อนด้วยกันสองต่อสอง
หญิงสาวข้างกายในเวลานี้อยู่ในรูปลักษณ์ที่เติบโตสะพรั่งและงดงาม ราวกับภาพของคุณหมอสาวแสนสวยในจินตนาการ รอยยิ้มและแววตาของเธอเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ ดึงดูดชายหนุ่มจนไม่อาจละสายตา
บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย ยามที่ทั้งสองเดินเคียงคู่กันไปตามทางเดิน…
เพียรลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของหญิงสาวอย่างเพลิดเพลิน ก็ได้เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“แล้วขวัญตั้งใจเอาไว้หรือยังว่าอยากจะเรียนต่อเฉพาะทางสายไหน? มีเป้าหมายในใจแล้วหรือยังล่ะ?”
เพลงขวัญชะงักฝีเท้าไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตของเธอหม่นแสงลงวูบหนึ่งเมื่อนึกถึงเรื่องราวในอดีต เธอถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะหันมาตอบชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ขวัญอยากเรียนเป็นหมอสูตินรีเวชน่ะ” เธอเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะเปิดใจเล่าความรู้สึกที่ฝังลึกอยู่ข้างใน
“ขวัญยังจำฝังใจกับเหตุการณ์ตอนที่แม่คลอดเจ้าสี่แผ่นดินได้ดีเลย วันนั้นขวัญอยู่ในเหตุการณ์แท้ ๆ แต่จู่ ๆ ก็ถูกทำให้หลับไปแบบไม่รู้ตัว พอตื่นขึ้นมาทุกอย่างก็จบลงแล้ว ขวัญช่วยอะไรใครไม่ได้เลย…”
“ความรู้สึกที่ตัวเองไร้ประโยชน์ในตอนนั้น มันทำให้ขวัญตัดสินใจเด็ดขาดเลยว่าจะต้องเป็นหมอสูติฯ เพื่อคอยดูแลชีวิตที่กำลังจะเกิดมาให้ได้!”
ทันทีที่ได้ยินชื่อของ ‘สี่แผ่นดิน’ หลุดออกมาจากปากของแม่ยอดยาหยี หางคิ้วของเพียรที่ถูกอำพรางตาไว้ก็กระตุกถี่ยิบขึ้นมาทันที!
ชายหนุ่มเริ่มเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ภายในใจ เมื่อสมองของเขานึกย้อนไปถึงวีรกรรมของน้องชายตัวแสบจอมล้างผลาญ รวมไปถึง ‘สอนเทพ’ เจ้าหนังสือวิเศษหน้าเลือด ที่วัน ๆ เอาแต่สั่นระริกเรียกร้องจะกินลูกแก้วแก่นเวทเป็นอาหารอยู่ตลอดเวลา
เพียรสลัดเรื่องน่าปวดหัวของเจ้าน้องชายจอมแสบออกไปจากหัว แล้วหันกลับมาให้ความสนใจกับหญิงสาวแสนสวยที่เดินอยู่เคียงข้าง…
บรรยากาศรอบด้านในเวลานี้ก็ช่างเป็นใจเสียเหลือเกิน สายลมพัดผ่านเบา ๆ พัดพากลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเรือนผมของเพลงขวัญมาแตะจมูก ยิ่งกระตุ้นให้สัญชาตญาณของชายหนุ่มพลุ่งพล่าน
เมื่อเห็นว่าบรรยากาศกำลังเป็นใจ เพียรก็ไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดมือ เขาขยับฝีเท้าเข้าไปประชิดตัวแม่ยอดยาหยีจนไหล่แทบจะเกยกัน ก่อนจะฉวยจังหวะที่เธอกำลังเผลอ โน้มใบหน้าอันคมคายแทบจะชิดกับใบหูขาวเนียนของเธอ
“นี่ขวัญรู้อะไรไหม…” เพียรกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเจ้าเล่ห์ จนลมหายใจอุ่น ๆ รดรินพวงแก้มใสจนหญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย “เวลาเจออะไรแย่ ๆ พอคิดถึงหน้าขวัญทีไร มันก็หายกลุ้มใจทุกครั้งไป เอ…ชักสงสัยแล้วสิว่าขวัญทำของใส่พี่หรือเปล่า?”
ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาสาดประกายวิบวับอย่างปิดไม่มิด
“เฮอะ! ทำมาเป็นปากหวาน ติดต่อไม่ได้ตั้งหลายเดือน ไม่รู้แอบไปมีสาว ๆ ที่ไหนแล้วหรือเปล่า? ทำมาเป็นออเซาะ ไม่หลงคารมหรอกจ๊ะ!” หญิงสาวผินหน้ามามองทำท่าบุ้ยปากไม่พอใจ
เพียรขยับเข้าไปใกล้อีกนิด ก่อนจะกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าและเย้ายวนยิ่งกว่าเดิม “มันจะเป็นอย่างนั้นได้ยังไง ทุกวันนี้ก็สร้างเนื้อสร้างตัวเพื่อเตรียมไปสู่ขอใครบางคนอยู่เนี่ย แต่ก็กลัวหน้าแตกอยู่เหมือนกัน เพราะไม่มั่นใจว่า…”
ชายหนุ่มทิ้งจังหวะลากเสียงยาว
“ไม่มั่นใจว่าอะไร!?” สาวสวยกอดอกเลิกคิ้วถาม
“ก็ไม่มั่นใจว่ามันจะมีใครมาตามจีบเพลงขวัญของพี่ไหมหนอ? ตามจีบน่ะไม่เท่าไหร่แต่กลัวว่าฝ่ายหญิงจะแอบมีใจให้ต่างหาก ถ้าเป็นแบบนั้นก็ได้แต่กินน้ำใบบัวบกแทนแล้ว”
“เฮอะ!” เธอเค้นเสียงขึ้นจมูก พลางเหลือบมองไปยังทางอื่น “มันจะมีใครกล้ามาจีบล่ะ ลูกน้องพี่เพียรเดินป้วนเปี้ยนเต็มมหาลัยเลย!”
“งั้นต้องตบรางวัลไอ้พวกนี้ให้ดี เพราะรู้จักเอาใจนาย” เพียรหัวเราะร่าอย่างสบายอารมณ์
ชายหนุ่มฉวยโอกาสตอนนี้ รุกไล่เข้าไปโอบเอวคอดกิ่วของเธอ ทำเอาพวงแก้มของว่าที่คุณหมอสาวแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู เพลงขวัญเขินอายจนทำตัวไม่ถูก ได้แต่สลัดมือทิ้ง พร้อมยกมือขึ้นทุบอักเข้าที่แผงอกของพี่ชายจอมกะล่อนไปหนึ่งทีแก้เขิน
เพียรหัวเราะร่วนในลำคออย่างชอบใจ ยามเมื่อได้แกล้งหยอกเย้าแม่ยอดดวงใจ ที่เขาหลุดหนีจากกิเลสราคะมาได้ นั่นเพราะเอามันมาผูกไว้กับเพลงขวัญคนเดียว เรียกได้ว่าถ้ามีสิ่งเหล่านี้กระตุ้นเตือนในจิตใจ เขาก็จะคิดถึงแม่ยอดยาหยีก่อนเป็นคนแรก