ประตูสู่หออาชาไนย ภาคที่ 12
ประตูสู่หออาชาไนย ภาคที่ 12
ประตูสู่หออาชาไนย ภาคที่ 12
ยาทิสัง วะปะเต พีชัง ตาทิสัง ละพะเต ผะลัง
“บุคคลหว่านพืชเช่นไร ย่อมได้ผลเช่นนั้น”
สงครามเริ่มต้นง่าย แต่จบยาก...
เพียงเสียงปืนนัดเดียวก็อาจทำให้กองทัพเคลื่อนพล เขตแดนถูกปิด และผู้คนซึ่งไม่เคยรู้จักกันต้องกลายเป็นศัตรู
แต่เมื่ออาวุธถูกใช้ไปแล้ว ไม่มีคำสั่งใดเรียกความหวาดกลัว ความแค้น และศักดิ์ศรีที่สูญเสียไปให้กลับคืนสู่ที่เดิมได้โดยง่าย
ผู้ที่ยิงก่อนอาจไม่ได้เป็นผู้ชนะ
ผู้ที่มีกำลังมากกว่าอาจไม่ใช่ฝ่ายสุดท้ายซึ่งยังยืนอยู่
เพราะสงครามรบกันด้วยกำลัง แต่ชิงชัยกันด้วยปัญญา
ในบึงกาฬ ขั้วอำนาจหลายฝ่ายต่างยืนอยู่บนผืนดินเดียวกัน โดยไม่มีฝ่ายใดยอมรับว่าอำนาจของผู้อื่นอยู่เหนือกว่าตน
ทุกฝ่ายมีกองทัพ มีเขตแดน มีผลประโยชน์ และมีอดีตซึ่งถูกใช้เป็นเหตุผลรองรับสิ่งที่ตนครอบครอง
การบังคับให้พวกมันยอมถอยจึงไม่ใช่เรื่องของอาวุธเพียงอย่างเดียว
เพียรต้องเผชิญทั้งผู้ที่พร้อมเปิดศึก ผู้ที่ยังรอประเมินท่าที และผู้ที่ยิ้มอยู่บนโต๊ะเจรจาโดยไม่เคยละมือจากอาวุธของตน
กฎหมายอาจกำหนดว่าใครมีสิทธิ์อยู่บนแผ่นดิน
การทูตอาจทำให้ผู้ที่ต้องการฆ่ากันยอมนั่งลงตรงหน้าเดียวกัน
ส่วนกองทัพอาจทำให้ทุกถ้อยคำมีน้ำหนักมากพอจะได้รับการรับฟัง
แต่ไม่มีเครื่องมือใดรับรองได้ว่า เมื่อทุกฝ่ายเริ่มตัดสินใจ ผลที่ตามมาจะยังอยู่ในขอบเขตซึ่งผู้วางแผนกำหนดไว้
การสยบเก้าทัพ จึงไม่ใช่เพียงการเอาชนะกำลังทั้งเก้าด้วยกำลังที่เหนือกว่า
มันคือการยุติสงครามซึ่งทุกฝ่ายยังเชื่อว่าตนมีเหตุผลมากพอจะเดินหน้าต่อ
ก่อนเสียงปืนนัดต่อไปจะทำให้ความขัดแย้งแตกออกเป็นสมรภูมิซึ่งไม่มีผู้ใดควบคุมได้
เพียรจะใช้ปัญญาทำให้เก้าทัพยอมวางอาวุธได้หรือไม่?
หรือชัยชนะครั้งนี้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสงครามที่ใหญ่กว่าเดิม?