LNCrawler

ท้ายเล่มกับผู้เขียน ภาคที่ 11

หออาชาไนย : พ่อค้าความตาย — novel.dek d.com · All chapters

ท้ายเล่มกับผู้เขียน ภาคที่ 11

ท้ายเล่มกับผู้เขียน

ภาคที่ 11 บึงกาฬแดนเถื่อน

 

แผนที่ยุทธศาสตร์ยังลอยอยู่เหนืออัฒจันทร์ หลังแผน เสนาธิการแห่งกองพันสิบหมู่ พึ่งประกาศกลยุทธ์ตีขนาบทั้งสองทิศทางต่อหน้ากองทัพ

ด้านหนึ่งคือคณะทูตซึ่งจะเดินเข้าไปพร้อมหนังสือ กฎหมาย และคำพูดที่ต้องเลือกให้แม่นกว่าคมดาบ อีกด้านคือคนซึ่งจะเข้าไปโดยไม่มีใครรู้ชื่อ ไม่มีขบวนต้อนรับ และอาจไม่มีโอกาสบอกด้วยซ้ำว่าตนมาถึงแล้ว

เรื่องราวของภาคนี้จึงหยุดลงในช่วงที่ทุกคนพึ่งเห็นกระดาน แต่ยังไม่มีหมากตัวใดเริ่มเดินจริง

ก่อนจะมาถึงแผนการตรงหน้า ภาคนี้ได้พาเพียรกับบุญกองผ่านความจริงคนละแบบ

บุญกองต้องเลือกระหว่างความสุขจากคำลวง กับความทรงจำซึ่งอาจทำให้โลกทั้งใบของตนพังลง ส่วนเพียรต้องยืนอยู่ต่อหน้าคนซึ่งเกี่ยวข้องกับบาดแผลของครอบครัว แล้วตัดสินใจว่าจะปล่อยให้ความแค้นครอบงำตนเองหรือไม่

พุทธศาสนสุภาษิตประจำภาคกล่าวว่า

“รสแห่งธรรมะ ย่อมชนะรสทั้งปวง”

ในภาคนี้ ธรรมะไม่ได้ทำให้ความแค้นของเพียรหายไป เมื่อได้พบคนซึ่งมีส่วนทำให้แม่ของตนต้องทุกข์ทรมาน เขาเกือบลงมือไปแล้วจริง ๆ

เพียงแต่เสียงคำสอนของพระครูยังดังขึ้นทันเวลา ทำให้เพียรหยุด ฟัง และไม่ยอมให้โทสะเป็นผู้ตัดสินแทนตนเอง

เพียรอาจยังไม่ได้เอาชนะความแค้นอย่างสมบูรณ์ แต่อย่างน้อยในวินาทีนั้น เขายังรักษาสติและสิทธิ์ในการตัดสินใจของตนเอาไว้ได้

สำหรับผม นั่นคือชัยชนะซึ่งเงียบกว่าการรบหลายฉากในภาคนี้ แต่มีความหมายไม่แพ้กัน

สิ่งหนึ่งที่ผมรอคอยจะเปิดเผยมานาน คือที่มาของไข่วิเศษและเรื่องราวซึ่งเชื่อมโยงย้อนกลับไปยังเส้นทางของเพียรในช่วงแรก ๆ หลายสิ่งที่เคยดูเหมือนเป็นเพียงของประหลาด เหตุบังเอิญ หรือปริศนาซึ่งยังไม่มีคำตอบ...

วันนี้เริ่มเผยให้เห็นว่ามันมีรากของมันอยู่ และรากเหล่านั้นยาวกว่าที่เพียรเองเคยรู้

สำหรับนักอ่านซึ่งเดินทางมาด้วยกันมากกว่าเจ็ดร้อยตอน ผมคิดว่าความสนุกของฉากนี้อาจไม่ได้อยู่ที่คำตอบเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ตรงช่วงเวลาที่เรานึกย้อนกลับไปว่า ของชิ้นนี้เคยผ่านมือใคร เคยปรากฏอยู่ในเหตุการณ์ไหน?

และเคยเปลี่ยนชีวิตของเพียรไปแล้วกี่ครั้ง โดยที่เรายังไม่รู้ต้นกำเนิดของมัน?

เรื่องราวจะดำเนินต่อใน หออาชาไนย ภาคที่ 12 สยบเก้าทัพ

เพียรในตอนนี้ มีข้อมูลมากขึ้น มีอำนาจมากขึ้น และมีคนพร้อมเดินตามคำสั่งมากกว่าเดิม

แต่นั่นไม่ได้แปลว่าทุกอย่างจะง่ายขึ้น...

เพราะการลากเส้นบนแผนที่ทำได้ด้วยปลายนิ้ว ส่วนการทำให้คนบนเส้นทางเหล่านั้นยอมเดินไปตามแผน เป็นอีกเรื่องหนึ่งโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะเมื่อแต่ละขั้วอำนาจต่างมีความลับ ผลประโยชน์ และเหตุผลของตนเองครบถ้วนพอ ๆ กัน

นี่เป็นบททดสอบครั้งต่อไปของเพียร ไม่ใช่เพียงว่าเขาจะเอาชนะศัตรูได้หรือไม่?

แต่เมื่อมีทั้งความจริง กฎหมาย และกองทัพอยู่ในมือ เขาจะยังเอาชนะใจของตนเองได้เหมือนครั้งที่ยืนอยู่ต่อหน้าบุญกองหรือเปล่า…

หลังอ่านจบ ผมอยากทราบว่า... ระหว่างการเฉลยต้นกำเนิดไข่วิเศษ กับเส้นเรื่องของบุญกองและทองทับ ช่วงไหนติดอยู่ในใจคุณมากกว่า และเพราะอะไร?

เพียงหนึ่งหรือสองประโยคก็มีความหมายสำหรับผมครับ รีวิวช่วยให้ผมเห็นว่าฉากใดหรือปริศนาใด อยู่ในความทรงจำของนักอ่านมากกว่ากัน

ตอนนี้เหนืออัฒจันทร์ แสงสีฟ้าจากแผนที่ยังไม่ดับลง

รายชื่อคณะทูตยังว่างอยู่

ส่วนเส้นทางอีกด้านหนึ่ง ไม่มีใครคิดจะเขียนชื่อผู้เดินทางเอาไว้ตั้งแต่แรก...

R. Lert (รสเลิศ)