หงส์สวรรค์ปรากฏกาย
หงส์สวรรค์ปรากฏกาย
ตอนที่ 727 หงส์สวรรค์ปรากฏกาย
พริบตาเดียว ร่างมนุษย์ของเธอค่อย ๆ สลายกลายเป็นละอองแสงสีทองอร่าม พลังงานระดับสูงปะทุขึ้นจนมวลอากาศรอบป้อมแม่ไก่สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น หงส์หยกได้หวนคืนสู่ร่างที่แท้จริง ซึ่งเป็น ‘กายธรรมมหาหงส์ 6 ปีก’ อันเป็นรูปลักษณ์ดั้งเดิมของเผ่าสุวรรณหงส์บรรพกาล!
ความอลังการเผ่าโบราณได้สำแดงเดชขึ้น ร่างมหาหงส์ของเธอมีขนาดใหญ่โตมโหฬารและสง่างามจนสะกดทุกสายตา ขนทั้งร่างเป็นสีทองสุกสว่างที่ถูกขัดจนเงางาม เมื่อสยายปีกทั้งหกออก มันได้เปล่งประกายแสงสว่างเจิดจ้าอาบไล้ไปทั่วผืนฟ้าบึงกาฬ
ประดุจดั่งโลกนี้มี ‘พระอาทิตย์ดวงที่สอง’ อุบัติขึ้นมาทำลายความมืดมิด!
ตามร่างยและปีกของเธอปรากฏลวดลายกนกวิจิตร ทำหน้าที่เป็นช่องระบายพลังเวทความร้อนสูง รอยปริแตกของมิติตามลวดลายกนกเหล่านั้น ได้พ่นเปลวไฟสีทองคำประกายแดงออกมาอย่างต่อเนื่อง
พลังงานมหาศาลนี้ ขับเน้นให้ทุกการขยับปีกก่อเกิดลมพายุที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของ ‘น้ำทิพย์บุปผาสวรรค์’ ซึ่งแผ่ซ่านเข้าชำระล้างความสกปรกและกลิ่นคาวโคลนตมของแดนเถื่อนจนหมดสิ้น
หงส์หยกในร่างมหาหงส์ 6 ปีกบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า มุ่งหน้าตรงไปยังเขตหินสามวาฬ รัศมีอำนาจและความงดงามที่น่าสะพรึงกลัวของเธอข่มขวัญสิบทิศ!
การปรากฏตัวอย่างเปิดเผยของผู้สูงศักดิ์ ในร่างสัตว์วิเศษบรรพกาลนี้ สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งระบบนิเวศของบึงกาฬ
เหล่าขั้วอำนาจมืดที่กบดานอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสภาผีฟ้าแห่งภูวัว ตัวแทนจากแดนช้างที่เขตหินช้าง ราชสีห์แห่งภูสิงห์ เต่าลาวาแห่งลานหินเลื่อม หรือแม้แต่พญานาคราชก้นบาดาล ต่างต้องแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าด้วยความตกตะลึงและหวาดหวั่น!
ไม่มีมหาอสูรตนใดกล้าขยับเขยื้อน เมื่อจะต้องเผชิญหน้ากับกลิ่นอายความบริสุทธิ์และอำนาจการตัดสินที่แผ่ลงมาจากดวงตะวันดวงที่สองนี้
ณ ระเบียงยอดหอสังเกตการณ์ของป้อมแม่ไก่ เพียรยืนเอามือไพล่หลังทอดสายตามองความวิจิตรตระการตาบนฟากฟ้า มัจจุราชหนุ่มเริ่มยกยิ้มเยาะที่มุมปากอย่างพึงพอใจกับหมากตัวสำคัญที่กำลังข่มขวัญศัตรู
ก่อนที่เขาจะรีดเร้นพลังเวทและส่งกระแสจิตอันทรงอำนาจ แผ่กระจายก้องกังวานไปทั่วทุกมิติและทุกขั้วอำนาจในบึงกาฬ!
“จงเบิกตาดูให้ดี! นั่นคือทูตของหออาชาไนย ถ้าหากใครกล้าโจมตีทูตของเราแม้แต่ปลายขน เท่ากับเป็นการประกาศสงครามกับหออาชาไนยอย่างเป็นทางการ!”
คำประกาศิตอันเหี้ยมเกรียมของเพียรดังก้องเข้าไปในโสตประสาทของเหล่ามหาอสูร มันไม่ใช่แค่การคุ้มครองทูต แต่คือการแสดงแสนยานุภาพและตั้งป้อมขู่กรรโชกขั้วอำนาจมืดทั้งหมด บีบคั้นให้พวกเดรัจฉานต้องยอมก้มหัวต้อนรับการมาเยือนของหงส์สวรรค์แต่โดยดี!
……
ท่ามกลางกระแสลมกระโชกแรงเหนือยอดหน้าผาหินทรายตระหง่านฟ้า แสงสว่างเจิดจ้าดุจดวงตะวันดวงที่สองค่อย ๆ หรี่แสงลง ร่างของ ‘กายธรรมมหาหงส์ 6 ปีก’ ที่พึ่งบินข้ามผ่านน่านฟ้าบึงกาฬเพื่อข่มขวัญสิบทิศ
ได้ร่อนลงจอดยังลานหินกว้างของ ‘เขตหินสามวาฬ’ สถานที่ซึ่งถูกใช้เป็นเตียงนอนและบ้านพักตากอากาศส่วนตัวของเผ่าวาฬอารมณ์ดี
ทันทีที่ปลายเท้าแตะพื้น ร่างมหาหงส์มหึมาก็สลายกลายเป็นละอองแสงสีทอง หวนคืนสู่สรีระของหญิงสาวผู้งดงามล่มเมือง หงส์หยกยืนเชิดปลายคางขึ้นสูงดุจราชินีผู้ครองบัลลังก์ ชุดมนตราของเธอถูกจัดระเบียบอย่างประณีตไร้รอยยับ…”
“กลิ่นหอมของน้ำทิพย์บุปผาสวรรค์ ซึ่งลอยฟุ้งกระจายออกมาชำระล้างกลิ่นอายเดรัจฉานในบริเวณนั้นจนหมดสิ้น
เพียงชั่วอึดใจ มวลอากาศเบื้องหน้าก็พลันบิดเบี้ยว ร่างของชายวัยกลางคนในชุดภูมิฐานผู้ทำหน้าที่เป็น ‘พ่อบ้านและผู้คุ้มกฎมิติ’ ประจำเขตหินสามวาฬก็ปรากฏกายขึ้น ท่าทีของเขานั้นหยิ่งยโสและเต็มไปด้วยความอหังการของมหาอสูร
ทว่าเมื่อนัยน์ตาของพ่อบ้านปะทะเข้ากับออร่าสีทองสุกปลั่ง และสายเลือดแห่ง ‘เผ่าหงส์สวรรค์’ ผู้เป็นเด็กเทพอันสูงศักดิ์ ความเย่อหยิ่งที่มีก็จำต้องถูกสะกดข่มเอาไว้ตามธรรมเนียมปฏิบัติของแดนจักรวาล พ่อบ้านเผ่าวาฬจำใจยกกำปั้นขวาขึ้นมากระแทกอกซ้ายดัง “ตึ้ก!” พร้อมกับค้อมศีรษะลงทำความเคารพอย่างเสียไม่ได้
“สายัณห์ดี! ทูตแห่งหออาชาไนย” พ่อบ้านเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง แฝงความไม่สบอารมณ์ “ไม่ทราบว่าสายเลือดหงส์สวรรค์อย่างท่าน มีธุระอันใดถึงได้มารบกวนเวลาพักผ่อนของนายท่านของข้า?”
หงส์หยกไม่ได้แสดงสีหน้าใด ๆ ดวงตาที่กรีดอายไลเนอร์คมกริบของเธอจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความเยือกเย็นสุดขีด เธอเริ่มเปิดฉากการเจรจาด้วยไม้แข็งตามวิชาการทูตที่จิ้งจอกเฒ่าวิญญูได้เสี้ยมสอนมาอย่างถ่องแท้
“ข้ามาในนามของผู้บัญชาการใหญ่แห่งหออาชาไนย เพื่อมาแจ้งให้ทราบว่า... ใบอนุญาตการตั้งสถานกงสุลของพวกท่าน ได้หมดอายุลงตามกฎหมายมิติมาแล้วกว่า 2,000 ปี!” น้ำเสียงของหญิงสาวราบเรียบแต่เฉียบขาดดุจใบมีด
“หากเผ่าวาฬอารมณ์ดีของท่าน ยังคิดที่จะใช้สถานที่แห่งนี้เป็นรีสอร์ตพักตากอากาศต่อไป พวกท่านก็ต้องเคารพกฎหมายและลงนามสถาปนาขั้วอำนาจเสียใหม่... แต่หากดื้อดึงไม่ทำตาม ภัยพิบัติและการกวาดล้างอย่างชอบธรรมจะมาเยือนถึงหน้าประตูมิติของพวกท่าน!”
สิ้นคำข่มขู่ด้วยข้อกฎหมาย เส้นเลือดบนขมับของพ่อบ้านเผ่าวาฬก็ปูดโปน นัยน์ตาของมหาอสูรลุกโชนด้วยเพลิงโทสะ!
“สามหาว!! เป็นแค่เด็กเมื่อวานซืน คิดว่ามีสายเลือดหงส์สวรรค์คุ้มหัวแล้วจะกล้ามากำแหงกับเผ่าวาฬอารมณ์ดีอย่างนั้นรึ!?”
พ่อบ้านคำรามลั่น จิตสังหารระดับมหาอสูรที่อัดแน่นไปด้วยความหนักอึ้งดุจแรงดันใต้ก้นมหาสมุทร ระเบิดพรวดออกจากร่าง พุ่งเข้ากดทับร่างของหงส์หยกหมายจะข่มขวัญและไล่ตะเพิดทูตอวดดีผู้นี้ให้กระอักเลือด!
ทว่าร่างระหงของหญิงสาวกลับไม่แม้แต่จะสั่นไหว ความเยือกเย็นและสภาวะสละละซึ่งอารมณ์ระดับสัญชาตญาณของเธอ ปฏิเสธแรงกดดันนั้นอย่างสมบูรณ์แบบ
หงส์หยกเพียงแค่ยกมือที่สวมถุงมือสีขาวสะอาดขึ้นมาแตะปลายจมูกเบา ๆ ราวกับรังเกียจกลิ่นคาวของอารมณ์โกรธนั้น
เธอกลอกตาเล็กน้อย ก่อนจะคลี่ยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก และงัดเอาไม้อ่อนที่มีอานุภาพทำลายล้างขวัญกำลังใจยิ่งกว่าอาวุธใด ๆ ออกมาใช้!
“เรื่องความสามารถในการถล่มเผ่าของท่านนั้น... ข้าคงไม่ต้องอธิบายให้มากความ” หงส์หยกเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังพูดเรื่องสภาพอากาศ
“ผบ.เพียร ฝากมาบอกว่า... หากท่านสงสัยในศักยภาพของพวกเรา ก็ให้ลองกลับไปถาม ‘นายน้อยอันดา’ และ ‘นายหญิง’ ของพวกท่านดูเอาเองเถิด... ว่าพวกเขาพร้อมที่จะเปิดศึกสงครามกับผู้ชายที่ชื่อ ‘เพียร’ หรือไม่?”
คำพูดนั้นทำให้รังสีสังหารของพ่อบ้านชะงักกึก ทว่าประโยคถัดมาของหงส์หยกกลับตอกฝาโลงปิดตายความผยองของเขาจนย่อยยับ!
“อ้อ...เกือบลืมไป ผบ.เพียร ยังฝากข้อความส่วนตัวมาถึงนายน้อยของท่านด้วย…อันดารีบโผล่หัวมาได้แล้ว!”
“อ... อะไรนะ!?”
ความโกรธเกรี้ยวที่เคยมีพลันมลายหายไปในเสี้ยววินาที ใบหน้าของพ่อบ้านที่เคยถมึงทึงกลับซีดเผือดไร้สีเลือดดุจกระดาษขาว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดผวาถึงขีดสุด!
มนุษย์ธรรมดาไม่มีทางล่วงรู้ชื่อของ ‘นายน้อยอันดา’ ได้ และการที่ชายชื่อเพียรกล้าใช้สรรพนามสั่งการราวกับเรียกคนรับใช้ ซ้ำยังอ้างอิงไปถึงนายหญิงผู้เป็นมารดาวาฬเช่นนี้ มันเจาะจงลึกซึ้งเกินกว่าจะเป็นคำขู่ลอย ๆ
พ่อบ้านนึกย้อนไปถึงข่าวลือลับ ๆ ภายในเผ่า เนายหญิงได้ไปยืนรอรับนายน้อยที่ขอบกำแพงจักรวาล แล้วได้พบกับชายหนุ่มผู้ขี่วาฬท่องไปในความมืดมิด ชายที่แม้แต่มารดาวาฬยังต้องมองด้วยแววตาหวาดหวั่นระแวดระวัง!
“ท…ท่าน ผบ.เพียร คือชายผู้นั้นงั้นรึ!?” พ่อบ้านเสียงสั่นเครือ เข่าที่เคยมั่นคงเริ่มอ่อนแรง
หงส์หยกเองไม่ตอบคำถาม เธอเพียงแค่ยื่นสาส์นที่มีตราประทับของหออาชาไนย
ทางพ่อบ้านเฒ่ารีบยื่นมือที่สั่นเทาออกมารับสาส์นนั้นไว้อย่างนอบน้อม ความหยิ่งยโสถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี
หญิงสาวแห่งหงส์สวรรค์เริ่มหมุนตัวกลับอย่างมีมาด เธอก้าวเดินจากไปอย่างสง่างามโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองวาฬเฒ่า ภายในใจของเธอสั่นสะท้าน ไม่ใช่เพราะความกลัว…
แต่เพราะทึ่งในความวิปริตและเครือข่ายอำนาจของชายชื่อเพียร ซึ่งแผ่ขยายอิทธิพลไปไกลจนถึงแดนจักรวาล อีกทั้งยังสามารถทำให้ขั้วอำนาจระดับสูง ต้องขวัญกระเจิงเพียงแค่เอ่ยชื่อของตนออกไป…
นามของคน เงาของไม้ วลีนี้ผมน่าจะใส่เอาไว้หลายครั้งแล้ว